ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อภิสิทธิ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อภิสิทธิ์ แสดงบทความทั้งหมด

19 ธันวาคม 2552

อภิสิทธิ์ เสนอแนวทางแก้ปัญหา "โลกร้อน"

ฐานเศรษฐกิจ : นายกรัฐมนตรีได้หารือกับคณะทำงานวิเคราะห์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศของประเทศไทย เพื่อรับฟังแนวทางรายละเอียดต่างๆของที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 15 และพิธีสารเกียวโต สมัยที่ 5 โดยนายกรัฐมนตรีได้นำข้อมูลต่างๆเสนอต่อผู้นำประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมการ ประชุมครั้งนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับคณะทำงานวิเคราะห์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อรับฟังแนวทาง รายละเอียดต่างๆของที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 15 และพิธีสารเกียวโต สมัยที่ 5 โดยนายกรัฐมนตรีได้นำข้อมูลต่างๆเสนอต่อผู้นำประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมการ ประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายบันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ ระหว่างการหารืออย่างไม่เป็นทางการ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปที่ทุกประเทศพร้อมร่วมมือในการ แก้ไขปัญหา แต่ในส่วนของการกำหนดตัวเลขอุณหภูมิ หรือข้อตกลงร่วมกันอาจยังไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีมองว่าต้องดึงจีนและสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมปฏิบัติตาม ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับ จึงจะเริ่มต้นกระบวนการแก้ไขปัญหาได้

อย่างไรนั้น การประชุมครั้งนี้ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวถ้อยแถลงในวันนี้โดยเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาสภาพ ภูมิอากาสอย่างจริงจัง เพื่ออนุชนรุ่นหลัง ซึ่งยืนยันว่าสหรัฐอเมริกาพร้อมให้เงินสนับสนุน จำนวนแสนล้านดอลลาห์ ภายในปี 2020 แต่ต้องปฏิบัติภายใต้ 3 เงื่อนไข ประกอบด้วย ความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซอย่างเป็นรูปธรรม ความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการดำเนินการ และการสนับสนุนทางการเงินแก่ประเทศกำลังพัฒนา ทั้งนี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เชื่อมั่นว่าในการประชุมครั้งนี้จะก่อให้เกิดผลสำเร็จทางปฏิบัติอย่างเป็น รูปธรรม ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาก็ยืนยันความช่วยเหลือ เช่นเดียวกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่วนนายบันคีมูน กล่าวว่าการถึงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อมนุษยชนรุ่นหลัง และการประชุมครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้นำของทุกประเทศ ว่าจะร่วมมือให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมแค่ไหน

ที่มา ข่าวโลกร้อน COP15 Copenhagen ข่าวนายกฯอภิสิทธิ์ จาก ฐานเศรษฐกิจ
Continue Reading...

17 ธันวาคม 2552

"ฮุนเซน"กร้าว! ขู่สัมพันธ์ไทย-เขมรสะบั้น

ประชาชาติธุรกิจ : "ฮุนเซน"กร้าว! ขู่สัมพันธ์ไทย-เขมรสะบั้นแน่หาก"อภิสิทธิ์"ยังเป็นผู้นำ แค้นฝังหุ่นปม"พระวิหาร"

ผู้ นำเขมรหนักข้อ ออกปากไม่อยากสัมพันธ์กับไทย หากรัฐบาลชุดปัจจุบันยังอยู่ ฝังแค้นประเด็นพระวิหาร โฆษกตปท.กัมพูชาโต้ "ปณิธาน" ไม่รับข้อเสนอฟื้นสัมพันธ์ ย้อน "ไร้สาระ"

เมื่อเวลา 20.38 น. วันที่ 16 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวระหว่างขึ้นปราศรัยที่งานพิธีแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญว่า สถานะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะไม่เป็นไปตามปกติจนกว่ารัฐบาลไทย ชุดปัจจุบันจะพ้นจากอำนาจ

"ผมขอบอกคุณ (นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ว่าผมกำลังรอรัฐบาลไทยชุดต่อไปก้าวขึ้นสู่อำนาจเพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้ส่ง ทูตกลับมาอยู่ในกรุงพนมเปญ" สมเด็จฮุน เซน เสริมและว่า คุณยกแต่เรื่องเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาพูด แต่กลับลืมประเด็นปราสาทพระวิหาร ผมต้องการบอกว่าความสัมพันธ์จะไม่ปกติตราบใดที่คุณยังรุกรานผม

ด้านนายกอย กวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ออกมาตอบโต้กรณี นายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกรัฐบาลไทย ออกมายื่นข้อเสนอ 3 ข้อ ที่จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ? ซึ่งประกอบด้วย 1. ต้องยกเลิกการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลกัมพูชา 2. กัมพูชาต้องหยุดวิพากวิจารณ์กระบวนการยุติธรรมของไทย และ 3. กัมพูชา ต้องหยุดการก้าวก่ายการเมืองภายในของไทย ว่า เป็นเรื่อง " ไร้สาระ " และทางกัมพูชา จะไม่มีทางขออภัย หรือตอบสนองต่อข้อเสนอ ทั้ง 3 ข้อ ของรัฐบาลไทย เพราะข้อเสนอดังกล่าว เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะกับการที่มีการกล่าวอ้างว่ากัมพูชา เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย

อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ยืนยันว่า ทางกัมพูชา พร้อมที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างทั้งสองประเทศ หากฝ่ายไทยยินยอมส่งเอกอัครราชฑูตกลับมายังกัมพูชาก่อน และหลังจากนั้นอีกเพียงไม่เกิน 15 นาที ทางรัฐบาลกัมพูชาก็พร้อมที่จะส่งเอกอัครราชฑูตกลับประเทศไทย เช่นกัน

ที่มา ข่าวฮุนเซน เขมร กัมพูชา อภิสิทธิ์ การเมือง ต่างประเทศ จาก ประชาชาติธุรกิจ
Continue Reading...

25 พฤศจิกายน 2552

The Nation : PM to decide next week whether to go Chiang Mai

The Cabinet has suggested that Prime Minister Abhisit Vejjajiva waits until Thursday to evaluate the situation before deciding whether to chair the Chamber of Commerce meeting in Chiang Mai on Sunday.

PM's Office Minister Satit Wongnongtaey said the Cabinet discussed the issued on Tuesday and resolved that the prim minister should wait to see the situation until Thursday.

"When the prime minister returns from Qatar on November 26, there will be enough time for assessing the situation," Satit said.

Source: Abhisit news, Red Shirts news, Political news at The Nation.
Continue Reading...

20 พฤศจิกายน 2552

Abhisti to Visit Chiang Mai Next Week

Prime Minister Abhisit Vejjajiva has reaffirmed his intention to visit Chiang Mai on Nov 29 to attend the Thai Chamber of Commerce meeting, despite threats made to his safety.

The confirmation came after a community radio station reportedly claimed that a bomb would take the life of the prime minister during his visit to the northern province, which is hometown of ousted premier Thaksin Shinawatra.

Mr Abhisit is due to address members of the Thai Chambers of Commerce on the economy and has said previously the issues are too important to cancel the meeting.

He insisted on Friday there would be no change of plans. He believed local security officials could keep the situation under control.

Asked if he was intimidated by the threat, Mr Abhisit replied that he had no right to be frightened. It was his duty to attend the meeting.

It was not the first time he had heard about a threat to his life, but this time it was stated publicly, he said.

Prime Minister's Office Minister Sathit Wongnongtoey said the government would take legal action against any community radio station that tries to incite people to break the law or obstruct Mr Abhisit's visit to Chiang Mai.

The station operators would face charges and the radio stations could be closed, he said. The government was not abusing its authority to interfere in the stations' right to express opinions, but they must not break the law.

Deputy Prime Minister Suthep Thaugsuban said he was worried by the theat made against Mr Abhisit's life and had instructed local authorities to step up security measures.

Mr Suthep, who is in charge of security affairs, also said that the Internal Security Act might be invoked to ensure peace and order during the mass anti-government rally by the red-shirts planned for Nov 28 to Dec 2 in Bangkok. He would recommend its use to the cabinet.

“The government will closely monitor the situation. I will propose the use of the security law to the cabinet meeting for consideration next Tuesday,” Mr Suthep said.

The red-shirts have the right to assemble to pressure the government to call a general election, but if the House were to be dissolved the procedure must be constitutional, he added.

The anti-government protest was aimed at paving the way for Thaksin to return to power and to regain his frozen 76 billion baht in assets, he said.

Source: Abhisit news, Political news at Bangkok Post.
Continue Reading...

15 พฤศจิกายน 2552

คมชัดลึก : โอบามาถกผู้นำอาเซียนกดดันปล่อยซูจี



คมชัดลึก :สิงคโปร์ - โอบามานั่งร่วมโต๊ะเจรจาผู้นำอาเซียนครั้งแรก ร่วมกดดันพม่าให้ปล่อยตัว "ออง ซาน ซูจี" เป็นการส่วนตัว แต่ไม่ได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ของการประชุม

ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ ได้พบหารือกับผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่สิงคโปร์ ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมเอเปค เมื่อวันอาทิตย์ (15 พ.ย.) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐได้นั่งร่วมโต๊ะเจรจากับ 10 ผู้นำอาเซียน ซึ่งมีทั้งประเทศประชาธิปไตย ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตลอดจนประเทศคอมมิวนิสต์ และประเทศที่ถูกโจมตีเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างหนักเช่นพม่า

ก่อนการเจรจาที่มีขึ้นในห้องบอลรูมของโรงแรม โอบามาและผู้นำอาเซียนได้ ยืนเรียงแถวบนเวที แล้วไขว้แขวนจับมือกันถ่ายรูป โดยผู้นำสหรัฐยืนอยู่ตรงกลางระหว่างนายลี เซียน หลง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ที่ยืนอยู่ทางซ้ายมือ และนางกลอเรีย อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ที่ยืนอยู่ทางด้านขวา ส่วนนายพลเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีของพม่า ยืนอยู่ถัดจากโอบามาไปทางขวา 3 คน ส่วนตอนที่นั่งล้อมรอบโต๊ะกลมเพื่อเจรจากันนั้น นายกฯ พม่าอยู่ค่อนข้างห่างจากโอบามาเช่นกัน

นายโรเบิร์ต กิบส์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า โอบามาได้พูดกับนายกฯ พม่าโดยตรงเรื่องที่ขอให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี และนักโทษการเมืองทั้งหมดเป็นอิสระ และยุติการกดขี่ข่มเหงชนกลุ่มน้อย แม้ว่าในแถลงการณ์ปิดการประชุมสุดยอดสหรัฐ-อาเซียนจะ ไม่มีการเอ่ยชื่อนางซูจีออกมา เพียงขอให้ทางการพม่ารับประกันว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าจะต้องมีขึ้นอย่างเสรี ยุติธรรม ครอบคลุม และโปร่งใสเท่านั้น

ขณะที่นายสกอต มาร์เซียล เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอาเซียน กล่าวว่า ประธานาธิบดีจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะกล่าวเรื่องใดในการประชุม ตัวเขาไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า

ทั้งนี้ การเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับอาเซียนนี้ ซึ่งเกิดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) มีขึ้นเพื่อให้ความมั่นใจว่าสหรัฐจะไม่เพิกเฉยกับประเทศอาเซียนเหมือนที่เคยเป็นมาในรัฐบาลชุดก่อน ที่มัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำสงครามในอิรัก และอัฟกานิสถาน

ด้าน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐกำลังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อาเซียนในระดับสูงสุดจริงๆ

ขณะที่ บริดเจต เวลช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำมหาวิทยาลัยการบริหารสิงคโปร์ มองว่า นี่เป็นการมาเอเชียครั้งแรกของโอบามาในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ ดังนั้น การเดินทางมาครั้งนี้เป็นทริปเพื่อการรับฟัง มากกว่าจะคลอดนโยบายอะไรออกมา

ที่มา ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ ข่าว APEC ข่าวโอบามา จาก คมชัดลึก
Continue Reading...

แนวหน้า : นช.แม้วเดิมพันสู้เลือดเข้าตา โหมไฟสงครามแตกหัก

นช.แม้วเดิมพันสู้เลือดเข้าตา โหมไฟสงครามแตกหัก (แนวหน้าวิเคราะห์) - การสมคบกันระหว่างนักโทษชายแม้วซึ่งมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็น "เบ๊รับใช้"และทำหน้าที่เป็นกุนซือใหญ่กับสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติไทยและรัฐบาลไทยจนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชากำลังลุกลามบานปลายเพิ่มความตึงเครียดขึ้นทุกขณะ ซี่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเรียกได้ว่าเป็นการทำสงครามขั้นแตกหักแบบเทหมดหน้าตักที่อาจเดิมพันด้วยการคงอยู่หรือล่มสลายทั้งของตัวนักโทษชายแม้ว พล.อ.ชวลิต และสมเด็จฮุนเซ็น ตลอดจนเครือข่ายอันเป็นขุมกำลังของนักโทษชายแม้ว นั่นคือพรรคเพื่อไทยและม็อบคนเสื้อแดง

การเดินหน้าทำสงครามขั้นแตกหักแบบเลือดเข้าตาด้วยอาการสติแตกของ นักโทษชายแม้ว เนื่องจากการทำสงครามทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา นักโทษชายแม้ว ต้องประสบความพ่ายแพ้ทุกแนวรบไม่สามารถที่จะโค่นล้มรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐกลับคืนมาเป็นฝ่ายของตัวเองได้ โดยเฉพาะความล้มเหลวของม็อบคนเสื้อแดงที่แม้จะพยายามสร้างสถานการณ์รุนแรงเพื่อนำไปสู่สงครามกลางเมืองด้วยการก่อจลาจลแดงเดือดทั่วกรุงเทพมหานครและบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำชาติอาเซียนและผู้นำชาติคู่เจรจาที่พัทยาช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แต่ก็ถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์แก้ไขสถานการณ์จนสลายม็อบได้สำเร็จโดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ

สถานการณ์หลังช่วงสงกรานต์แดงเดือดที่ผ่านมา แม้ม็อบคนเสื้อแดงภายใต้การบงการของ นักโทษชายแม้วจะพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อสร้างสถาการณ์ให้เกิดความรุนแรง แต่ภาพของม็อบคนเสื้อแดงที่ก่อจลาจลเผาบ้านป่วนเมืองทำลายประเทศชาติจนย่อยยับเพื่อคนเพียงคนเดียวคือ นักโทษแม้ว ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาทำให้ถูกสังคมประณามและต่อต้านโดยถูกมองว่าเป็นพวกคอยตีรวนป่วนเมืองทำให้การนัดชุมนุมของม็อบคนเสื้อแดงหวังโค่นล้มรัฐบาลหลายครั้งที่ผ่านมาประสบความล้มเหลวเนื่องจากไร้ความชอบธรรมและประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศรับไม่ได้

นั่นคือที่มาที่ทำให้ นักโทษชายแม้ว ต้องพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการหันมาใช้บริการ อดีตนายกรัฐมนตรีวัยเกือบ 80 ปีอย่าง พล.อ.ชวลิต เพื่อถือธงนำพรรคเพื่อไทยและร่วมวางแผนช่วงชิงอำนาจรัฐเพื่อเป้าหมายสำคัญสูงสุดของ นักโทษชายแม้ว นั่นคือฟอกโทษความผิดคดีทุจริตของตัวเองทั้งหมด และที่สำคัญคือทวงทรัพย์สินมูลค่า 76,000 ล้านบาท ของตัวเองที่ถูกฟ้องยึดตกเป็นของแผ่นดินคืนเพราะคดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกำลังจะพิพากษาชี้ขาด โดยคาดว่าน่าจะเป็นภายในเดือนธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นักโทษชายแม้ว ยังอาจหวังลึกๆที่จะหวนคืนสู่อำนาจกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ

แผนยุทธศาสตร์ทรยศแผ่นดินชักศึกเผาบ้านทำลายเมืองใช้ประเทศเพื่อนบ้านบ่อนทำลายรัฐบาลไทยดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอนและชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ พล.อ.ชวลิต ซึ่งเชื่อว่ารับใบสั่งจาก นักโทษชายแม้ว บินไปหารือสมคบกับ สมเด็จฮุนเซ็น ที่กรุงพนมเปญ จากนั้นปฏิบัติการถล่มบ่อนทำลายรัฐบาลไทยชนิดถ่อย ดิบ เถื่อนก็เปิดฉากตามมาเป็นระลอกนับตั้งแต่ สมเด็จฮุนเซ็น ตบหน้าประเทศไทยและรัฐบาลไทยด้วยการประกาศขณะเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำชาติอาเซียนและผู้นำชาติคู่เจรจาที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพว่า รัฐบาล จะไม่ส่งตัว นักโทษชายแม้ว ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนให้ทางการไทยอย่างเด็ดขาดแม้จะได้รับการประสานร้องด้วยเหตุผลเพียงเพราะความเป็นเพื่อนระหว่าง นักโทษชายแม้ว กับผู้นำกัมพูชา รวมทั้งอ้างว่า นักโทษชายแม้ว ไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ถูกศาลไทยพิพากษาจำคุก 2 ปี ด้วยสาเหตุทางการเมือง นอกจากนี้รัฐบาลกัมพูชายังจะสร้างคฤหาสน์หรูไว้ต้อนรับ นักโทษชายแม้ว ที่สามารถเดินทางเข้าออกกัมพูชาได้ตลอดเวลาและเคลื่อนไหวทางการเมืองได้อย่างเป็นอิสระจนกว่าเป้าหมายของ นักโทษชายแม้ว จะประสบผลสำเร็จ อีกทั้งรัฐบาลกัมพูชายังได้แต่งตั้ง นักโทษชายแม้ว เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาด้วย

พฤติกรรมของผู้นำกัมพูชาสะท้อนความถ่อย ดิบ เถื่อน ทำตามความพอใจของตัวเองเป็นหลักโดยไม่คำนึงถึงการทำผิดธรรมเนียมทางการทูต อย่างร้ายแรงเพราะเท่ากับเป็นการดูหมิ่นกระบวนการยุติธรรมไทย ละเมิดสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ไทยและกัมพูชาลงนามร่วมกันตั้งแต่ปี 2547 และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยโดยปล่อยให้นักโทษหนีความผิดและเป็นนายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการที่มุ่งบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศไทยและพยายามล้มล้างรัฐบาลไทยโดยใช้ประเทศของตัวเองเป็นแหล่งเคลื่อนไหว

ทั้งๆ ที่เกิดกระแสชาตินิยมในหมู่คนไทยที่ต่างพากันประณามว่าทรยศขายชาติ ชักข้าศึกเข้ามาบ่อนทำลายเผาบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง แต่ นักโทษชายแม้ว ยังคงเดินหน้าสมคบกับสมเด็จฮุนเซ็น เดินเกมการเมืองเพื่อตัวเอง ด้วยการขึ้นเครื่องบินส่วนตัวบินไปเหยียบแผ่นดินเขมรตอบรับคำเชิญของ สมเด็จฮุนเซ็น ที่แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา โดยนักโทษชายแม้ว หาได้แคร์ต่อการถูกตราหน้าว่าทรยศชาติขายแผ่นดินไม่ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นถึงอดีตนายกฯที่ล่วงรู้ความลับของประเทศไทยมากมาย อีกทั้งยังมีผลประโยชน์ทับซ้อนร่วมกับ สมเด็จฮุนเซ็น การรับตำแหน่งที่ปรึกษาให้รัฐบาลกัมพูชาจึงยากที่จะเป็นปฏิเสธว่าเป็นการทรยศชาติขายแผ่นดิน

และทั้งๆ ที่เพิ่งสร้างปัญหาบ่อนทำลายบ้านเมืองด้วยกันสมคบกับผู้นำกัมพูชา นักโทษชายแม้ว ยังแสดงพฤติกรรมเหินเกริมด้วยการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพเดอะไทม์สออฟลอนดอน ซึ่งมีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงสะท้อนให้เห็นว่า นักโทษชายแม้ว กำลังอยู่ในอาการสติแตกเลือดเข้าตาพร้อมที่จะเปิดศึกแตกหักโดยไม่แคร์ต่อผลที่จะตามมา

ภายใต้ภาวะของคนที่พร้อมจะทำสงครามแตกหักแบบเลือดเข้าตาของ นักโทษชายแม้ว จึงเป็นสถานการณ์ที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้หากวิเคราะห์การวางยุทธศาสตร์เพื่อทำสงครามครั้งสำคัญของ นักโทษชายแม้ว ครั้งนี้จะพบว่า เป็นการระดมสรรพกำลังทั้งในและนอกประเทศเพื่อ ล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์และช่วงชิงอำนาจรัฐมาเป็นฝ่ายของตัวเองให้ได้โดยเร็วที่สุดก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะตัดสินชี้ขาดคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของ นักโทษชายแม้ว

ขณะที่ฝ่าย สมเด็จฮุนเซ็น ที่ยอมร่วมเล่นเกมแบบเดิมพันเทหมดหน้าตักกับ นักโทษชายแม้ว ก็คงประเมินแล้วเชื่อมั่นว่าถึงอย่างไร นักโทษชายแม้ว จะได้กลับมามีอำนาจยึดครองประเทศอีกแน่

อีกทั้งตราบใดที่นายกฯไทยยังชื่อ อภิสิทธิ์ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ สมเด็จฮุนเซ็น จะสมคบกันแสวงหาผลประโยชน์แบบต่างตอบแทนเหมือนเช่นกับที่เคยสมคบกับเพื่อนที่ชื่อ แม้ว โดยเฉพาะในกรณีพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารและผลประโยชน์จากแหล่งก๊าซและน้ำมันที่ประเมินกันว่ามีมูลค่าถึงกว่า 5 ล้านล้านบาทในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลของไทยและเขมรคือเค้กก้อนโตที่ สมเด็จฮุนเซ็น หมายมั่นจ้องตาเป็นมัน ยังไม่พูดถึงโครงการลงทุนอีกจำนวนมหาศาลที่ นักโทษชายแม้ว เคยตกลงไว้กับ สมเด็จฮุนเซ็น ก่อนหน้านี้ อาทิ โครงการเมกะโปรเจกท์ลงทุนด้วยเงินมูลค่านับแสนล้านบาทเพื่อเนรมิตเกาะกงของกัมพูชาเป็นเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนได้ชื่อว่าเป็นลาสเวกัสแห่งอาเชีย

ดังนั้นด้วยผลประโยชน์ร่วมกันทำให้ทั้ง นักโทษชายแม้ว และสมเด็จฮุนเซ็น จึงสมคบกันวางยุทธศาสตร์หมายล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์เพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐไทยด้วยการเดินเกมเดิมพันแบบหมดหน้าตัก โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมหรือกระแสวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

สำหรับยุทธศาสตร์ตามแผนของ นักโทษชายแม้ว ที่สมคบกับ พล.อ.ชวลิต และ สมเด็จฮุนเซ็น ก็คือแผนปฏิบัติการเปิดสงคราม 3 ด้าน เพื่อล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ทั้งจากในและนอกประเทศ

โดยสงครามจากนอกประเทศมี นักโทษชายแม้ว และ พล.อ.ชวลิต เป็นหัวหอกในการชักศึกเข้าบ้านเพื่อบ่อนทำลายรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยมีกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญ ซึ่งการที่ สมเด็จฮุนเซ็น ตั้ง นักโทษชายแม้ว เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา และบอกปัดการส่ง นักโทษชายแม้ว ให้กับทางการไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ซ้ำยังประกาศให้ที่พำนักและยอมให้ นักโทษชายแม้ว เข้าออกกัมพูชาเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองได้อย่างอิสระจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายเป็นการแสดงท่าทีของรัฐบาลบาลกัมพูชาว่านอกจากให้การปกป้อง นักโทษชายแม้ว แล้ว ยังแทรกแซงกิจการภายในของไทยด้วยการร่วมสนับสนุน นักโทษชายแม้ว วางแผนโค่นล้มรัฐบาลไทยด้วย และการแทรกแซงกิจการภายในของไทยอาจไปถึงขั้นที่รัฐบาลกัมพูชาให้กำลังทหารของตัวเองร่วมปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลของไทยด้วย

ส่วนสงครามในประเทศเพื่อมุ่งโค่นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้น สงครามแรกต้องจับตาการทำสงครามแตกหักแบบเทหมดหน้าตักของม็อบคนเสื้อแดงที่ประกาศอย่างแข็งกร้าวชัดเจนว่าจะชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพื่อปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลหวังล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ได้ภายในเดือน พ.ย.นี้หรืออย่างช้าภายในปีนี้

สงครามที่สองขอให้จับตาความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ชวลิต ที่นอกจากเดินแผนชักศึกเข้าบ้านใช้ประเทศเพื่อนบ้านรุมถล่มรัฐบาลอภิสิทธิ์

เพราะฉะนั้นสถานการณ์ทางการเมืองจากนี้ไปมีแนวโน้มที่จะตึงเครียดและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นการทำสงครามแตกหักแบบเลือดเข้าตาของนักโทษชายแม้วที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อฟอกผิดคดีทุจริตทั้งหมดและทวงทรัพย์สินมูลค่า 76,000 ล้านบาท คืนโดยไม่คำนึงถึงหายนะที่จะเกิดกับชาติบ้านเมืองตามมา แม้แต่การทรยศแผ่นดินชักนำข้าศึกมาร่วมเผาบ้านทำลายเมือง อย่างไรก็ตาม ในด้านกลับกันยิ่งนักโทษชายแม้วเร่งเครื่องสมคบกับสมเด็จฮุนเซ็นแสดงความพฤติกรรมถ่อยเหยียดหยามบ่อนทำลายประเทศไทยและรัฐบาลอภิสิทธิ์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการฆ่าตัวตายเร็วขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่นักโทษชายแม้วสติแตกเหิมเกริมให้สมภาษณ์หนังสือพิมพ์เดอะไทม์สของอังกฤษจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงยิ่งทำให้จุดจบของนักโทษชายแม้วมาถึงเร็วขึ้นเท่านั้น

ที่มา วิเคราะห์ข่าวการเมือง ข่าวทักษิณ ข่าวฮุนเซน ข่าวปัญหาไทย-กัมพูชา จาก แนวหน้าวิเคราะห์
Continue Reading...

คมชัดลึก : อภิสิทธิ์ยันโต้เขมรรักษาศักดิ์ศรีไทย

คมชัดลึก :"อภิสิทธิ์"ชี้ปัญหาความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชาเกิดจากกัมพูชาตั้ง "ทักษิณ" เป็นที่ปรึกษาแล้วะวิจารณ์กระบวนการยุติธรรมของไทย ยันสิ่งรัฐบาลจะดำเนินการเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ

(15พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ขณะเดินทางไปร่วมประชุมเอเปคที่ประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชาว่า ปัญหาเกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ได้จากรัฐบาลเพราะที่ผ่านมามีความสัมพันธ์ราบรื่นดีมาตลอด แต่ที่เกิดปัญหาขึ้นก็เพราะทางประเทศกัมพูชาได้แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจและมีการวิจารณ์กระบวนการยุติธรรมของไทยซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้รัฐบาลจึงต้องมีการตอบโต้ต่างๆตามมา

"สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการไปนั้นจะไม่ให้มีความกระทบกับประชาชน และที่ผ่านมารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ลงพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด ก็พบว่ายังมีการค้าขายกันอย่างปกติ" นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า

ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นหากทางประเทศกัมพูชายอมกลับไปสู่จุดก่อนการประชุมอาเซียนแล้วก็ถือว่ายังเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ดีเหมือนเดิม ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนไทยบางคนหรือบางกลุ่มนั้นก็ต้องแก้ไขกันไป แต่สิ่งที่ต้องการเห็นก็คือต้องการให้คนไทยมีความสามัคคีกันอย่าปล่อยคนให้บางคนกระทำการที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย
ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ขณะนี้ผมอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์นะครับ ได้เดินทางมาร่วมประชุมเอเปคหรือการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นการประชุมประจำทุกปี และนอกจากปีนี้จะมีการประชุมเอเปคแล้วจะมีการจัดการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำของสหรัฐฯ คือท่านประธานาธิบดีบารัค โอบามา กับผู้นำของอาเซียนด้วย ซึ่งก็จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์คือวันนี้ในขณะที่รายการนี้กำลังออกอากาศ บรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเอเปคที่ผมได้เดินทางมาตั้งแต่วันศุกร์ต่อเนื่องจนถึงขณะนี้คือเวลากลางวันของวันเสาร์นั้น อีกสักครู่ครับช่วงที่ 2 ของรายการจะมีการเก็บภาพเก็บบรรยากาศ และเนื้อหาสาระต่าง ๆ มาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ

ที่มา ข่าวการเมือง ข่าวอภิสิทธิ์ จาก คมชัดลึก
Continue Reading...

MCOT News : นายกฯ อภิสิทธิ์ เข้าประชุม APEC ที่สิงคโปร์

สิงคโปร์ 14 พ.ย.-นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมประชุม APEC CEO Summit 2009 ที่ศูนย์การประชุม Suntec ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งท่าทีของการประชุมวันนี้ ต้องการให้อาเซียนมีบทบาทมากขึ้นในเวทีการประชุม APEC.-สำนักข่าวไทย

ที่มา ดูข่าววิดีโอได้ที่ MCOT News.
Continue Reading...

14 พฤศจิกายน 2552

Suthichaiyoon.com : เกมประลองกำลัง "ไทย-กัมพูชา”

เกมประลองกำลัง "ไทย-กัมพูชา” - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา กำลังกลายเป็น “คู่หูชู้ชื่น” จับมือกันเย้ยหยันรัฐบาลไทย แบบไม่เกรงใจสายตาใครในโลกนี้ By ทีมข่าวการเมือง

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เหมือน“ท้าตีท้าต่อย” กับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ นายกรัฐมนตรีของไทย อย่างไงอย่างงั้น กับการที่"รัฐบาลกัมพูชา" ตอบปฏิเสธส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตอกหน้า "รัฐบาลไทย" ที่ทำเรื่องขอไป แบบไม่แยแสแถมยังแถลงข่าวปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยว่าเป็น “เหยื่อรัฐประหาร “

จากนั้นก็ตามมาด้วย การที่กัมพูชาได้ประกาศขับเลขานุการเอก ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ด้วยเหตุผลที่ว่า “เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา” โดยให้เดินทางออกจากกัมพูชาภายใน 48 ชั่วโมง และล่าสุด ก็มีการจับกุม “ศิวรักษ์ โชติพงษ์ “ วิศวกรชาวไทยที่ไปทำงานที่กัมพูชา ในข้อหาทำตัวเป็น "สายลับจารกรรมข้อมูล"

ยั่วยุอำนาจ "รัฐบาลอภิสิทธิ์ " ให้ตกหลุมที่วางไว้ ด้วยการ "ล่อ" ให้มีการใช้กำลังทหารและความรุนแรงเพื่อลดความเชื่อถือของ"รัฐบาลประชาธิปัตย์" ในสายตาชาวโลก ตามยุทธศาสตร์ " โลกล้อมไทย"

ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้ยั่วยุ “อภิสิทธิ์” คือ หลังไปประชุมร่วมกับ ครม.เศรษฐกิจของกัมพูชาแล้ว ก็ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ "นครวัด-นครธม "และออกรอบตีกอล์ฟกับสมเด็จฮุนเซน ขณะที่ "พลพรรคเพื่อไทย "และ " กองเชียร์เสื้อแดง " ก็ "กระดี๊-กระด๊า" กับการเดิน "เกมรุก"ในทาง "ศึก"ของ "นายใหญ่ทักษิณ" รวมทั้ง ส.ส. เพื่อไทย ก็ได้ยกพลกันไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงประเทศกัมพูชา

เมื่อเห็นภาพแบบนี้ปรากฎออกมา แน่นอนว่าคนเป็นรัฐบาล คงจะนั่งกัดฟันกรอดๆ เพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะอาจถูกมองว่าไม่มีน้ำยา ตรงนี้เองจึงทำให้ “อภิสิทธิ์” ประกาศกร้าวตามมาทันทีว่า จะทบทวนความร่วมมือกับกัมพูชาเพิ่มเติม รวมทั้งเริ่มใช้ถ้อยคำตอบโต้สมเด็จฮุน เซน หนักหน่วงขึ้น

เมื่อเกมต่อสู้ของฝ่าย“ทักษิณ”กับ”ฮุน เซน” ยั่วยุถึงขนาดนี้ จึงทำให้ “อภิสิทธิ์” ไม่มีทางเลือก ที่จะต้องใช้วิธีปลุก “กระแสชาตินิยม” ขึ้นมาสู้ ซึ่งถ้าหากเกมของทั้งสองฝ่ายยังเป็นแบบนี้ คนไทยอาจได้เห็นภาพปิดพรมแดน บอยคอตสินค้า หรือปัดฝุ่นนำประเด็นแย่งชิงพื้นที่ปราสาทพระวิหารมารำลึกกันอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลานั้นเชื่อว่า ทุกคนคงนึกภาพออกว่า จะเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย!!!

ที่มา ข่าวการเมือง ข่าวทักษิณ ข่าวอภิสิทธิ์ ข่าวฮุนเซน บทวิเคราะห์จาก Suthichaiyoon.com
Continue Reading...

โพสต์ทูเดย์ : "อภิสิทธิ์" เมินถกฮุนเซนที่สิงคโปร์

ทักษิณ บินออกจากกัมพูชาแล้ว ด้าน กระทรวงต่างประเทศ เตรียมเข้าเยี่ยม วิศวกรชาวไทยที่ถูกกัมพูชาจับกุม

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีที่ นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรหนุ่มชาวไทย ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ว่า เท่าที่รับทราบมานั้น วันนี้ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศไทย จะยื่นเรื่องขอเข้าเยี่ยม นายศิวรักษ์ ที่ตามรายงานนั้นระบุว่าถูกจองจำอยู่ที่เรือนจำ ซึ่งโดยฐานะนั้น นายศิวรักษ์ ไม่ได้เป็นข้าราชการ

ดังนั้น สิ่งที่ทางการไทยจะดำเนินการช่วยเหลือคือ จะให้สถานกงสุลติดต่อทางการกัมพูชา เพื่อหาช่องทางอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือในเรื่องข้อกฎหมาย โดยประสานผ่านทางทนายความของนายศิวรักษ์ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาว่า เป็นเพื่อนกับเลขานุการเอกบ้าง ซึ่งคงต้องรอดู ข้อเท็จจริงก่อน หากว่าวันนี้ได้มีการเข้าเยี่ยม

ทั้งนี้ นายศิวรักษ์ เป็นวิศวกรบริษัท กัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส หรือ CATS ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของกัมพูชา จับกุมโดยกล่าวหาว่า เป็นผู้ขโมยข้อมูลเรื่องตารางเวลาการบินเที่ยวบินพิเศษของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก่อนนำข้อมูลดังกล่าว ไปให้กับเลขานุการเอก ประจำสถานทูตไทย

นายปณิธาน กล่าวว่า ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งมีกำหนดเข้าร่วมประชุม APEC CEO Summit 2009 ที่ประเทศสิงค์โปร์ ในวันนี้ ไม่มีความประสงค์ที่จะหารือกับ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชา เป็นการส่วนตัว เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ แต่อย่างใด และเท่าที่ได้รับรายงานล่าสุด ก็ไม่พบว่าทางฝ่าย นายกรัฐมนตรีฮุนเซน มีความพยายามที่จะติดต่อประสานมาเพื่อขอหารือกับนายกรัฐมนตรี ทั้งในช่วงระหว่างการประชุม หรือ การหารือนอกรอบ แต่อย่างใดเช่นกัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า อาจจะไม่มีการหารือนอกรอบกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ ในวันพรุ่งนี้(15 พย) เนื่องจากเวลาจำกัดและไทยให้ความสำคัญกับการประชุมในครั้งนี้อย่างมาก และปัญหาที่เกิดขึ้นอยากให้สองประเทศ ได้ร่วมกันแก้ปัญหา มากกว่าที่จะให้นานาชาติเข้ามาดูแล

ส่วนกรณีที่ทางการกัมพูชาควบคุมตัว นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ในข้อหาส่งข้อมูลตารางเวลาการบิน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจกับข้อหาดังกล่าว เพราะข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่เปิดเผยอยู่แล้ว

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชา ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางออกจากกัมพูชาแล้วในวันนี้

ที่มา ข่าวอภิสิทธิ์ ข่าวฮุนเซน ข่าวทักษิณ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ จาก โพสต์ ทูเดย์
Continue Reading...

10 พฤศจิกายน 2552

MCOT News : นายกฯ ยืนยัน ขอตัวทักษิณจากกัมพูชา

นายกฯ ยืนยันทำหนังสือขอตัว ทักษิณ จากกัมพูชา - รัฐสภา 10 พ.ย. - นายกรัฐมนตรีเผยได้ทำหนังสือขอตัว “ทักษิณ ชินวัตร” จากกัมพูชาแล้ว หลังมีข่าวเดินทางถึงกัมพูชา ขณะเดียวกันยืนยันยกเลิก MOU เฉพาะพื้นที่ทางทะเลเท่านั้น ไม่เกี่ยวปราสาทพระวิหาร

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าประเทศกัมพูชาแล้วว่า ขณะนี้อัยการสูงสุดได้ทำหนังสือขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีในไทย ให้กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งไปยังกัมพูชา ตามสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว แต่ต้องขอตรวจสอบที่อยู่ให้ชัดเจนก่อน เพราะไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่ที่กัมพูชากี่วัน และว่าหากกัมพูชาไม่ยอมส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มา รัฐบาลคงต้องพิจารณาทบทวนตามความเหมาะสม ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว
ส่วนที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2544 นั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า สาเหตุมาจากข้อมูลที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้ การยกเลิก MOU ดังกล่าว จะมีผลต่อเมื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190

“รัฐบาล ได้พิจารณาอย่างรัดกุมและครบถ้วน เพราะอาจจะถูกโต้แย้งได้ ยืนยันว่าจะยกเลิกพื้นที่ทางทะเลเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร เพราะขณะนี้กัมพูชาให้ข่าวเพื่อทำให้เกิดความสับสน ข้อเท็จจริงแล้ว รัฐบาลไทยยังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นตามแนวชายแดนหรือบริเวณปราสาทพระวิหาร” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายก รัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ Times Online มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือชี้แจง และให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบเนื้อหาว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่แล้ว. -สำนักข่าวไทย

ที่มา MCOT News
Continue Reading...

ฐานเศรษฐกิจ : ศึกศักดิ์ศรีเกมการเมืองจุดไฟไทย-กัมพูชา

เขม็งว่า สัมพันธ์ร้าวไทย-กัมพูชาจะพัฒนาไปสู่ทิศทางใด หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองลดระดับลง จากการเรียกเอกอัครราชทูตของตนเองกลับประเทศเมื่อ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เวทีการประชุมแม่โขงซัมมิท หรือกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง 4 ประเทศ คือ ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา กับญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวในวันถัดมา เป็นเวทีแรกที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย และสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ต่างเดินทางไปร่วมประชุม
ผู้นำทั้งสองจะมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันหรือไม่ยังเป็นที่ลุ้นระทึก เพราะทางฝ่ายไทยบอกแล้วว่า จะรอฟังการชี้แจงของทางการกัมพูชา ต่อแถลงการณ์ประท้วงของฝ่ายไทยในกรณีที่กัมพูชาแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคำพิพากษาศาลไทย เป็นที่ปรึกษานายกฯและรัฐบาลกัมพูชา จนต้องสั่งเรียกทูตกลับด่วน จึงจะไม่เป็นผู้เริ่มขอคุยทวิภาคีก่อน แต่หากนายกฯฮุน เซ็นจะชี้แจงก็พร้อมรับฟัง

ที่มา สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ ฐานเศรษฐกิจ
Continue Reading...

ไทยโพสต์ : แม้วให้ร้ายในหลวง ผ่าน'ไทมส์'' อภิสิทธิ์'สั่งฟัน

นรกกินหัว "ทักษิณ" ให้สัมภาษณ์สื่อนอกให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ สุดท้ายพล่านแก้ข่าวโทษสื่อตีความผิด ปากดีต่อรองนับหนึ่งใหม่ด้วยการนิรโทษโกง "มาร์ค" เชื่อ "แม้ว" รู้ตัวดีพูดอะไรออกไป ลั่นไม่ปล่อยไปเฉยๆ แน่ สั่งฝ่ายกฎหมายจัดการ "กษิต" ถามเพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากกษัตริย์กัมพูชา แล้วจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย มีวัตถุประสงค์อะไร ทหารฮึ่มยอมไม่ได้

เมื่อวันจันทร์ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ไทมส์ ประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร แบบคำต่อคำ ซึ่งมีความยาว 12 หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นบทสัมภาษณ์โดย ริชาร์ด ลอยด์ แพร์รี ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุตอนหนึ่งว่า พระมหากษัตริย์เป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพสูงสุด พระองค์ทรงเป็นเทพในความรู้สึกของคนไทย แต่คนที่รายล้อมพระมหากษัตริย์กับพระราชินี ซึ่งตนขอเรียกว่า เครือข่ายวัง นั้น พยายามจะสร้างอิทธิพล พวกองคมนตรีส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณ คนพวกนี้มีลูกน้อง ดังนั้นจึงต้องการมีอิทธิพล เช่น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เขาต้องการให้บางคนเป็นผู้บัญชาการทหารบก ถ้าคุณตั้งคนอื่น เขาก็ไม่ชอบใจ นี่เป็นการใช้อำนาจที่ไม่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พวกเครือข่ายวังกำลังเล่นการเมือง

ลอยด์ แพร์รี ถามว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสิ่งที่ดี แต่ตัวสถาบันต้องมีการปฏิรูปใช่ไหม พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ถูกต้องๆ

เมื่อถูกถามว่าปฏิรูปแบบไหน เขาตอบว่าต้องยึดถือปฏิบัติตามหลักพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ทุกสถาบันต้องทำหน้าที่ตามหลักนิติรัฐและกฎเกณฑ์ทางการเมือง แต่บางครั้งสถาบันหลายอย่างก็ถูกแทรกแซง เครือข่ายวังสามารถแทรกแซงระบบยุติธรรมได้

ถามว่าสถาบันช่วยอะไรได้บ้าง อดีตนายกฯ ที่หลบหนีโทษจำคุกในคดีคอรัปชั่นตอบว่า ต้องทำให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากันแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่ นั่นคือนิรโทษกรรมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ตนจะกราบบังคมทูลว่า "นี่เป็นเวลาที่พระองค์จะพระราชทานพระเมตตาแก่พสกนิกร นำสันติสุขมาสู่พวกเขา ให้พวกเขาอยู่ร่วมกันโดยสันติ โดยการนิรโทษและพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้ทุกคนกลับไปมีชีวิตตามปกติ และยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่"

พิธีกรถามว่าเมื่อเดือนมีนาคม คุณบอกว่าถ้ามีเสียงปืนลั่น ทหารยิงประชาชน ก็จะกลับไปนำประชาชน กัมพูชาจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการยาตราทัพหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ถ้าตนจะนำทัพ จะเริ่มจากภาคอีสานของไทย เพราะสามารถเข้าประเทศทางพรมแดนลาว กัมพูชา หรือพม่าก็ได้ ตนสามารถหาทางได้

"ถ้าผมกลับไปตอนนี้ก็จะเกิดความปั่นป่วนมากขึ้น เพราะผู้สนับสนุนผมซึ่งมีหลายล้านคนจะออกมา ถ้าผมกลับไปตอนนี้จะเกิดการนองเลือด เพราะรัฐบาลจะใช้กำลังทหาร ดังนั้นจึงไม่เป็นผลดีกับใคร"

ถามว่าถ้ารัฐบาลบอกคุณว่า 'โอเค เราจะคืนเงินให้ แต่คุณต้องเลิกเล่นการเมือง เป็นแค่นักธุรกิจ' คุณจะตกลงไหม พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ตนแค่ต้องการความยุติธรรม ตนไม่แคร์ว่าตัวเองจะได้กลับไปเล่นการเมืองอีกหรือไม่ แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ต้องการ ตนก็ต้องกลับสู่การเมือง ไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้ แต่ถ้าเลือกได้ ตนอยากใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่ตนรักประชาชน รักประเทศชาติ ต้องการทำสิ่งดีๆ เพื่อพวกเขา ตนเบื่อการเมืองแบบไทยๆ มาก แต่ถ้าประชาชนทำให้ตนได้กลับไป ตนก็เป็นหนี้บุญคุณพวกเขา

"ผมเป็นนักปฏิวัติ ผมต้องการปฏิรูป ผมจะปฏิรูประบบยุติธรรมทั้งระบบเพื่อให้เป็นแบบสมัยใหม่"

สำหรับประเด็นที่ตกเป็นข่าวและสร้างความไม่สบายใจในวงกว้างนั้น คือการพาดพิงไปถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เกี่ยวกับพระอาการประชวร รวมไปถึงการสืบสันตติวงศ์ และการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

'แม้ว' พล่านแก้ตัว

หลังมีกระแสความไม่พอใจเกิดขึ้นในไทย พ.ต.ท.ทักษิณได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า กรณีการเสนอข่าวเท็จของ Timesonline ว่าตามที่มีการเสนอข่าวใน www.timesonline.co.uk วันที่ 9 พฤศจิกายน พาดหัวข่าวว่า "Ousted Thai leader Thaksin Shinawatra calls for "shining" new age after King's..." ซึ่งเป็นการบิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ของตนโดยสิ้นเชิง และการเสนอข่าวที่เป็นความเท็จดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนเข้าใจผิดในหมู่ผู้อ่านข่าวและในหมู่คนไทยตามมา ซึ่งตนขอกราบเรียนข้อเท็จจริงดังนี้

ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์ตามเนื้อความที่ว่า "calls for shining" new age after King's..." การพาดหัวข่าวดังกล่าวเป็นการกระทำของ timesonline ที่เป็นเท็จทั้งสิ้น ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์เช่นนั้น

ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์ไปตามที่มีข้อความว่า "called for reform of the country's revered monarchy and spoken of a "shining" new age after the era of the ailing King, Bhumibol Adulyadej." การเขียนข่าวดังกล่าวเป็นการกระทำของ timesonline ที่เป็นเท็จทั้งสิ้น ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์เช่นนั้น

ตนได้สัมภาษณ์เทิดทูนพระเกียรติ และพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

ตนรู้สึกเสียใจต่อการนำเสนอข่าวของ timesonline ในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ได้กำชับผู้สัมภาษณ์ว่าเรื่องสถาบันเป็นเรื่องสูงและละเอียดอ่อน ต้องนำเสนอข่าวให้ตรงกับสิ่งที่พูด ตนจึงขอประณาม timesonline ที่เสนอข้อความเท็จและสร้างความสับสนในเรื่องนี้ ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าครอบครัวและตนเองมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพร้อมสละชีวิตเพื่อปกป้องสถาบันเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน

ที่ประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่าเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงแล้ว และทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณแก้ตัวว่าถูกบิดเบือน ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลต้องกระทำแน่นอนคือทำคำชี้แจง เพราะมีข้อความซึ่งไม่ตรงตามข้อเท็จจริง และอาจไม่เหมาะสมหลายจุด โดยกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการ

ถามว่า เนื้อหาในบทสัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ จะกระทบต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า "ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่อ่านแล้วคงเห็นว่าไม่เหมาะสม และอดีตนายกฯ คงทราบแล้ว จึงพยายามบอกว่าไม่ได้พูด แต่ต้องติดตามและตรวจสอบว่าจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร เพราะสื่อคงต้องชี้แจงในส่วนนี้เช่นกัน เนื่องจากโดนกล่าวหาว่าลงข่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยการดำเนินการต้องให้ตามข้อกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายจะรับไปดู ส่วนข้อเท็จจริงนั้นต้องชี้แจงสื่อ โดยไม่ปล่อยไปเฉยๆ แน่นอน"

ถามว่า ล่าสุดแถลงการณ์ของอดีตนายกฯ ระบุว่า จะเดินทางไปกัมพูชาตามคำเชิญของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เชิญอดีตนายกฯ ไปบรรยายพิเศษแก่นักธุรกิจกัมพูชา 300 คนแน่นอน นายอภิสิทธิ์ยิ้มและกล่าวว่า "ไปจริงหรือเปล่า พูดจริงหรือ ให้สัมภาษณ์ตั้งยาวแต่ยังบอกว่าไม่จริงเลย"

'บัวแก้ว' โต้ 'ทักษิณ'

ต่อมา นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ได้เปิดแถลงข่าวที่รัฐสภาเป็นการด่วนเพื่อชี้แจงกรณีนี้ โดยอ่านคำแถลงว่า

"ในวันนี้ 9 พฤศจิกายน 2552 Timesonline ซึ่งเป็น Website Version ของหนังสือพิมพ์ The Times ในสหราชอาณาจักร ได้เผยแพร่รายงานข่าวเรื่อง "Ousted Thai leader Thaksin Shinawatra calls for "shining" new age after King's..." เขียนโดยนาย Richard Lloyd Parry (ซึ่งเป็น Asia News Editor ของ นสพ.The Times) ซึ่งเป็นการรายงานคำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยในหลายส่วนของรายงานข่าว มีข้อความพาดพิงโดยมิบังควรถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย รวมถึงมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง อาทิ ที่เกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขอตอบโต้ชี้แจงดังนี้ ข้อ 1.การให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นสิ่งที่ก้าวล่วงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนอกจากจะถือเป็นเสาหลักของเสถียรภาพของประเทศแล้ว ยังเป็นสถาบันที่คนไทยทุกคนเคารพและเทิดทูนเป็นอย่างมากด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่คนไทยยอมรับได้ และไม่พึงกระทำ

ข้อ 2.ขณะที่ประชาชนชาวไทยทั้งปวงกำลังอยู่ระหว่างการรวมใจถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยที่แข็งแรง พ.ต.ท.ทักษิณกลับใช้จังหวะเวลานี้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่จาบจ้วง และไม่เป็นมงคลเยี่ยงนี้ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า มีวัตถุประสงค์แอบแฝงหรือกำลังเคลื่อนไหวบางอย่าง ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมไม่ควรอยู่

ข้อ 3.การให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ สะท้อนถึงความอึดอัดและความไม่สามารถของตน ที่จะเข้าไปชี้นำและโน้มน้าวทุกฝ่ายในสังคมไทยได้ ดังเช่นที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้เคยที่จะเพียรพยายามกระทำมาในอดีต

ข้อ 4.เกี่ยวกับความเห็นของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงได้รับการศึกษาในต่างประเทศและมีพระชนมายุน้อย ทรงเข้าใจโลกในปัจจุบันดีนั้น เสมือนเป็นการเปรียบเทียบกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการมิบังควรอย่างยิ่ง

ข้อ 5.พ.ต.ท.ทักษิณคงให้ข้อมูลที่ผิดพลาด เกี่ยวกับสถานะของตนเองแก่ผู้สื่อข่าว ที่ขอสัมภาษณ์โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยในต่างประเทศ ในการนี้จึงขอย้ำว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางกลับไปอยู่ในประเทศไทยในช่วงรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ปี 2551 หลังจากการปฏิวัติผ่านไป 1 ปีกว่า และได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปอีกครั้ง ก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำสั่งพิพากษาให้จำคุก 2 ปี จากการกระทำผิดในคดีอาญาเกี่ยวกับการใช้ตำแหน่งหน้าที่ทุจริต หรือเอื้อประโยชน์ให้ภรรยาของตนเอง ขณะที่ยังมีคดีเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน และการทุจริตอื่นๆ รออยู่อีกเป็นจำนวนมาก

ข้อ 6.ขณะเดียวกันนี้ ผู้เขียนข่าวก็คงได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอีกหลายประการ หรือไม่มีความสามารถที่จะเข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆ อันเป็นผลให้การรายงานข่าวนี้ขาดความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อที่ 1) ประเด็นที่เกี่ยวกับบทบาทที่อยู่เหนือการเมืองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2) ประเด็นที่ว่าการที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลกัมพูชาและของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นสิ่งที่สร้างความโกรธเคืองให้แก่นายอภิสิทธิ์ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ของชาติ เป็นผลประโยชน์ส่วนตัว และการเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ก็เพื่อสืบทอดสิ่งที่ตนได้ทำไว้ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย

เชื่อโยงข่าวลือปั่นหุ้น

"พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากกษัตริย์กัมพูชา แล้วพูดจาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยเช่นนี้ด้วยวัตถุประสงค์อะไร ก็ขอถามกลับไปนะครับ"

ถามว่า รัฐบาลจะส่งข้อมูลหรือทำหนังสือชี้แจง หรือตอบโต้นิตยสารไทมส์หรือไม่ นายกษิตตอบว่า ก็ได้เตรียมอยู่และคงไม่ใช่เป็นการตอบโต้ แต่เป็นการชี้ข้อเท็จจริงให้ชาวกัมพูชาได้รับทราบ นั่นเป็นประเด็นต้องชี้แจงไป คงไม่ใช่เป็นลักษณะการประท้วง เป็นเรื่องของการให้ข้อเท็จจริง เราก็เพียรพยายามอยู่โดยตลอดมากับผู้สื่อข่าวต่างประเทศทั้งหมดที่อยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะผ่านทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และในต่างประเทศผ่านทางสถานทูตเกี่ยวกับสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ทราบกันดีอยู่

ซักว่าเป็นผลจากการมีล็อบบี้ยิสต์ของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ รมว.การต่างประเทศตอบว่า อันนี้ก็แล้วแต่ อันนี้ต้องถามคุณทักษิณว่าใช้เครื่องมืออะไรบ้างทั่วโลก ก็มีตั้งหลายบริษัท หลายบุคลากร ที่ช่วยเหลือและรับเงินจากคุณทักษิณอยู่ ซึ่งจะดำเนินการตามสิ่งที่คุณทักษิณต้องการ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ขณะนี้มีความอ่อนไหวมาก เนื่องจากมีการปล่อยข่าวลือกันมาก่อนหน้านี้ และการให้สัมภาษณ์ลักษณะนี้ก็ไปสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่มีการปล่อยข่าวลือกันก่อนหน้านี้ด้วย

เขาบอกว่า ประเด็นที่กำลังดูกันในขณะนี้คือเจตนาของผู้พูดคืออะไร เท่าที่ดูกันขณะนี้เห็นว่าเป็นคำพูดที่หมิ่นเหม่มาก ที่จะมีปัญหาในแง่ข้อกฎหมายอื่นๆ ด้วย เข้าใจว่าคนพูดเองตอนนี้คงรับรู้แล้วว่าสะเทือนความรู้สึกหัวใจของคนไทยมาก ก็พยายามออกมาโยนความผิดฝ่ายสื่อ แต่คิดว่าเรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยาก เพราะสามารถกลับไปอ่านฉบับเต็มและเจตนาของผู้พูดได้ เหตุการณ์ทั้งหมดนี้พิสูจน์อย่างหนึ่งเหมือนกันว่า จริงๆ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณคิดอะไรกันแน่กับประเทศกับสถาบัน

"หากคุณทักษิณพูดว่าสื่อบิดเบือนลงผิด ต้องรอคำชี้แจงจากสื่อที่ไปลง หากเขายืนยันถูกต้องก็ชัดเจน ก็มาดูเจตนาอีกที เบื้องต้นประเทศเสียหาย กระทบความรู้สึกประชาชนและสถาบัน เพราะเนื้อความที่อ่านผมตกใจมาก คือเราอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่เราไม่เคยได้ยินเขาพูดอะไรอย่างนี้ตรงๆ แต่เมื่อพูดตรงๆ ในฐานะคนไทยรู้สึกตกใจ ถ้าเขาหาว่าไทมส์ซึ่งเป็นสื่อระดับโลกบิดเบือน ก็คงไปว่ากล่าวกันเอง ผมเชื่อว่าไทมส์ต้องออกมาชี้แจง ทั้งหมดต้องดูเจตนาคนพูด"

นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับการปล่อยข่าวปั่นหุ้นกันก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งคงต้องมีการชี้แจงกัน ส่วนกรณีที่คุณทักษิณพูดถึงเรื่องการถวายฎีกาที่มีการถ่วงเวลานั้น ตนไม่ขอพูดเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่ในประเทศไทยเรามีกฎหมายทุกอย่างชัดเจน

"ตอนนี้คุณทักษิณยิ่งไกลออกไปเรื่อย เขาเรียกว่ายิ่งว่ายยิ่งลึก ออกทะเลลึกไปเรื่อยๆ หาฝั่งกลับไม่เจอ คำถามเรื่องคนไทยหรือเปล่าก็ย้อนกลับมาหาตัวเขาเอง"

เชื่อเกมแรงขึ้นเรื่อยๆ

ซักว่ามองเป็นเกมของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายสาทิตย์ตอบว่าแน่นอน ตนได้วิเคราะห์ไว้แล้วว่า 2 เดือนนี้เกมต้องแรงแน่ เพราะวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ศาลอาญาจะสอบกรณี 7.5 หมื่นล้าน เกมก็แรงขึ้นเรื่อยๆ เขามีเจตนาชัดเจน แต่เมื่อก่อนดำเนินโดยลำพังส่วนตัว อาศัยหลบอยู่ตามประเทศต่างๆ แต่วันนี้ใช้กัมพูชามาเคลื่อนไหว และสอดคล้องกันอย่างยิ่ง มันกระทบกระเทือนหัวใจคนไทย คุณจะโจมตีรัฐบาล โจมตีนายกฯ ก็ว่าไปเรื่องหนึ่ง เรารับกันได้ แต่แตะต้องสาบันมันเหยียบย่ำหัวใจคนไทยมากไป

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพาดพิงสถาบันเบื้องสูง สังเกตได้ว่าก่อนหน้านี้ในปี 49-50 ได้มีการกล่าวพาดพิงสถาบันที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีการอ้างว่าเป็นการแปลที่ผิดพลาด จนต้องมีการขอพระราชทานอภัยโทษภายหลัง ซึ่งในครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า คำพาดหัวมีการพาดพิงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และน่าสงสัยว่ามีการใช้ล็อบบี้ยิสต์เพื่อดำเนินการ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ อาทิ หน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคง เพื่อให้พิจารณากับสื่อที่ลงข่าวดังกล่าว เพราะถือว่ากระทบกระเทือนจิตใจคนไทยทั้งชาติ

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ประชาชนตัดสินใจได้เองว่าในหัวสมองคิดอย่างไร และคิดว่าการได้รับรู้เรื่องดังกล่าวจะทำให้สามารถตัดสินใจได้ จึงอยากเรียกร้องให้ไตร่ตรองว่าจะสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณต่อไปหรือไม่ เพราะเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ และอันตรายที่สุด และเลวร้ายยิ่งกว่าการไปรับเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาเสียอีก

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ความคิดเห็นว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดว่า พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์อย่างไร แต่ทราบว่าค่อนข้างรุนแรง ซึ่งไม่น่าจะเกิดจากคนระดับนี้ สิ่งที่ท่านทำคือการทำลายตัวท่านเอง หากเราวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างใคร คงมองได้ว่าท่านพยายามทำลายตัวท่านเอง มากกว่ายกย่องตัวท่านเองขึ้นมา

"ความจริงท่านคิดเองได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงว่าท่านคิดแล้ว และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้ตัวท่านดีขึ้น แต่ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าคะแนนนิยมท่านลดลงไป" ปลัดกลาโหมกล่าวและบอกว่า จะต้องหาทางดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้น เพราะเราคงยอมไม่ได้ที่จะให้มีการหมิ่นสถาบัน.

ที่มา ไทยโพสต์
Continue Reading...

ไทยเล็งเพิ่มความเข้มข้นโต้ทักษิณ



นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย" วันที่ 8 พ.ย. 2552 ทางสถานีโทรทัศน์ NBT พูดถึงกรณี "ทักษิณ" ไทยเล็งเพิ่มมาตรการเข้นข้นเพื่อตอบโต้ทักษิณหากใช้กัมพูชาเป็นฐานในการดำเนินกิจกรรม
Continue Reading...

09 พฤศจิกายน 2552

เดลินิวส์ : 'มาร์ค'ส่งฝ่ายกม.-บัวแก้วเล่นงาน'ทักษิณ'จ้อ

นายกฯ ส่งฝ่ายกฎหมาย – ก.ต่างประเทศ ดำเนินการบทสัมภาษณ์ 'ทักษิณ' คาดคนไทยไม่ปลื้ม

วันนี้( 9 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายว่า เมื่อเวลา 17.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นิตยสารไทมส์ ออนไลน์ ประเทศอังกฤษ ลงบทสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการพาดพิงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำรุนแรงหลายประเด็น ว่า กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงแล้ว และทราบว่าอดีตนายกฯ แก้ตัวว่าถูกบิดเบือน เมื่อถามถึงมาตรการของรัฐบาลในเรื่องนี้ นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องกระทำแน่นอนคือทำคำชี้แจง เพราะมีข้อความซึ่งไม่ตรงตามข้อเท็จจริงและไม่เหมาะสมหลายจุด โดยกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการ

เมื่อถามว่า เนื้อหาในบทสัมภาษณ์ของอดีตนายกฯจะกระทบความมั่นคงของชาติหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่อ่านแล้วคงเห็นว่าไม่เหมาะสม และอดีตนายกฯคงทราบแล้วและพยายามบอกว่าไม่ได้พูด แต่ต้องติดตามและตรวจสอบว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร เพราะสื่อ(ไทมส์)คงต้องชี้แจงในส่วนนี้เช่นกัน เนื่องจากโดนกล่าวหาว่าลงข่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เมื่อถามถึงการดำเนินการทางกฎหมาย นายกฯกล่าวว่า ข้อกฎหมายนั้น ฝ่ายกฎหมายจะรับไปดู แต่ข้อเท็จจริงนั้นต้องชี้แจงโดยไม่ปล่อยไปเฉยๆแน่นอน

เมื่อถามว่า ชี้แจงไปถึงใคร นายกฯ กล่าวว่า ชี้แจงกับสื่อ(ไทมส์) เมื่อถามว่า จะให้มีการขอโทษกับสิ่งที่กระทบจิตใจคนไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังทำอยู่ เมื่อถามว่า ล่าสุดแถลงการณ์ของอดีตนายกฯระบุว่าจะเดินทางไปกัมพูชาตามคำเชิญของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เชิญอดีตนายกฯไปบรรยายพิเศษกับนักธุรกิจกัมพูชา 300 คนแน่นอน นายกฯยิ้มและกล่าวว่า ”ไปจริงหรือเปล่า พูดจริงหรือ ให้สัมภาษณ์ตั้งยาวแต่ยังบอกว่าไม่จริงเลย” เมื่อถามว่า จะดำเนินคดีกับอดีตนายกฯในข้อหาหมิ่นพะบรมเดชานุภาพหรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถามนี้และปิดประตูรถทันที.

ที่มา เดลินิวส์
Continue Reading...

ทีวีช่อง 7 รายงานสด : รัฐบาลยันไม่ถอนวาระกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา

รายงานสด : รัฐบาลยืนยันไม่ถอนวาระการพิจารณากรณีพิพาทไทย-กัมพูชา อีกทั้งเตรียมชี้แจงขอยกเลิกบันทึกข้อตกลงการขอใช้พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่ทำสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตร เป็นนายก เพราะกลัวว่าไทยจะเสียเปรียบ เนื่องจาก พต.ท.ทักษิณ ไปเป็นที่ปรึกษาให้กับกัมพูชา

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเปิดตึกไทยคู่ฟ้าต้อนรับแกนนำพันธมิตรที่ยื่น 8 ข้อเรียกร้อง ที่สำคัญคือกรณียกเลิกข้อตกลงระหว่างไทย-กัมพูชาทุกฉบับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบกัมพูชา

ที่มา ทีวี ช่อง 7 สี
Continue Reading...

ASTV ผู้จัดการ : เล็งหากฏหมายฟัน พท.หนุนเขมรตั้งแม้ว

สองโมงเช้า “แกนนำพันธมิตรฯ” พบ “มาร์ค” ยื่นหนังสือแก้ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ด้าน”การเมืองใหม่” หนุน รบ.ยกเลิก MOU และแถลงการณ์ร่วมปี 44 จี้รัฐบาลดู “สื่อเขมร” เริ่มเสนอข่าวพาดพิงสถาบันกษัตริย์ไทย ยำ“แม้ว, จิ๋ว, ฮุนเซน”เป็น 3 เกลอรุ่น 2”บ่อนทำลายชาติ เล็งหากฎหมายฟัน“เพื่อแม้ว”หนุน พระยาละแวกตั้ง “พ่อแม้ว”อาจเป็นภัยความมั่นคง

วันนี้ (9พ.ย.) เวลา 08.30 น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายพิภพ ธงไชย จะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเสนอความเห็นของแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 5 คนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา

ขณะที่เวลา 13.00 น.วานนี้ (8 พ.ย.) ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสุริยะใส กตะศิลา ว่าที่เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ นายสำราญ รอดเพชร ว่าที่โฆษกพรรคการเมืองใหม่ พร้อมด้วย พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ กรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยระบุว่า พรรคการเมืองใหม่สนับสนุนมาตรการของรัฐบาลในการยกเลิก MOU 2544 และ แถลงการณ์ร่วม 2544 ที่ลงนามโดย นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ผู้แทนฝ่ายไทย กับ นายซกอัน ผู้แทนฝ่ายกัมพูชา และ คำแถลงการณ์ร่วมปี 2544 ซึ่งลงนามโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้แทนฝ่ายไทย กับ นายฮุนเซน ผู้แทนฝ่ายกัมพูชา เนื่องจาก MOU และแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว เป็นข้อผูกพันที่มีความสุ่มเสียงต่อการสูญเสียผลประโยชน์ของประเทศไทย เนื่องจากในข้อตกลงตามเอกสารทั้งสองนั้น ได้มีการแนบท้ายแผนที่ทางกัมพูชาเป็นผู้กำหนดเอง โดยแผนที่นั้นได้มีการลากเส้นเขตแดนรุกล้ำอธิปไตยของไทย ดังนั้น หากยังไม่มีการยกเลิกก็เท่ากับเป็นการสุ่มเสี่ยงที่ไทยจะเสียดินแดน รวมถึงผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลที่เป็นของไทยได้

อีกทั้งเมื่อ อดีตนายกฯทักษิณ เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเอง แล้วจะไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับทางกัมพูชาอีกนั้น ก็ย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะมีการนำความลับของประเทศไปเปิดเผย อันจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อประเทศไทยได้

พรรคการเมืองใหม่ ยังเรียกร้องไปยังรัฐบาล ส.ส. และ ส.ว. ทุกท่านด้วยว่า ในวันจันทร์ที่ 9 นี้ จะมีการพิจารณาข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ขึ้นมาพิจารณา รวมถึงมีการนำข้อตกลง MOU ปี 2543 ระหว่างไทยและกัมพูชา ที่ลงนามโดย มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา นั้น ทางพรรคการเมืองใหม่อยากเรียกร้องให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างถ้วนถี่ ต้องตอบให้ได้ว่า MOU ปี 2543 นี้ จะไม่นำไปสู่การเสียดินแดนอย่างแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเป็นตราบาป รัฐบาลประชาธิปัตย์ตลอดไป

จี้รบ.ใช้สติแก้ปัญหาไทย-เขมร

นอกจากนี้ ทางพรรคการเมืองใหม่ ยังอยากเรียกร้องไปทางรัฐบาล ให้ดำเนินการกรณีความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา อย่างมีสติ ซึ่งแม้ว่าการที่รัฐบาลตอบโต้อย่างกัมพูชา ในเรื่องการแต่งตั้ง นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีนั้น จะเป็นสิ่งที่เหมาะสม จนได้รับความชื่นชมจากประชาชนมากขึ้นโดยเห็นได้จากผลโพลก็ตาม แต่รัฐบาลก็ไม่ควรหยุดอยู่เท่านี้ ยังควรให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องในเรื่องนี้กับประชาชนต่อไป ซึ่งขณะนี้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการให้เร็ว เพราะยิ่งนับวัน กลุ่มผู้ไม่หวังดีก็ยิ่งปล่อยข่าว สร้างความปั่นป่วนต่อชาติ และจาบจ้วงสถาบันกษัติย์ของไทยอยู่อย่างต่อเนื่อง

เห็นได้จากขณะนี้ เริ่มมีการเสนอข่าวจากสื่อมวลชนของกัมพูชา (ซึ่งสื่อทุกสื่อในกัมพูชาเป็นของรัฐบาล) ในลักษณะที่จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ของไทยเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มีการกล่าวถึงเรื่องของ อำมาตยธิปไตย หรือรุนแรงไปถึงขั้นที่ระบุว่า ปัญหาในประเทศไทยปัจจุบัน เป็นเรื่องของคนเพียงคนเดียวที่อยากจะรักษาอำนาจไว้ให้นานที่สุด เมื่อ นายทักษิณ ชินวัตร มีบทบาทและอำนาจก็ทนไม่ได้ จึงหาเรื่องกลั่นแกล้งและขับไล่ให้พ้นประเทศ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไข

แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการใดๆ นั้น รัฐบาลก็ควรคำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ อย่าให้พี่น้องชาวไทย และกัมพูชา ที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันต้องได้รับความเดือดร้อน อย่าให้เรื่องของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร คนเดียว ทำลายประเทศได้ แต่รัฐบาลก็ต้องเร่ง จัดการ อย่าปล่อยให้ “สามเกลอ รุ่น 2” คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร และ สมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ออกมาสร้างความปั่นป่วนให้ประเทศไปมากกว่านี้

จี้'เพื่อแม้ว'ทบทวนภัยชาติ

พร้อมกันนี้ ทางพรรคการเมืองใหม่ ยังอยากเรียกร้องไปยัง พรรคเพื่อไทย ให้พิจารณาถึงความเหมาะสม ต่อท่าที ที่มีต่อกรณีที่สมเด็จฮุนเซน ตั้งนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจด้วยว่า ขอให้พรรคเพื่อไทยทบทวนเสียใหม่ ว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วหรือ กับการที่จะสนับสนุนให้กัมพูชา ตั้งนักโทษหนีคดีเป็นที่ปรึกษา ซึ่งนอกจากจะเป็นการฉีกหน้าระบอบยุติธรรมของประเทศตัวเองแล้ว ยังถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอีกด้วย ซึ่งจากนี้ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ควรเข้ามาร่วมพิจารณาด้วยว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติจริงหรือไม่ เพราะหากนโยบายของพรรคมีออกมาว่าสมควรสนับสนุนให้กัมพูชาตั้ง นักโทษชายทักษิณ เป็นที่ปรึกษาแล้ว ย่อมมีความผิดที่ชัดเจนในเรื่องของการเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แต่หากทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีนโยบายในเรื่องดังกล่าวแล้ว พรรคเพื่อไทย ควรออกมาขอโทษต่อชาวไทยทั้งชาติ ที่ได้เคยแสดงท่าทีสนับสนุน หรือเห็นดีเห็นงามกับการตั้งนักโทษหนีคดี เป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลกัมพูชา

“พิภพ” นำยื่นหนังสือนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือที่นายพิภพ จะนำเข้ายื่นนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้ดำเนินการยกเลิกแผนที่แสดงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา มาตราส่วน ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียว และ ผลักดันทหารและชาวกัมพูชาออกจากดินแดนไทยโดยไม่มีเงื่อนไข มีใจความว่า เรียกร้องให้รัฐบาลไทยได้ใช้โอกาสนี้ดำเนินการทบทวนพันธะผูกพันระหว่างไทย-กัมพูชา พร้อมกับแก้ไขความผิดและความพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตด้วยแนวทางดังต่อไปนี้

ประการแรก ขอให้ยกเลิก MOU ๒๕๔๓ ที่ได้เริ่มต้นดำเนินการให้ใช้แผนที่มาตราส่วน ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ เป็นครั้งแรก โดยที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอันอาจเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๒๔ อีกทั้งฝ่ายกัมพูชายังได้ละเมิดข้อตกลงใน MOU ๒๕๔๓ ข้อ ๕ เพราะฝ่ายกัมพูชามีการดำเนินการที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน เช่น การตัดไม้สร้างถนน สร้างชุมชน สร้างตลาด สร้างวัด ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลไทยได้ทำการประท้วงเป็นหลักฐานหลายครั้งแล้ว

ประการที่สอง ขอให้ยกเลิก MOU ๒๕๔๔ และ แถลงการณ์ร่วมฯ ๒๕๔๔ ที่รับรองเส้นเขตแดนทางทะเลที่ไม่ได้ยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งรัฐบาลไทยยังได้ดำเนินการโดยที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอันอาจเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๒๔ เช่นเดียวกัน

ประการที่สาม ขอให้ประกาศยกเลิก แถลงการณ์ร่วมฯ ๒๕๕๑ กับประเทศกัมพูชา คณะกรรมการมรดกโลก และองค์การยูเนสโก อย่างเป็นทางการโดยยกเหตุผลให้ชัดเจนว่ามาจากคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคำสั่งศาลปกครองสูงสุด พร้อมทั้งประกาศคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาให้มีความชัดเจน

ประการที่สี่ ขอให้สมาชิกรัฐสภาได้ดำเนินการเพิกถอนมติรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นมติที่ได้ยอมรับแผนที่ตามมาตราส่วน ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ เป็นครั้งแรก อันจะนำไปสู่การสูญเสียดินแดนครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

ประการที่ห้า ขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจยกเลิก TOR ๒๕๔๖ เพราะได้อ้างอิงและใช้แผนที่ตามมาตราส่วน ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐

ประการที่หก ขอให้รัฐบาลได้ถอนเรื่องร่างข้อตกลงชั่วคราว ๒๕๕๒ ออกจากการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากรัฐสภา และหยุดนำผลการประชุมของ JBC ทั้ง ๓ ครั้ง ให้ที่ประชุมของรัฐสภาเห็นชอบ และให้สมาชิกรัฐสภาทบทวนพิจารณากรอบการเจรจาเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับชายแดนที่ได้ผ่านการรับรองจากสมาชิกรัฐสภาไปแล้ว

ประการที่เจ็ด ให้รัฐบาลและกองทัพบกดำเนินการปกป้องอธิปไตย โดยอาศัยกฎบัตรสหประชาชาติข้อ ๕๑ และกฎอัยการศึก ทำการผลักดันชาวกัมพูชาที่ได้รุกล้ำและยึดครองพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง ให้ออกจากดินแดนไทยโดยไม่มีเงื่อนไข

ประการที่แปด ในกรณีที่ประเทศกัมพูชาได้ประกาศแต่งตั้งให้นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษารัฐบาลทางด้านเศรษฐกิจ และเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ย่อมส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นการย่ำยีหลักนิติรัฐและศาลไทยที่กระทำในพระปรมาภิไธยอย่างร้ายแรง จึงขอให้รัฐบาลไทยได้พิจารณายกเลิกโครงการและงบประมาณที่ช่วยเหลือประเทศกัมพูชาทั้งหมด ตลอดจนพิจารณาหามาตรการอื่นเพื่อกดดันฝ่ายกัมพูชาเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา ASTV ผู้จัดการ
Continue Reading...

MCOT News : อภิสิทธิ์ยันขอตัวทักษิณหากเข้าเขมร

อภิสิทธิ์ยืนยันหากทักษิณเข้ากัมพูชาจริงต้องทำเรื่องขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเข้าทำงานที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชาในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ เพื่อร่วมประชุมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของกัมพูชากว่า 300 คน ว่า เห็นข่าวดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ทราบว่า จะเดินทางมาจริงหรือไม่ ซึ่งจะต้องติดตามดูก่อนว่า มีสัญญาณชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ และหากเดินทางเข้าไปจริง รัฐบาลก็ต้องทำเรื่องขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีตามขั้นตอน ส่วนจะส่งตัวมาหรือไม่ เป็นเรื่องของกัมพูชาที่จะพิจารณา

ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ยังไม่ได้บอกว่า จะเดินทางเข้ากัมพูชาแต่อย่างใด และเพิ่งทราบเรื่องที่สมเด็จฮุนเซน แถลงข่าว ดังนั้นจะสอบถาม พ.ต.ท.ทักษิณ อีกครั้งว่า จะเดินทางเข้าไปในกัมพูชาในช่วงเวลาดังกล่าวจริงหรือไม่. -สำนักข่าวไทย
ที่มา MCOT News
Continue Reading...

08 พฤศจิกายน 2552

ข่าวสด : "มาร์ค"ข้องใจ แม้วมีปัญหารักชาติ

"มาร์ค"โต้แถลงการณ์"แม้ว" ให้กลับไปทบทวนตัวเอง ยันมาตรการตอบโต้กัมพูชาไม่รุนแรงไม่มีปลุกกระแสรักชาติ ย้อนถามหรือ"ทักษิณ"มีปัญหาเรื่องรักชาติ โฆษกปชป.ยันไทยยกเลิกเอ็มโอยู ได้ตามอนุสัญญากรุงเวียนนา 1969 แฉสัมพันธ์"แม้ว-ฮุนเซน" มีหลักฐานที่ก.ล.ต. เรื่องขยายสัมปทานบริษัทโทรศัพท์แคมชิน หลังฮุนเซนปฏิวัติสำเร็จ "เทพไท"อ้างคำกล่าว"บิ๊กจิ๋ว" 1 ปีรัฐบาลทักษิณ ประกาศชัดอยู่เบื้องหลังการเจรจารวมชาติเขมร หนุนฮุนเซน นั่งนายกฯ "ยิ่งลักษณ์"ให้รอฟังแม้วชี้แจงผ่านวิทยุ Thaksinlive อังคารที่ 10 พ.ย.นี้ ชายแดนสระแก้วค้าขายยังคึก แต่นักพนันไทยเข้าปอยเปตลดฮวบ นายกฯเขมรส่งบิ๊กทหารเคลียร์มทภ.2 คุมสถานการณ์ชายแดน "เฉลิมชัย"ยัวะข่าวบี้ปรับครม. จวกพวกอีแอบ-ปากบอน ปล่อยข่าวใส่ร้าย ไม่อยากให้อยู่ในพรรคก็บอกตรงๆ จี้ผู้ใหญ่สั่งรูดซิป

"มาร์ค"โต้"แม้ว"ทบทวนตัวเอง

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ กล่าวหารัฐบาลนำปัญหาการเมืองภายในไปกดดันประเทศกัมพูชาว่า ปัญหาไม่ได้เริ่มต้นจากรัฐบาลไทย แต่กัมพูชาแถลงกระทบกับกระบวนการยุติธรรมของไทยโดยตรง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นคนไทยน่าจะรู้สึกบ้างแต่กลับมองว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายไปสร้างปัญหา ที่จริงพ.ต.ท.ทักษิณ ควรทบทวนบทบาทของตัวเองมากกว่าว่ากำลังทำอะไรอยู่ ยึดผลประโยชน์ของประเทศโดยส่วนรวม คิดถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ถ้าคิดถึงสิ่งเหล่านี้ก็น่าทบทวนและรู้ว่าควรทำอะไร

ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุรัฐบาลผลีผลาม ขาดสติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลดำเนินงานทุกอย่างด้วยความระมัดระวังและสุภาพ และอยากบอกว่าอย่าเอาปัญหาของตัวเองมาสร้างให้เป็นปัญหาของชาติ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แม้จะมีบางประเด็นที่เป็นความละเอียดอ่อนมาตลอด เช่น กรณีปราสาทพระวิหาร แต่นับตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาและตนได้พบกับนายกฯ กัมพูชาหลายครั้ง มีความเข้าใจถึงแนวทางแก้ปัญหาเป็นอย่างดี จนกระทั่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เดินทางไปกัมพูชา และมีประเด็นเรื่องการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาจึงเกิดขึ้น ดังนั้นต้องย้อนกลับไปว่าต้นเหตุของปัญหามาจากไหน รัฐบาลแก้ ไขปัญหาเพียงอย่างเดียวและปกป้องประโยชน์ของชาติและศักดิ์ศรีของคนไทย

ถามกลับมีปัญหาเรื่องรักชาติ?

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการที่รัฐบาลตอบโต้กัมพูชารุนแรงเกินไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รุนแรงและไม่เคยใช้ถ้อยคำที่เป็นปัญหา เพราะมาตรการที่ดำเนินการไปไม่ได้ก่อให้เกิดการปะทะ ไม่กระทบกับการเดินทางไปมาหาสู่กัน เป็นการแสดงออกทางการเมือง บวกกับ การทบทวนสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ มาสร้างปัญหาให้รัฐบาลในฐานะที่ไปสวมบทบาทการเป็นที่ปรึกษาฝ่ายกัมพูชา ทั้งๆ ที่ล่วงรู้ข้อมูลเรื่องการทำข้อตกลงของฝ่ายไทย ต้องถามว่าถ้าใครเป็นรัฐบาลจะยอมให้ประเทศไทยเสียเปรียบ จะยอมให้กระบวนการยุติธรรมไทยถูกตั้งคำถามวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้นเราจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติได้อย่างไร ความจริงควรไปถามคนสร้างปัญหามากกว่า

เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศใช้มาตร การกดดันประเทศเพื่อนบ้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย และทำให้เกิดข้อสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าข้อครหาที่เคยมีเรื่องผลประ โยชน์ทับซ้อน ระหว่างที่พ.ต.ท.ทักษิณ หรือคนของพ.ต.ท.ทักษิณ ขณะเป็นรัฐบาล ในเรื่องที่เกี่ยวกับกัมพูชาทั้งหมดเป็นจริงหรือไม่ ทำไมจึงเป็นห่วงผลประโยชน์ของประเทศอื่นมากกว่าประเทศตัวเอง หรือว่าไปมีผลประโยชน์อะไร เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่ารัฐบาลปลุกกระแสรักชาติเพื่อกลบกระแสความขัดแย้งกับกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็รักชาติ คนไทยก็รักชาติ เพราะฉะนั้นอย่าไปทำอะไรกระทบผลประโยชน์ของชาติ เรื่องก็จะไม่เกิด ยืนยันไม่มีการไปปลุกกระแสอะไรทั้งนั้น หรือพ.ต.ท.ทักษิณ มีปัญหาเรื่องรักชาติ

ที่มา ข่าวสด
Continue Reading...

มติชน : "มาร์ค"ข้องใจ"แม้ว" มีปัญหาเรื่องรักชาติ? ให้ทบทวนบทบาทตัวเอง

หมายเหตุ - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์จากประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์กล่าวหารัฐบาลนำปัญหาการเมืองภายในไปกดดันประเทศกัมพูชา

ส่วนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ น้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาระบุว่าที่รัฐบาลกัมพูชาแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาถือว่าเป็นเกียรติกับคนไทย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - นายกรัฐมนตรี

ปัญหาไม่ได้เริ่มต้นจากรัฐบาลไทย แต่กัมพูชาแถลงกระทบกับกระบวนการยุติธรรมของไทยโดยตรง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นคนไทย น่าจะรู้สึกบ้าง แต่กลับมองว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายไปสร้างปัญหา ที่จริง พ.ต.ท.ทักษิณ ควรทบทวนบทบาทของตัวเองมากกว่า ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ยึดผลประโยชน์ของประเทศโดยส่วนรวม คิดถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ถ้าคิดถึงสิ่งเหล่านี้ก็น่าทบทวนและรู้ว่าควรทำอะไร

ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุรัฐบาลทำผลีผลามขาดสตินั้น ยืนยันรัฐบาลดำเนินงานทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง และสุภาพ และอยากบอกว่า อย่าเอาปัญหาของตัวเองมาสร้างให้เป็นปัญหาของชาติ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แม้ว่าจะมีบางประเด็นที่เป็นความละเอียดอ่อนมาตลอด เช่น กรณีปราสาทพระวิหาร แต่นับตั้งแต่รัฐบาลเข้ามา และผมได้พบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาหลายครั้ง มีความเข้าใจถึงแนวทางแก้ปัญหาเป็นอย่างดี จนกระทั่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เดินทางไปกัมพูชา และมีประเด็นเรื่องการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาจึงเกิดขึ้น ดังนั้นต้องย้อนกลับไปว่า ต้นเหตุของปัญหามาจากไหน รัฐบาลแก้ไขปัญหาเพียงอย่างเดียวและปกป้องประโยชน์ของชาติ และศักดิ์ศรีของคนไทย

มาตรการที่รัฐบาลตอบโต้กัมพูชาไม่รุนแรง และไม่เคยใช้ถ้อยคำที่เป็นปัญหา เพราะมาตรการที่ดำเนินการไปไม่ได้ก่อให้เกิดการปะทะ ไม่กระทบกับการเดินทางไปมาหาสู่กัน เป็นการแสดงออกทางการเมือง บวกกับการทบทวนสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มาสร้างปัญหาให้รัฐบาลในฐานะที่ไปสวมบทบาทการเป็นที่ปรึกษาฝ่ายกัมพูชา ทั้งๆ ที่ล่วงรู้ข้อมูลเรื่องการทำข้อตกลงของฝ่ายไทย ต้องถามว่าถ้าใครเป็นรัฐบาล จะยอมให้ประเทศไทยเสียเปรียบ จะยอมให้กระบวนการยุติธรรมไทยถูกตั้งคำถามวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้น เราจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติได้อย่างไร ความจริงควรไปถามคนสร้างปัญหามากกว่า

เกิดข้อสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าข้อครหาที่เคยมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือคนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะเป็นรัฐบาล ในเรื่องที่เกี่ยวกับกัมพูชาทั้งหมด เป็นจริงหรือไม่ ทำไมจึงเป็นห่วงผลประโยชน์ของประเทศอื่นมากกว่าประเทศตัวเอง หรือว่าไปมีผลประโยชน์อะไร

รัฐบาลก็รักชาติ คนไทยก็รักชาติ เพราะฉะนั้นอย่าไปทำอะไรกระทบผลประโยชน์ของชาติ เรื่องก็จะไม่เกิด ยืนยันไม่มีการไปปลุกกระแสอะไรทั้งนั้น หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ มีปัญหาเรื่องรักชาติ

ที่มา มติชน
Continue Reading...
 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template