ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กองทัพประชาชน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กองทัพประชาชน แสดงบทความทั้งหมด

05 กุมภาพันธ์ 2553

จับประเด็นร้อน"กองทัพปชช."

ข่าวสด รายงานพิเศษ :

จาตุรนต์ ฉายแสง / กิตติศักดิ์ ปรกติ
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าขึ้นมาทันที

เมื่อพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี และพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง อ้างถึงผลหารือร่วมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่บ้านพักของพ.ต.ท.ทักษิณในเมืองดูไบ

ในการจัดตั้งกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว (กปช.) พร้อมเสนอแต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการสูงสุดของ กปช.

แม้ต่อมาจะมีการยืนยันว่ากองทัพประชาชนไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ แต่เป็นการรวมกลุ่มของคนเสื้อแดงนับล้านคนในช่วงปลายเดือนก.พ. ที่จำเป็นต้องตั้งคนที่มีบารมีมาคอยนำการเคลื่อนไหวก็ตาม

ขณะที่มีความเห็นจากบุคคลในแวดวงการเมือง นักวิชาการ รวมถึงแกนนำคนเสื้อแดง ต่อแนวคิดดังกล่าวดังนี้

จาตุรนต์ ฉายแสง

อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

ข้อเสนอแนวคิดการตั้งกองทัพประชาชนที่พล.อ.พัลลภระบุนั้น น่าจะเป็นเรื่องการใช้ภาษาหวือหวารุนแรงเกินไป

โดยเฉพาะคำว่า "กองทัพ" อาจทำให้คนนึกถึงกองกำลังติดอาวุธหรือการต่อสู้ที่ใช้กำลังความรุนแรงในช่วงที่จะมีการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้น

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง และไม่เชื่อว่ากองทัพประชาชนจะต่อรองทางการเมืองได้

การเสนอตั้งกองทัพประชาชนถือเป็นความคิดของคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

หากมีการเคลื่อนไหวโดยกองทัพดังกล่าวจริงๆ อาจเข้าทางฝ่ายรัฐ ตกเป็นเครื่องมือในการนำกำลังเข้ามาปราบ และสุดท้ายคนที่แพ้คือกองทัพประชาชนเอง

ฉะนั้นทางที่ดีองค์กรที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ ควรออกมายืนยัน ว่าจะต่อสู้ด้วยสันติวิธี

ไม่ควรใช้คนที่ใช้ความรุนแรงหรือปล่อยให้คนที่นิยมต่อสู้ด้วยแนวทางรุนแรงมา ชี้นำ เช่น กลุ่มนักรบเสื้อดำ รวมทั้งการไปยอมให้จัดตั้งกองทัพในลักษณะนี้ขึ้นมา

สมชาย ปรีชาศิลปกุล
จตุพร พรหมพันธุ์
บุรณัชย์ สมุทรักษ์


แกนนำกลุ่ม นปช.ไม่ควรเกรงใจกันเอง ต้องออกมาคัดค้าน ยอมไม่เป็นเอกภาพเพื่อปกป้องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ

หากข้อเสนอเป็นแนวคิดของคนแค่ 2 คน อย่าไปถือว่าเป็นกองทัพประชาชน

เพราะแนวทางนี้เป็นความคิดที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างมาก



กิตติศักดิ์ ปรกติ

อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การประกาศของพล.อ.พัลลภ ถึงการจัดตั้งกองทัพประชาชน คงไม่มีอะไรมาก

น่าจะเป็นเพียงความต้องการให้เกิดกระแส เป็นข่าว ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเพราะได้รับความสนใจจากสื่อและสังคม

เช่นเดียวกับกรณีมีมือดีนำอุจจาระไปปาใส่บ้านนายกฯ ที่ไม่ได้มีสาระแต่เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจ

ในความเป็นจริงแล้วทำอะไรไม่ได้ เพราะการบอกว่าจะตั้งกองทัพประชาชน เพื่อต่อสู้นำความสงบสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา

หากกองทัพหมายถึงการรวมตัวของมวลชนจำนวนมากคงไม่มีอะไร เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิเสรีภาพทั่วไป

แต่หากหมายถึงกองทัพที่มีกองกำลังติดอาวุธ คงต้องมาดูว่ามีความมุ่งหวังเพื่ออะไร เข้าข่ายกบฏหรือไม่

ถ้ากองทัพหมายถึงกองกำลังติดอาวุธ มีเป้าหมายดำเนินการเพื่อเปลี่ยนแปลงบุคคลอื่นให้ได้ตามความต้องการ ถือเป็นความผิด ฐานก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ใช้กำลังประทุษร้าย

แต่หากกระทำด้วยความสงบ ไม่ใช้กำลัง แม้จะใช้ชื่อแปลกๆ ไปบ้างต้องยอมรับว่าทำได้ เพียงแต่ชื่อไม่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เกิดการยั่วยุขึ้นได้

การกระทำครั้งนี้จะส่งผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน คงบอกไม่ได้ แต่การแสดงความเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องที่ทำได้ และรัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบ คอยดูแลและควบคุมผู้ที่ประสงค์ออกมาแสดงความเห็น หรือชุมนุมการเมืองใช้สิทธิหน้าที่ให้สอดคล้องกับกฎหมายและอยู่ในความเรียบ ร้อย

ส่วนที่ประกาศจะเคลื่อนไหวก่อนตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น ต้องดูว่ามีเจตนาจะข่มขู่ศาลหรือไม่

หากเห็นได้ชัดว่าต้องการข่มขู่หรือใช้มติมหาชนเพื่อบีบบังคับศาล ต้องถือว่ามีความผิด



สมชาย ปรีชาศิลปกุล

อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

แนวคิดกองทัพประชาชนของพล.อ.พัลลภ เท่าที่ฟังยังเป็นความคิดกว้างๆ

รูปแบบโครงสร้างจะเป็นหน่วยงานประเภทไหน มีลำดับการบังคับบัญชาเหมือนกองทัพหรือไม่นั้น

มองว่าอาจมีโครงสร้างจัดองค์กรเหมือนทหารบก ทหารอากาศ หรือจะเป็นแบบกองทัพธรรม ที่ไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างกองทัพอะไรมาก

เป็นกองทัพประชาชนที่มีความคิดเห็นเหมือนกันมารวมตัวกันเท่านั้น

หากเกิดกองทัพนี้ขึ้นมาอาจจะเป็นปัญหาได้ เพราะการใช้อำนาจรัฐต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ ถ้าไม่ใช่รัฐคงใช้อำนาจปกป้องคุ้มครองประชาชนไม่ได้

กองทัพนี้จะต่างกับกองทัพธรรมที่มุ่งเผยแผ่ศาสนา การตั้งกองทัพแค่เป็นการเปรียบเปรยเท่านั้น



จตุพร พรหมพันธุ์

ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.

เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของพล.อ.พัลลภ และพล.ต.ขัตติยะ

แต่หากพูดถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยขณะนี้ คือกลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่มีพวกผมเป็นแกนนำ และมีนายวีระ มุสิกพงศ์ เป็นประธาน

การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไม่ว่าจะใช้รูปแบบใดจะมีการประชุมเพื่อขอมติ ทุกอย่างต้องเป็นมตินปช.

ขณะที่พล.อ.พัลลภและพล.ต.ขัตติยะไม่ใช่แกนนำนปช. ไม่เคยเข้าร่วมประชุม รวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่เคยสั่งการ นปช.ได้ หากมีการพูดจาก็เป็นเพียงเสียงหนึ่งที่เรารับฟังเท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจสั่งการให้คนเสื้อแดงเคลื่อนไหวใดๆ ได้

คนเสื้อแดงมีจุดยืนในการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วยวิธีที่สันติ ไม่ใช้ความรุนแรง และไม่มีแนวคิดเคลื่อนไหวโดยกองทัพประชาชน

หากมีการเคลื่อนไหวอย่างไรเราจะแถลงจุดยืนที่ชัดเจน และเรื่องที่เกิดขึ้นพล.อ.ชวลิตแถลงจุดยืนชัดเจน พ.ต.ท.ทักษิณก็เขียนในทวิตเตอร์แล้วว่าเป็นการเตือนเพื่อไม่ให้เกิดความ รุนแรงเท่านั้น

จึงไม่มีประเด็นต้องกังวล



บุรณัชย์ สมุทรักษ์

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์

ทีมวอร์รูมของพรรคประชาธิปัตย์มองว่าเป็นการสร้างรูปแบบความรุนแรง อันเป็นผลจากกลุ่มบุคคลที่ประกอบด้วยพล.อ.พัลลภ พล.ต.ขัตติยะ และแกนนำกลุ่มเสื้อแดงบินไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบ

เพื่อใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรองคดียึดทรัพย์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือการแอบอ้างกระทำในนามกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เป็นการใช้ยุทธศาสตร์ต่อรองสถาบัน หวังตั้งรัฐไทยใหม่ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเกินกว่าการเปลี่ยนแปลงเมื่อปี 2475 ทั้งที่เรามีกองทัพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่แล้ว

มั่นใจว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่สัมฤทธิผลและถูกปฏิเสธจากประชาชน คงสร้างแนวร่วมไม่ได้

แนวทางดังกล่าวเป็นการใช้วิธีจรยุทธ์ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ก่อความรุนแรงลักษณะก่อการร้ายมากกว่าจะต่อสู้เพื่อปลดแอก ไม่สามารถนำสู่การเป็นประชาธิปไตยได้

การที่พล.อ.ชวลิตปฏิเสธไม่รับเป็นผู้นำกองทัพประชาชนดังกล่าว

หากย้อนไปดูเหตุการณ์ที่พล.อ.ชวลิตไปชุมนุมกับอดีตกลุ่มผู้ก่อการคอมมิวนิสต์ที่ จ.มุกดาหาร มีการใส่หมวกแดง

จะถือเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวในวันนี้หรือไม่

ที่มา ข่าวการเมือง ข่าวเสื้อแดง ข่าวกองทัพแดง ข่าวกองทัพประชาชน จาก ข่าวสด
Continue Reading...

อ่านใจ"จิ๋ว"ชิ่งผบ.กองทัพประชาชน

คมชัดลึก : เรียกเรตติ้งได้กระฉูดจริงๆ กับคิวที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย

ส่งสัญญาณจัดทัพสู้ พร้อมแต่งตั้ง "แม่ทัพใหญ่" ออกมาท้าชนกับกองทัพ หวังรบขั้นแตกหัก !!

แต่เพียงชั่วข้ามวัน การประกาศชักธงรบก็กลายเป็นเรื่อง "โจ๊ก" เพราะบรรดานายทหารคนสนิท (ทส.) ของบิ๊กจิ๋วต่างปฏิเสธแทนนายกันยกใหญ่ โดยมองว่า เป็นเรื่องตลก ที่สำคัญนายยังไม่รู้เรื่อง และที่ผ่านมาก็ยึดแนวทางสันติวิธีมาตลอด

ส่วน พล.อ.ชวลิต ก็ปฏิเสธทันควัน โดยเมื่อถูกถามว่า จะรับตำแหน่ง ผบ.สส.กองทัพประชาชนหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ก็ตอบว่า "เรียกอย่างนั้นน่าเกลียด และอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งๆ ที่ผู้พูดอาจจะไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น

อันนี้ก็ต้องขอปฏิเสธที่จะใช้คำนี้ แต่ก็โอเคถ้าเป็นส่วนหนึ่งของพี่น้องประชาชนที่รักบ้านรักเมืองและใฝ่สันติ นั้นได้อยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำ เพราะมีอยู่แล้ว"

หากใครใกล้ชิดติดตามพ่อใหญ่จิ๋วจะรู้ว่า นี่เป็นลีลาเฉพาะตัว บอกปัดแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้นำกองทัพประชาชน หรือผู้นำเสื้อแดง

"เขามีผู้นำอยู่แล้ว วันนี้ขอเป็นมิตร และสหายที่รู้ใจ เพราะมีแนวทางการทำงานตรงกัน"

เป็นการตอบแบบคลุมเครือ แบบให้ตีความเอาเองตามสไตล์ "ขงเบ้งจิ๋ว" ที่คล้ายว่า พร้อมจะร่วมทัพ แต่คงจะไม่ถือธงนำ ซึ่งถ้าตีขลุมเอาตามนี้แสดงว่า บิ๊กจิ๋วไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมในกองทัพคนเสื้อแดงเสียทีเดียว

ขณะที่หัวขบวนในระบอบทักษิณก็ต่างออก "ชิ่ง" กันพัลวัน เริ่มตั้งแต่ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่รีบทวิต ปฏิเสธว่า

"อย่าตกใจกับข่าวว่าจะมีอะไรรุนแรง ผมบอกทุกคนที่มาหาว่าเราจะต่อสู้ด้วยความจริงโดยสันติวิธี การพูดของเสธ.แดงเป็นการเตือนรัฐบาลไม่ให้ปราบประชาชน”

ส่วน นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ย้ำว่า เช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ตนได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว ซึ่งข่าวที่เกิดขึ้นนั้นมีความเข้าใจผิดนิดหน่อย การเคลื่อนไหวของประชาชนจะไม่มีกองกำลังติดอาวุธ เพราะมันทำไม่ได้อยู่แล้ว ผิดกฎหมาย

"จะมีเพียงการผนึกกำลังให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยด้วยแนวทางสันติ อหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง ถ้ามีพลังประชาชนมากเท่าไหร่กองทัพก็จะไม่กล้าปราบปราม ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายแน่นอน"

ขณะที่ระดับหัวส่งสัญญาณ "ไอ้เสือถอย" ก็มีเพียงลูกกระจ๊อกอย่าง เสธ.แดง ที่ออกมาแก้เกี้ยวแทน พล.อ.พัลลภ ว่า ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบเรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำกองทัพประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง

เสธ.แดง อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นด้วยอย่างมาก เนื่องจาก พล.อ.ชวลิต มีประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับจึงน่าจะสามารถรวบรวมกองกำลังคนเสื้อแดงได้เป็นจำนวนมาก

"เรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำกองทัพประชาชน พล.อ.พัลลภ ได้คุยกับ พล.อ.ชวลิต เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง พล.อ.ชวลิต ได้รับปากเป็นผู้นำกองทัพประชาชนแล้ว"

ขณะที่ พล.อ.พัลลภ ก็ออกมาแก้ต่างว่า เป็นความผิดของตนที่พูดว่าเป็นกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แล้วให้ พล.อ.ชวลิต เป็น ผบ.สส.

"เป็นการใช้คำที่ผิดเอง แต่ความจริงสมาชิกเสื้อแดงเขาเรียกตัวเองว่าเป็นกองทัพประชาชนอยู่ แล้ว ผมจึงใช้คำนี้ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิต ท่านปฏิเสธที่จะเป็น ผบ.สส. แต่ท่านพร้อมที่จะเป็นผู้นำประชาชน" พล.อ.พัลลภ กล่าว

ทั้งหมดทั้งมวล คือ ท่าทีของขบวนการทักษิณที่รีบออกมาปฏิเสธกันจ้าละหวั่น หลังมีข่าวการตั้ง "กองทัพเถื่อน" ออกมาท้าสู้กับ "กองทัพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่มีความชอบธรรมประทับตราไว้อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะตัว พล.อ.ชวลิต ยิ่งต้องออกมาปฏิเสธกว่าใคร เพราะภาพลักษณ์ของจิ๋วหวานเจี๊ยบนั้นนิยม "ช่อดอกไม้" มากกว่า "ปลายกระบอกปืน" มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ครั้งที่ยังอยู่ในกองทัพก็อาศัยงานด้านการข่าวเชิงการทูตไปปฏิบัติภารกิจลับทั้งประเทศเพื่อนบ้าน หรือกระทั่งในจีน มาอย่างโชกโชน

ส่วนครั้งที่ยังอยู่ข้างกาย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ สมัยที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังใช้ความสงบสยบลูกพยศของ "กบฏยังเติร์ก" ได้อยู่หมัดถึง 2 ครั้ง 2 ครา

เมื่อเร็วๆ นี้ ก่อนเข้าร่วมต่อสู้กับขบวนการทักษิณก็เคยเสนอทฤษฎี "โซ่ข้อกลาง" และ "รัฐบาลแห่งชาติ" ชวนทุกฝ่ายมาตั้งรัฐบาลร่วมกันเพื่อยุติความขัดแย้งมาแล้ว

ดังนั้น โดยธรรมชาติของบิ๊กจิ๋ว ซึ่งเป็น "ทหารสื่อสาร" จะให้ความสำคัญกับการทูตก่อนการทหารเสมอ (หากสามารถหลีกเลี่ยงได้)

แต่นั่นก็อาจมิใช่เหตุผลที่แท้จริงที่บิ๊กจิ๋วออกมาปฏิเสธทั้งหมดก็ได้ เพราะอย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดร้ายแรงกรณีเป็นผู้ออกคำสั่งให้สลายม็อบกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ชุมนุมหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

บางที...บิ๊กจิ๋วอาจแค่ไม่ต้องการให้ตัวเองตกเป็น "จำเลยอันดับ 1" เหมือนครั้งนั้นก็เป็นได้ !?!?

ที่มา ข่าวการเมือง ข่าวเสื้อแดง ข่าวกองทัพแดง ข่าวกองทัพประชาชน จาก คมชัดลึก โดย ทีมข่าวความมั่นคง
Continue Reading...

สถาปนากองทัพแดง "ทักษิณ" ได้ "บิ๊กจิ๋ว"เสีย

กรุงเทพธุรกิจ : อยู่ๆ คณะแดงฮาร์ดคอร์ อันประกอบด้วย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง สุพร อัตถาวงศ์ ที่บินไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี และประโคมข่าวก่อนกลับเข้ามาว่า อดีตนายกฯ ทักษิณ ไฟเขียวให้จัดตั้ง "กองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" หรือชื่อย่อว่า กปช. โดยเสนอชื่อ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำ มีตำแหน่งเป็น "ผู้บัญชาการสูงสุด" ของกองทัพประชาชน

แนวคิดนี้ เป็นข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการรบกับรัฐบาล ของคณะฮาร์ดคอร์คณะนี้ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ โดย เสธ.แดงอ้างว่า ในการหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำกองทัพประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นด้วยอย่างมาก เนื่องจาก พล.อ.ชวลิต มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับจึงน่าจะสามารถรวบรวมกองกำลังคนเสื้อแดงได้ เป็นจำนวนมาก

โครงสร้างของกองทัพประชาชน ตามคำอธิบายของเสธ.แดง ระบุว่า จะมี พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำ ขณะที่แกนนำคนอื่นๆ อย่างตัวเขาเอง พล.อ.พัลลภ อริสมันต์ สุพร จะทำหน้าที่ช่วยคุมกองกำลังที่มีทั้งทหารพรานทั่วประเทศ นักรบชุดดำ ภารกิจหลักคือรวบรวมประชาชนเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ดูแลไม่ให้ทหารไปรับคำสั่งกลุ่มอำมาตย์มายิงประชาชน และย้ำว่าไม่ใช่การรวมกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงไม่เข้าข่าย "กบฏ"

ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับลูกเรื่องนี้ โดยทวิตบนเว็บไซต์ของเขาว่า “อย่าตกใจกับข่าว ว่าจะมีอะไรรุนแรง ผมบอกทุกคนที่มาหาว่า เราจะต่อสู้ด้วยความจริงโดยสันติวิธี การพูดของ เสธ.แดงเป็นการเตือนรัฐบาลไม่ให้ปราบประชาชน”

การเปิดประเด็นเรื่องนี้ ได้ถูกตั้งคำถามอย่างมากและกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างทันที เพราะยุทธศาสตร์นี้ เหมือนต้องการปลุกระดมประชาชนให้ออกมาร่วมกับกองทัพเสื้อแดงแล้วสู้เพื่อ ทักษิณ ไม่ใช่สู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างที่พยายามอ้าง โดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรตามมากับวิธีการสุ่มเสี่ยงอย่างนี้

เมื่อเรื่องนี้ ถูก เสธ.แดง และ พล.อ.พัลลภ กระจายออกมาเมื่อค่ำวันที่ 3 ก.พ. "บิ๊กจิ๋ว" เองก็ยังออกอาการงง เพราะก็ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 4 ก.พ. บิ๊กจิ๋วจึงเดินทางไปยังตึกชินวัตรก่อนเดินทางมาแถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย หลังจากมีการโทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณโดยตรงอย่างเคร่งเครียด

กระทั่งได้คำตอบจากพ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นความคลาดเคลื่อนของคนที่ให้ข่าว และไม่ใช่ความหมายที่ต้องการให้บิ๊กจิ๋วมานำกองทัพกลุ่มเสื้อแดงต่อสู้ รัฐบาล ความหมายที่ถูกต้องคือ ต้องการให้บิ๊กจิ๋วเป็นผู้นำภาคประชาชนในการต่อสู้เพื่อความถูกต้องในบ้าน เมืองด้วยแนวทางสงบและสันติเช่นเดียวกันกับแนวที่ของบิ๊กจิ๋ว

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บิ๊กจิ๋วมีท่าทีคลายเครียด แม้จะออกมาแถลงข่าวเคลียร์ตัวเอง เพราะคำอธิบายของ พ.ต.ท.ทักษิณกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่โหมปฏิบัติการดาวกระจาย (อ้างเรื่องต่อต้านการรัฐประหาร) กลับขยายวงมากยิ่งขึ้น ไม่ได้เป็นไปในแนวทางสันติและสงบ แต่กลับยิ่งโหมกระแส ท้าทายฝ่ายตรงข้าม

เช่นเดียวกับความรู้สึกของแกนนำและส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ก็ไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงทุกวันนี้ เพราะไม่มีประโยชน์ต่อพรรค

ทว่าในการชี้แจงของ พล.อ.ชวลิต ที่ปฏิเสธการเป็นผู้นำกองทัพเสื้อแดง ก็ยังรักษาไมตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการแบ่งรับแบ่งสู้การทำงานที่ต้องเกี่ยวโยงกับกลุ่มเสื้อแดงที่เคย ปฏิเสธมาโดยตลอด

ทางรอดของบิ๊กจิ๋ว จึงทำได้แค่พยายามปรับความเข้าใจของผู้คนในสังคมที่มีต่อตัวเขา ไม่ให้ตีความว่า "รับงาน" ส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ

"คิดว่าข่าวที่ออกมาเป็นเพียงการกล่าวของ พล.อ.พัลลภ ที่อาจต้องการให้มาเป็นหัวหน้าหน่วยงานให้กับประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ ใฝ่สันติ และต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติ คงไม่ใช่จะให้ผมไปทำอะไรที่เสียหาย ยืนยันว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่เหมือนเสื้อสีอื่นที่ประกาศชัดเจน...

หากไปเรียกว่าเป็นผู้บัญชาการกองทัพ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เพราะผู้ที่พูดอาจไม่ได้มีเจตนาหมายความว่าอย่างนั้น จึงขอปฏิเสธที่จะใช้คำว่าผู้นำสูงสุด แต่ยอมรับว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนที่รักบ้านเมือง และใฝ่สันติ โดยไม่จำเป็นต้องไปเป็นผู้นำเพราะเขามีผู้นำอยู่แล้ว วันนี้ขอเป็นมิตรและสหายที่รู้ใจ เพราะมีแนวทางการทำงานตรงกัน โดยการแก้ปัญหาของบ้านเมือง"

ขณะเดียวกัน "3 เกลอ" แกนนำกลุ่มเสื้อแดง นปช.(กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ที่ประกอบด้วย วีระ มุสิกพงศ์ (ประธาน) จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.กทม.เพื่อไทย และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็รีบออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์นี้ โดยระบุว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของบุคคล

เจตนาจะบอกว่าความเคลื่อนไหวของ "กลุ่มฮาร์ดคอร์" คณะนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสื้อแดง นปช.แต่อย่างใด

ซึ่งหมายถึงการปฏิเสธ "การนำ" ของกลุ่มนี้ ที่พยายาม "ชิงการนำ" ยกระดับตัวเอง ไปรับงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตรง

หากมองในแง่ทฤษฎีที่ว่า ฝ่ายไหน "ได้-เสีย" จากเรื่องนี้...ก็น่าคิด

ที่แน่ๆ สมาชิกในพรรคเพื่อไทย ไม่มีใครอยากให้กลุ่มเสื้อแดงลากพรรคลงเหวไปด้วย

ที่แน่ๆ เสื้อแดง นปช.ถูกรุมถล่มอย่างหนัก

ที่แน่ๆ "ทักษิณ" สร้างกระแสให้ตัวเองได้ ว่ายังมีบารมี ยังมีความสำคัญ ถึงขั้นมีสาวกเสนอตั้งกองทัพส่วนตัวให้

ที่แน่ๆ "บิ๊กจิ๋ว" อาจจะเป็นคนเดียวที่ "เสียหาย" อย่างชัดเจน

หากคิดหลายชั้น ก็มีนักสังเกตการณ์เริ่มสงสัยว่า "บิ๊กจิ๋ว" ซึ่งยังใกล้ชิดกับกองทัพ ยังใกล้ชิดกับโครงสร้างเดิม ยังใกล้ชิดกับหัวหน้าอำมาตย์ใหญ่ กำลังเคลื่อนไหวอะไรที่สร้างความหวาดระแวงและความไม่ไว้ใจให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่

จนถึงกับออกมาโยนเผือกร้อนให้ตอนนี้!!

ข่าว กองทัพประชาชน ข่าวกองทัพแดง ข่าวเสื้อแดง ข่าวการเมือง จาก กรุงเทพธุรกิจ
Continue Reading...

ภาพ “กองทัพแดง” สยอง - “จิ๋ว” กลับลำหรือลับลวงพราง!

ASTVผู้จัดการออนไลน์ :
แม้ ว่านาทีนี้ยังไม่อาจสรุปแบบฟันธงได้ว่าการออกมาปฏิเสธของ พล.อ.ชวลิต และการเน้นย้ำสันติวิธีของ ทักษิณ จะเป็นการกลบเกลื่อนหลังจากสถานการณ์ไม่เป็นใจ หรือว่าเป็นประเภท ลับลวงพรางให้เขวไปอีกทางก็ตาม แต่เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาแบ็กกราวด์ของอดีตนายทหารที่เคยสร้างสถานการณ์ ปั่นป่วนมาแล้วหลายครั้งจนติดตาย่อมไม่ธรรมดาแน่

ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าภาพ “กองทัพแดง” หรือ “กองทัพประชาชน” ที่มีการขยายความโดย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี และ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ย่อมส่งผลออกมาในทาง “น่ากลัว” เห็นภาพของการเข่นฆ่าในบ้านเมืองจนเลือดนองเป็นท้องธารกันเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ก็จะเห็นภาพการปฏิวัติของกองทัพแดงของ “เหมา เจ๋อตุง” ที่นำทัพพรรคคอมมิวนิสต์เข้ายึดอำนาจ รวมไปถึงการโค่นล้มในรัสเซียล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างถอนรากถอนโคน หรือแม้แต่กองทัพเขมรแดงของพลพต เข้ายึดกรุงพนมเปญ เมื่อปี 2518 เป็นต้น ล้วนเป็นภาพที่ชวนสยดสยองพองเกล้า

แม้ว่าชื่อเต็มๆที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณีนำมาขยายความว่า “กองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” อาจฟังดูแล้วแปลกๆมั่วๆขัดกันเองกับพฤติกรรมในภาพรวมอยู่ในทีพิกล แต่ที่ผ่านมาภาพของกองกำลังติดอาวุธ ใช้ความรุนแรงเริ่มถูกมองในโทนแบบนั้นมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะหลังที่มี พล.อ.พัลลภ และ เสธ.แดง เข้าไปเกี่ยวข้อง ถึงขนาดมีข่าวความเคลื่อนไหวในการฝึกอาวุธมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงตั้งแต่ต้นปี ที่ผ่านมาได้เพิ่มแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแกนนำที่มีตั้งเวทีชุมนุมย่อยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ มีกิจกรรมกันมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะ “ปลุกระดม” เป็นการสร้างเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมหรือ “สองมาตรฐาน” และนับวันยิ่งเข้มข้น โดยเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตร มีการวิดีโอลิงก์ รวมไปถึงทวิตเตอร์เข้ามาในเวทีคนเสื้อแดงเน้นย้ำแต่เรื่องประเด็นดังกล่าว

ความหมายก็คือหากไม่มีการคืนความยุติธรรม และคืนประชาธิปไตยกลับมา ก็จะไม่มีการยุติ

นอกเหนือจากนี้ยังมีความพยายามในการใช้คำพูดและความเคลื่อนไหวใน ลักษณะข่มขู่องค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และศาล

ขณะที่ พล.อ.ชวลิต ก็เพิ่งระบุว่าคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีการพิพากษาใน วันที่ 26 ก.พ.ศาลจะยึดแค่บางส่วนเท่านั้น เมื่อถูกถามว่ารู้ได้อย่างไร เขาก็ใช้ชั้นเชิงตอบให้กำกวมว่า “เป็นความลับ” ต้องการให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา

แต่ถึงอย่างไรความหมายก็คือเป็นการกดดันหรือชี้นำศาล และยังรวมไปถึงกรณีข้อครหาในเรื่องการวิ่งเต้นตามมาอีกด้วย ซึ่งล้วนแล้วมีความหมายในทางลบทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดีหากสังเกตจะพบว่าแนวทางในการสร้างกระแสในเรื่องเงินสินบน จากคดียึดทรัพย์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เช่น กล่าวหาว่า คตส.จะได้รับเงินส่วนแบ่งกว่าหมื่นล้านบาทหากมีการยึดทรัพย์ของ ทักษิณ รวมไปถึงกรณีที่ เสธ.แดงกล่าวให้ร้ายศาลว่าจะได้รับส่วนแบ่งคนละพันล้าน

หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ขว้างปาสิ่งปฏิกูลเข้าไปในบ้านพักของ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อสองสามวันก่อนมันก็สะท้อนภาพของการข่มขู่ได้อย่างชัดเจน

จนกระทั่ง พล.อ.พัลลภ ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องการตั้งกองทัพประชาชน ภายหลังกลับจากยกคณะไปพบกับ ทักษิณ ที่ดูไบ และการระบุว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ผู้นำกองทัพแดง” เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงเคลื่อนไหวในด้านกองกำลัง ติดอาวุธ เพื่อปฏิวัติสังคมใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมๆกับภาพความน่ากลัว ภาพของสงครามกลางเมืองผุดขึ้นในใจของคนจำนวนไม่น้อย

ขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่งที่ซ้อนขึ้นมา ก็ย่อมเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือสังคมไม่เอาด้วยกับแนวทางการ เคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในขณะนี้ นอกเหนือจากการไม่ยอมรับในตัวบุคคลอย่างเช่น พล.อ.พัลลภ และ เสธ.แดง แล้ว ยังจะเห็นได้จากการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไปสร้างแรงกดดันอยู่ตามหน่วยทหาร พร้อมกันทั่วประเทศ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า มีคนเสื้อแดงเพียงแค่หยิบมือเดียว

สังคมไม่ตอบรับ อาจจะเป็นเพราะคนรู้ทันว่ายังไม่มีเงื่อนไขที่สุกงอมพอ อีกทั้งหากมีการปฏิวัติเกิดขึ้นจริง ฝ่ายที่จะสูญเสียอำนาจน่าจะเป็นรัฐบาลที่นำโดย นายกฯ อภิสิทธิ์ มากกว่า ตรงกันข้าม ทักษิณ กลับได้ประโยชน์เสียอีก โดยเฉพาะในเรื่องของการนิรโทษกรรมลบล้างความผิด หรือหากเกิดขึ้นก็อาจใช้เป็นเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ดังนั้นกลายเป็นว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเวลานี้น่าจะต้องการยั่วยุให้ ทหารออกมาปฏิวัติมากกว่าการต่อต้านปฏิวัติเสียด้วยซ้ำ

นอกเหนือจากนี้ยังมีภาพของความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยระหว่าง เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.กับ สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำกลุ่มกทม.ถึงขั้นด่าว่าเสียๆหายๆขึ้นมึงขึ้นอี ยิ่งเป็นภาพความปั่นป่วนก่อนที่จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพียงไม่กี่วัน ก็ยิ่งติดลบมากขึ้นไปอีก

เมื่อภาพโดยรวมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นั่นคือปลุกไม่ขึ้นทำให้หลายคนต้องรีบชิ่งกันเป็นการใหญ่ ล่าสุด พล.อ.ชวลิต ก็ออกมาแถลงปฏิเสธเรื่องการเป็นผู้บัญชาการกองทัพแดงเป็นพัลวันพร้อมทั้งย้ำ ในเรื่องการกลับมาเล่นการเมืองในกรอบตามแนวทางสมานฉันท์ และอ้างว่าเป็นการเข้าใจผิดของ พล.อ.พัลลภ ที่พูดออกมาแบบนั้น

แม้แต่ ทักษิณ ก็รีบทวิตเตอร์ ตั้งใจให้เป็นข่าวย้ำว่าไม่มีเรื่องการตั้งกองทัพประชาชน และเน้นการต่อสู้ด้วยความจริง ด้วยสันติวิธี หรือแม้แต่แกนนำเสื้อแดงในปัจจุบัน ทั้ง จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ก็ประสานเสียงปฏิเสธ

ดังนั้น แม้ว่านาทีนี้ยังไม่อาจสรุปแบบฟันธงได้ว่าการออกมาปฏิเสธของ พล.อ.ชวลิต และการเน้นย้ำสันติวิธีของ ทักษิณ จะเป็นการกลบเกลื่อนหลังจากสถานการณ์ไม่เป็นใจ หรือว่าเป็นประเภท ลับลวงพรางให้เขวไปอีกทางก็ตาม แต่เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาแบ็กกราวด์ของอดีตนายทหารที่เคยสร้างสถานการณ์ ปั่นป่วนมาแล้วหลายครั้งจนติดตาย่อมไม่ธรรมดาแน่

ขณะเดียวกันก็เป็นไปได้ว่า พล.อ.พัลลภ ที่มักทำอะไรโฉ่งฉ่างจึง “หลุดคิว” จนเสียขบวนก่อนถึงวันดีเดย์หรือไม่ !!

ข่าว กองทัพประชาชน ข่าวกองทัพแดง ข่าวเสื้อแดง ข่าวการเมือง จาก ASTV ผู้จัดการ
Continue Reading...

ตั้งกองทัพประชาชน "แม้ว" ขู่แตกหัก

เดลินิวส์ : โยงทุกเรื่องให้เข้ากับยุทธศาสตร์ “2 มาตรฐาน” เพื่อใช้เคลื่อนไหว วันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา “คนเสื้อแดง” ดึงมวลชนไปชุมนุมหน้าค่ายทหารหวัง “ยั่ว” ให้ยักษ์หมดความอดทน พร้อม ๆ กับปราบทหารให้ “พะวง” กับการเคลื่อนไหว เพราะจะกระดิกไปไหนมาไหนก็ถูก “จับตา”

นอกจากกองทัพ คนเสื้อแดงยังเดินตามยุทธศาสตร์ “2 มาตรฐาน” ขุดสารพัดเรื่องมาเคลื่อนไหว ทั้งทวงถามญัตติแก้ไขรธน. ฉบับ คปพร. ทวงถามความคืบหน้าคดีเขายายเที่ยง เขาสอยดาว คดียึดทำเนียบรัฐบาล บุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิ ทวงถามคดี 258 ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ คดีขายทรัพย์สิน ปรส. คดีรถดับเพลิง

เรียกว่าอะไรที่ “ขุด” ได้ขุดขึ้นมาใช้ให้หมด

แต่ดูเหมือนความเคลื่อนไหวแบบ “แพะชนแกะ” แบบนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

“ทีวีสีน้ำเงิน” ที่กระทรวงมหาดไทยกำลัง “ปัดฝุ่นใหม่” ก็เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องครบถ้วน หรือกรณีที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ระบุว่า ระหว่างวันที่ 8-25 ก.พ. สื่อของรัฐคือ ช่อง 11 เดิมหรือเอ็นบีที จะจัดรายการพิเศษให้ข้อเท็จจริงประชาชน ใน 2 เรื่อง คือ พันธมิตรฯ และคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท และคดีเสื้อแดง

ล่าสุด “2 นายพลคนดัง” อย่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย และ เสธ.แดง หรือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิ เรียงหน้ากันมาเปิดแผน

“ได้มีการหารือกันว่าตอนนี้ทุกส่วนที่สนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณและเห็นความไม่ถูกต้องไม่เป็นประชาธิปไตย และ 2 มาตรฐานในประเทศได้มาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวเราจึงตั้งเป็น “กองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” (กปช.) เราได้มีมติที่จะให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพประชาชนฯ นี้ในการต่อสู้เพื่อนำความสงบสุขและประชา ธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา พวกเราจะต่อสู้กันในแนวทางของพวกเรา เพราะทนไม่ไหวกับสภาพบ้านเมือง และสิ่งที่เกิดขึ้น” พล.อ.พัลลภ กล่าว

“ตอนนี้ถือว่าพวกเราสมบูรณ์รวมเป็นหนึ่งทั้งพรรค แนวร่วมและกองกำลังจนตั้งเป็นกองทัพประชาชนฯ เพราะตอนนี้ประชาชน แม้แต่ทหาร ตำรวจ ล้วนมีความเป็นสีแดงอยู่ภายในใจ แต่ยังไม่มีโอกาสแสดงออกเท่านั้น เพราะต่างก็เห็นความไม่ยุติธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย และ 2 มาตรฐาน จะมาร่วมกองทัพประชาชนฯ ในการต่อสู้ พ.ต.ท.ทักษิณ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยได้หารือถึงแผนการต่อสู้ในเดือน ก.พ.นี้ ก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

มีรายงานข่าวว่า พล.อ.พัลลภ พล.ต.ขัตติยะ นายอริส มันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุพร อัตถาวงศ์ ซื้อตั๋วเครื่องบินไปดูไบเพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ จริงไม่จริงไม่รู้

แต่แผนการจัดตั้ง “กองทัพประชาชน” นั้นช่างกล้ายิ่งนัก แถมยังชู “บิ๊กจิ๋ว” คนที่เคยถูกเตือนว่า “ระวังจะทรยศ” ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการ

ดิ้นกันพราด ๆ ใหญ่แล้วครับพี่น้อง.

ข่าว กองทัพประชาชน ข่าวกองทัพแดง ข่าวการเมือง จาก เดลินิวส์
Continue Reading...
 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template