ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

04 ธันวาคม 2552

หอการค้าลุย 7 ธุรกิจสู้กระแสโลก

งานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2552 ที่มีหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ ปิดฉากลงด้วยความชื่นมื่น โดยกิจกรรมนี้หอการค้าไทยร่วมกับหอการค้าจังหวัดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

เพื่อร่วมระดมสมองนักธุรกิจทั้งส่วนท้องถิ่นและส่วนกลาง ประเมินภาพเศรษฐกิจในรอบปีและแนวโน้มของปีถัดไป เพื่อรวบรวมสรุปเป็นข้อเสนอให้รัฐบาล นำไปกำหนดเป็นนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เช่นเดียวกันปีนี้ที่ที่ประชุมของหนึ่งในสถาบันหลักภาคธุรกิจเอกชน มีข้อสรุปเสนอรัฐบาล โดยมีสาระสำคัญคือ การเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับภาคเอกชน นำร่องที่ 7 กลุ่มธุรกิจ ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทย

"ดุสิต"โชว์เปิด-ปิดงาน:
ปกติแล้วตามธรรมเนียมการประชุมของหอการค้าทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละภาคแต่ละจังหวัดจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ วันแรกของการจัดงาน จังหวัดเจ้าภาพจะเลี้ยงต้อนรับสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ ด้วยอาหารและการแสดงทางประเพณีวัฒนธรรม ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้นๆ ก่อนจะเริ่มสัมมนาระดมสมองในวันที่สอง ซึ่งจะเปิดงานโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และสรุปปิดสัมมนาในวันที่สามโดยนายกรัฐมนตรี

แต่ปรากฏว่างานสัมมนาปีนี้เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองยังคุกรุ่นอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ที่ขู่จะทำร้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คำขู่รุนแรงถึงขั้นจะมีคาร์บอมบ์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่านายกฯอภิสิทธิ์จะไปร่วมงานหรือไม่ จนท้ายสุดคณะกรรมการหอการค้าไทย โดยนายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย ในฐานะเจ้าภาพ จึงทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องเดินทางมารับฟังสรุปผลการสัมมนาและปิดงานสัมมนาครั้งนี้ ขณะที่นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดภารกิจไม่ได้มาเป็นประธานเปิดงานเช่นเดียวกัน งานสัมมนาครั้งนี้จึงทำให้นายดุสิตต้องรับบทเจ้าภาพและประธานเปิดและปิดงานด้วยตนเอง

ผลจากความขัดแย้งทางการเมืองทำให้การประชุมประจำปีหอการค้าทั่วประเทศขาดนายกฯมาร่วมงานต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 แล้ว

-นำร่องแผนพัฒนา7ธุรกิจ:
นายดุสิต กล่าวว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีมาแล้วถึง 10 ฉบับ ช่วงแรกๆ ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมีผู้กำหนดทิศทางและปฏิบัติตามแผน แต่ช่วงหลังที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย จึงขาดความต่อเนื่องของการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผน ทำให้ประเทศไทยเดินวนอย่างไร้ทิศทางจนกลายเป็นย่ำอยู่กับที่ ส่งผลให้ปัญหาเศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน แถมยังเผชิญมรสุมจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจึงยากลำบากมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่วางไว้ไม่สอดรับหรือช่วยขับเคลื่อนประเทศ ให้พ้นจากวิกฤติได้ จึงถึงเวลาที่ภาคเอกชน ต้องทำแผนยุทธศาสตร์ของประเทศฉบับนักธุรกิจเอง เพื่อเป็นเข็มทิศและแนวทางให้เอกชนพัฒนาธุรกิจ และขับเคลื่อนไปข้างหน้าร่วมกันอย่างมีจุดหมายเดียวกัน

การประชุมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ฉบับประเทศ ระยะ 5 ปี เพื่อรองรับการเปิดเสรีทั้งด้านการค้า บริการ การลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงาน ตามความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 และเพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้ในเวทีโลก โดยมีการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ระดมความคิดเห็น ศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค ที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และความต้องการของแต่ละกลุ่มจังหวัด และจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพรายพื้นที่

โดยเริ่มที่ 7 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.ธุรกิจเกษตร ประมง และอาหาร 2.ธุรกิจบริการสุขภาพ 3.ธุรกิจการค้าชายแดน 4.ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ 5.ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 6.ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ 7.ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ รวมทั้งมีแผนจะเพิ่มให้ครอบคลุม 50 กลุ่มธุรกิจ ที่จะครอบคลุมระบบเศรษฐกิจทั้งประเทศ 60% จากที่มีมูลค่า 9 ล้านล้านบาท

-วาง 6ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน:
นายดุสิต กล่าวว่าทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจดังกล่าว ได้กำหนด 6 ยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายได้แก่1.ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 2.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ 4.การส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาล 5.รักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต 6.การป้องกันและเฝ้าระวังปัญหา

รวมทั้งต้องเร่งปรับปรุงปัญหาฐานรากของไทย คือเร่งปรับโครงสร้างระบบโลจิสติกส์ของประเทศควบคู่ไปด้วย เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง การจัดการสินค้าคงคลัง และการกระจายสินค้า เปลี่ยนการขนส่งทางถนนไปสู่ทางราง และทางน้ำมากขึ้น ปรับระบบขนส่งทางบกสู่ระบบสากล มีศูนย์เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์ และรองรับการเชื่อมโยงในภูมิภาครองรับการเปิดเสรีอย่างเต็มที่ของอาเซียน โดยมีจุดมุ่งหมายลดต้นทุนโลจิสติกส์จาก 19% ของจีดีพี ให้เหลือ 15% ภายในปี 2555

"การประชุมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ ที่จะเป็นแนวทางในการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนา มีความเจริญเติบโตต่อเนื่องและยั่งยืน แม้การประชุมจะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ในภารกิจการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นและเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ซึ่งเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้เรามีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าด้วยกันได้ภายในกรอบเวลา 5 ปี"

นอกจากนี้ จะมีการผลักดันและเพิ่มบทบาทของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กรอ.) ในระดับภูมิภาคและจังหวัดมากขึ้น โดยมุ่งจัดประชุมในระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มงบประมาณในภาครัฐ และดึงหอการค้าจังหวัดมาเป็นส่วนผลักดันเศรษฐกิจในจังหวัดและภาพรวมของ ประเทศ วางเป้าหมายที่จะผลักดันให้จีดีพีจังหวัดขยายตัวได้ 8-10% ต่อปี และเสนอเพิ่มความร่วมมือภาครัฐและเอกชนให้การเพิ่มความรู้และการใช้ประโยชน์ จากการรวมตัวทางเศรษฐกิจเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนหรือเออีซี ในปี 2558

ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับภาคธุรกิจ ซึ่งเริ่มต้นด้วย 7 ธุรกิจนำร่อง พร้อมด้วยยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ หอการค้าไทยจะได้นำเสนอในรูปสมุดปกขาวให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำไปกำหนดทิศทางพัฒนาเศรษฐกิจประเทศต่อไป

ทั้งนี้ การประชุมหอการค้าไทย ครั้งที่ 27 ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ ได้เสร็จสิ้นลงพร้อมสาระของแผน 7 ธุรกิจ 6 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน โดยหวังว่ารัฐบาลจะนำไปปฏิบัติขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ส่วนบทบาทของหอการค้าไทยรวมทั้งภาคธุรกิจสังคม ต้องช่วยกันติดตามว่าได้รับสนองตอบหรือไม่ อย่างไร ก่อนที่สมาชิกหอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศจะได้พบกันอีกครั้งปีหน้าที่จังหวัดขอนแก่นนั้น เชื่อว่าจะได้รับการปฏิบัติไม่ทั้งหมดก็บางส่วน

ด้านนายบุญเลิศ บูรณศักดา ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป ทั้งเรื่องสถานที่พัก ห้องประชุม รวมทั้งความปลอดภัย สมาชิกหอการค้าพบกันปีหน้าที่จังหวัดขอนแก่น

ที่มา วิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเงินการลงทุน ข่าวธุรกิจ จาก ฐานเศรษฐกิจ

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template