ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาวุธสงคราม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาวุธสงคราม แสดงบทความทั้งหมด

13 ธันวาคม 2552

สอบเครียด 5 ผู้ต้องหาขนอาวุธสงคราม

Suthichaiyoon.com : สอบเครียด5ผู้ต้องสงสัยคาซัคสถาน-เบลารุส คาดขนอาวุธสงครามจากเกาหลีเหนือส่งขาย"บิน ลาเดน"

"ตำรวจ-ศุลกากร-ทหาร" ผนึกยึดเครื่องบินขนจรวด-อาวุธหนักราว 35-40 ตัน จากเกาหลีเหนือ หลังขอลงฉุกเฉินที่ดอนเมือง รวบชาวคาซัคสถานกับเบลารุส 5 คน สอบสวน เผยสหรัฐประสาน สมช.ตรวจสอบหลังติดตามพฤติกรรมกลุ่มก่อการร้ายมานาน คาดเป็นกลุ่มเจไอของ "โอซามา บิน ลาเดน" ที่ซื้อจากเกาหลีเหนือ

โดยต่อมาเจ้าหน้าที่นำอาวุธทั้งหมด รวมทั้งเครื่องบินไปเก็บรักษาไว้ที่ค่ายทหารอากาศตาคลี จ.นครสวรรค์ "นายกฯ"อุบไต๋ไม่บอกว่าได้รับรายงานมาจากฝ่ายใดในการจับกุม "สุเทพ" ระบุเป็นความร่วมมือจากหลายฝ่าย

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ประจำคลังสินค้าภายในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้เข้าทำการตรวจสอบเครื่องบินลำเลียงแบบทหาร รุ่น IL 76 (อิลยูชิน 76) สีขาว เลขข้างตัวเครื่อง 4L-AWA สัญชาติคาซัคสถาน ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเปียงยาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือเกาหลีเหนือ เพื่อขออนุญาตลงจอดที่คลังสินค้า ท่าอากาศยานดอนเมืองแทน ช่วงเช้าวานนี้ (12 ธ.ค.)

จากการตรวจสอบปรากฏว่า เจ้าหน้าที่พบตู้เหล็ก และลังไม้ขนาดใหญ่ บางส่วนแยกบรรจุหีบห่อมาอย่างดี โดยบรรทุกมาเต็มลำเครื่อง รวมน้ำหนักประมาณ 35-40 ตัน แต่ภายในบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดกลับเป็นอาวุธสงคราม ประเภทอาวุธหนักหลายชนิด อาทิเช่น ท่อส่งจรวด หัวจรวด จรวดอาร์พีจี เป็นต้น โดยอาวุธประเภทท่อส่งจรวดนั้น มีรายงานว่าเป็นท่อส่งจรวดที่ยิงจากภาคพื้นสู่อากาศ หรือกราวน์มิซซาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังตรวจสอบอาวุธสงครามบนเครื่องบิน เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวชาวต่างชาติทั้งหมด 5 คน เป็นชาวเบลารุส 1 คน คาซัคสถาน 4 คน ในจำนวนนี้ มีนักบินรวมอยู่ด้วยให้ลงจากเครื่อง เพื่อขอทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยในเบื้องต้นมีรายงานว่า ชาวต่างชาติกลุ่มนี้ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า สิ่งของที่อยู่บนเครื่องนั้นเป็นเพียงชิ้นส่วน หรืออะไหล่ของอาวุธสงครามเท่านั้น

แต่เจ้าหน้าที่เห็นว่า เป็นอาวุธสงครามร้ายแรง และมีพิรุธในการสำแดงรายละเอียดของสินค้า จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบ ก่อนจะอายัดเครื่องบินและสินค้าทั้งหมดไว้ พร้อมกับควบคุมตัวชาวต่างชาติทั้ง 5 คน เพื่อรอการสอบสวนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารอากาศ และทหารบก ได้นำรถบรรทุกขนาดใหญ่มาขนถ่ายอาวุธสงครามทั้งหมดออกจากเครื่องบิน ก่อนจะประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก. 1 บก.ป. นำล่ามภาษาจากตำรวจท่องเที่ยวเข้าทำการสอบปากคำชาวต่างชาติทั้งหมด

แหล่งข่าวกล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. เวลาประมาณ 16.00 น. ชาวต่างชาติกลุ่มนี้ได้นำเครื่องบินลำดังกล่าวมาลงจอดที่ประเทศไทยเพื่อเติมน้ำมัน จากนั้นทั้งหมดได้นำเครื่องบินเดินทางไปยังกรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ ก่อนจะกลับมาแวะเติมน้ำมันในวันนี้ แต่มาถูกตรวจสอบพบว่าในลำเครื่องมีการบรรทุกลำเลียงอาวุธสงครามมาเต็มลำ โดยอาวุธสงครามทั้งหมดนี้ คาดว่านำมาจากเกาหลีเหนือแต่จุดหมายปลายทางยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะเป็นประเทศใดในแถบตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ในการขนส่งอาวุธสงครามผ่านน่านฟ้าประเทศไทยนั้น เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ นอกจากนี้ ยังอาจมีความผิดฐานสำแดงเท็จด้วย แต่ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนของกลางอาวุธสงครามทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ รวมทั้งเครื่องบินนั้น เจ้าหน้าที่ทหารได้นำขึ้นรถบรรทุกไปเก็บรักษาไว้ที่คลังสรรพาวุธ กองบิน 4 ทหารอากาศ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ จากนั้นจะประสานพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สรรพาวุธตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบอาวุธสงครามทั้งหมดอีกครั้ง ส่วนชาวต่างชาติทั้งหมดหลังจากสอบสวนที่คลังสินค้า ดอนเมืองแล้วพนักงานสอบสวนจะนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม และควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังกองปราบปราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาวุธดังกล่าวถูกตรวจยึดไว้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นการประสานงานจากหน่วยข่าวกรอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประสานกับศุลกากร และ ตม. และเมื่อเช้าวานนี้ก็ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้จัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ จำนวน 2 ชุดไปปฏิบัติการในครั้งนี้ คือ เจ้าหน้าที่จากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อย.) เพื่อไปควบคุมเครื่องบิน ส่วนอีกชุดหนึ่ง คือ เจ้าหน้าที่จากกรมสรรพาวุธทหารอากาศ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธที่พบในเครื่องบิน เพราะเกรงว่าอาวุธที่อยู่ในเครื่องอาจจะพร้อมใช้จะทำให้เกิดอันตรายได้

ทางด้านแหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคงของไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ประสานมายังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ช่วยจับตาเครื่องบินต้องสงสัยที่จะผ่านมายังน่านฟ้าประเทศไทย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ด้านการข่าวได้ติดตามพฤติกรรมกลุ่มก่อการร้ายเจไอของนายโอซามา บิน ลาเดน พบว่ามีความเคลื่อนไหวในการติดต่อขอซื้ออาวุธจากประเทศเกาหลีเหนือ

โดยการข่าวของสหรัฐ ระบุด้วยว่า กลุ่มก่อการร้ายได้ตกลงซื้อขีปนาวุธและวัตถุระเบิดจำนวนมาก มีการจ่ายเงินและส่งมอบอาวุธกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะขนกลับทางเครื่องบิน จึงขอให้ทางการไทยช่วยตรวจสอบเครื่องบินต้องสงสัยทุกชนิดที่จะเข้ามายังประเทศไทย

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวมีปลายทางอยู่ที่ประเทศยูเครน ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านการข่าวได้วิเคราะห์กันว่า สาเหตุที่เครื่องบินลำนี้ขอลงจอดฉุกเฉิน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเติมน้ำมัน อาจจะไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง แต่อาจเป็นไปได้ว่าถูกเครื่องบินขับไล่ของประเทศใดประเทศหนึ่งติดตาม จึงต้องร่อนลงฉุกเฉิน เพราะไม่เช่นนั้น ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาลงจอดที่สนามบินดอนเมือง

ขณะที่แหล่งข่าวทางการทหาร เปิดเผยว่า สาเหตุที่เครื่องบินลำดังกล่าวต้องลงจอดที่สนามบินดอนเมือง ก็เพราะกองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ 16 ขึ้นประกบทันทีที่บินเข้าน่านฟ้าไทย และบังคับให้ลงจอดเพื่อตรวจค้น

5 ผู้ต้องหายังไม่ให้การใดๆ

เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.อ. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.ท. ศรีประเสริฐภาพ รอง ผกก. 1 บก.ป. พร้อมกำลังคอมมานโดกองปราบปรามได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 5 คน ที่ขนอาวุธสงครามร้ายแรงมาทางเครื่องบิน ประกอบด้วย นายอเล็กซ์ซานดระ ไซรเนฟ (Alexandr Zrybnev) อายุ 53 ปี นายวิคเตอร์ อัลดุลลายาฟ (Viktor Abdullayev) อายุ 58 ปี นายวิทาลี ซุนดอฟ (Vitaliy Shumkov) อายุ 54 ปี นายอิลยาส อิสซาคอฟ (ILyas Issakov) อายุ 53 ปี ทั้งหมดสัญชาติคาซัคสถาน และนายมิคาอิล พีทูคู (Mikhail Petukhou) อายุ 54 ปี สัญชาติเบลารุส มาคุมขังระหว่างการสอบสวนที่ห้องขังกองปราบปราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจได้ทำการตรวจสิ่งของภายในกระเป๋าสัมภาระ และทำบันทึกทรัพย์สินของแต่ละคนไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำตัวเข้าห้องขังเพื่อรอการสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่ให้การใดๆ เนื่องจากต้องการให้พนักงานสอบสวนประสานนำเจ้าหน้าที่ล่ามภาษารัสเซียมาร่วมสอบปากคำ

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับทั้งหมดในความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยการจับกุมครั้งนี้ มีการแจ้งเส้นทางการบิน ว่า เดินทางมาจากกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ โดยมีจุดหมายปลายทาง คือ ประเทศศรีลังกา

นายกฯ ชี้เครื่องบินขนอาวุธสำแดงเท็จ

ขณะที่เมื่อเวลา 20.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีเจ้าหน้าที่ไทยตรวจค้นเครื่องบินต่างชาติและยึดอาวุธสงครามจำนวนมาก ว่า ได้รับรายงานแล้ว เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ซึ่งพูดเป็นการสำแดงเท็จ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีปัญหาต่อความมั่นคงในประเทศไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ไม่มีครับ ไม่มี" เมื่อถามว่า จะต้องตรวจสอบหรือไม่ว่า เกิดเหตุขึ้นได้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นการข่าวร่วม ซึ่งทำให้ได้เบาะแสมาจึงดำเนินการไป

สุเทพระบุเป็นความร่วมมือจากหลายฝ่าย

ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนและนายกฯ ได้รับทราบรายงานมาตลอด โดยทราบว่าจะมีเครื่องบินที่จะขนอาวุธ จึงดำเนินการตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ของเราได้ประชุมหารือกันและดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในชั้นนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกระบวนการ และเมื่อเขาดำเนินการแล้ว จะได้รายงานรายละเอียดให้ตนทราบ

"เรื่องนี้เกี่ยวพันกับหลายฝ่าย ประเทศเจ้าของเครื่องบิน ประเทศของลูกเรือ ซึ่งเป็นคนสัญชาตินั้นๆ และประเทศที่สั่งซื้อสินค้า ประเทศที่จำหน่ายสินค้า เพราะฉะนั้น ทุกอย่างจะดำเนินการตรงไปตรงมา นโยบายของเราคือทำทุกอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง"

เมื่อถามว่า เครื่องบินดังกล่าวขอลงประเทศไทยด้วยเหตุใด นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอเรียนตามรายงานได้ว่า ขอลงจอดฉุกเฉินเพื่อเติมน้ำมัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับภายในประเทศของเราในขณะนี้ ขอให้มีรายงานข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน แล้วจะได้ปรึกษาหารือกัน จึงจะเปิดเผยให้ทราบข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการแจ้งขอลงจอดเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 11 ธ.ค.ผ่านมา หรือช่วงเย็นของวันที่ 12 ธ.ค. นายสุเทพ กล่าวว่า ขอให้ตนได้ประชุมเจ้าหน้าที่ก่อนเพื่อจะได้ตกลงกันได้ว่าพูดจาอะไรได้แค่ไหนอย่างไรหรือไม่ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินเรื่องเรียบร้อย ตนเชื่อว่าวันจันทร์ที่ 14 ธ.ค.หรือวันอังคารที่ 15 ธ.ค.นี้ ตนสามารถเรียกประชุมได้ ส่วนอาวุธที่ยึดไว้ คงต้องดูตามกฎหมายว่าต้องทำอย่างไร

ที่มา ข่าวอาวุธสงคราม ข่าวอาชญากรรม จาก Suthichaiyoon.com
Continue Reading...

ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาขบวนการขนอาวุธสงครามจากเกาหลีเหนือ

MCOT News : กรุงเทพฯ 13 ธ.ค.-ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหากับขบวนการขนอาวุธสงครามจากเกาหลีเหนือส่งศรีลังกา หลังจอดเครื่องบินแวะเติมน้ำมันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง

นายนิคาอิล พีทูคู ชาวเบลารุส นายวิกเตอร์ อันดุลลายาส นายอเล็กซานดรา ไซเนส นายวิทานี ซุนดอส และนายอิวยาส อิสซาคอส ชาวคาซัสถาน ถูกควบคุมตัวมาคุมขังที่กองปราบปราม หลังถูกจับกุมได้พร้อมเครื่องบินแอร์เวส สัญชาติจอร์เจียร์ และอาวุธสงครามน้ำหนักประมาณ 35-40 ตัน ที่ขนมาจากกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ ปลายทางประเทศศรีลังกา ขณะจอดเติมน้ำมันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะประสานล่ามชาวรัสเซียมาช่วยแปลในการสอบปากคำ ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ฝากขังในวันจันทร์ โดยคัดค้านการประกันตัว และไม่ขอนำตัวกลับมาควบคุมต่อที่กองปราบปราม โดยจะส่งผู้ต้องหาทั้งหมดไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วนอาวุธที่อายัดไว้ได้นำไปเก็บที่คลังสรรพวุธ กองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ แล้ว.-สำนักข่าวไทย

ที่มา ข่าวอาวุธสงคราม ข่าวอาชญากรรม จาก MCOT News
Continue Reading...

คุม5นักบินขังกองปราบ-ตั้งข้อหาร่วมกันครอบครองอาวุธ

ASTV ผู้จัดการ : คอมมานโดคุมตัวนักบินและเจ้าหน้าที่บนเครื่อง 5 รายที่ลักลอบขนอาวุธสงครามหนัก 40 ตันมาฝากขังกองปราบปราม พร้อมประสานล่ามรัสเซียมาร่วมสอบปากคำ เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยผิดกฏหมาย

วันนี้ ( 12 ธ.ค.) ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 20.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนปราบปรามทางบก กรมศุลกากร ประจำท่าอากาศยานดอนเมือง ได้เข้าทำยึดอาวุธสงครามหลายรายการน้ำหนักประมาณ 40 ตัน จากเครื่องบินลำเลียงแบบทหาร รุ่น IL 76 (อิลยูชิน 76) สีขาว สัญชาติคาซัคสถาน ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือเกาหลี จุดหมายปลายทางประเทศศรีลังกา ขณะขออนุญาตลงจอดที่คลังสินค้า ท่าอากาศยานดอนเมือง พร้อมควบคุมตัวนักบินและเจ้าหน้าที่บนเครื่องรวม 5 ราย มาสอบสวนที่กองปราบปราม โดย พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.ท. ศรีประเสริฐภาพ รอง ผกก.1 บก.ป.นำกำลังคอมมานโดกองปราบปรามควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 5 คน ประกอบด้วย นายอเล็กซ์ซานดระ ไซรเนฟ (Alexandr Zrybnev) อายุ 53 ปี นายวิคเตอร์ อัลดุลลายาฟ (Viktor Abdullayev) อายุ 58 ปี นายวิทาลี ซุนดอฟ (Vitaliy Shumkov) อายุ 54 ปี นายอิลยาส อิสซาคอฟ (ILyas Issakov) อายุ 53 ปี ทั้งหมดสัญชาติคาซัคสถาน และนายมิคาอิล พีทูคู (Mikhail Petukhou) อายุ 54 ปี สัญชาติเบลารุส มาคุมขังระหว่างการสอบสวนที่ห้องขัง กองปราบปราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจคอมมานโดกองปราบปรามได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดด้วยรถตู้ 3 คันโดยมีรถสายตรวจกองปราบปรามขับปิดหัวท้ายขบวน โดยทันทีที่มาถึงเจ้าหน้าที่ได้ทยอยนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปยังห้องขังกองปราบปรามทันที จากนั้นได้ทำการตรวจสิ่งของภายในกระเป๋าสัมภาระ และทำบันทึกทรัพย์สินของแต่ละคนไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำตัวเข้าห้องขังเพื่อรอการสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งในเบื้องต้นมีรายงานว่าผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่ให้การใดๆ เนื่องจากต้องการให้พนักงานสอบสวนประสานนำเจ้าหน้าที่ล่ามภาษารัสเซียมาร่วมสอบปากคำ

อย่างไรก็ตามในการควบคุมตัวผู้ต้องหาต่างชาติทั้ง 5 คนนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับทั้งหมดในความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

ที่มา ข่าวอาวุธสงคราม ข่าวอาชญากรรม จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

Huge Weapons seized in Bangkok

The Nation : Huge weapons shipment found aboard plane seeking refuelling stop en route from N Korea to undisclosed location; E European crew held, as cargo declared as military spare parts More than 35 tonnes of weapons aboard a Russian-made IL76 cargo plane were impounded yesterday after it stopped over at Don Mueang Airport for refuelling.

A joint Air Force and police unit searched the aircraft, whose final destination remained unknown, and found military hardware including missile heads, rocket-propelled grenades and surface-to-air missile launchers.

The authorities grounded the plane and also took custody of the five crew on-board, who reportedly came from Belarus and Kazakhstan.

The plane, with code number 4L-AWA, was identified as belonging to an entity in Kazakhstan.

It flew from Pyongyang, the capital of North Korea, and asked for permission to land to refuel in Bangkok.

Official sources said large metal and wooden crates containing the weapons with a weight of 35-40 tonnes were found in the aircraft.

The pilots and crew were held for questioning. The weapons had been declared as military spare parts.

The weapons were transported from Don Mueang Airport to the Air Force's weapon storage depot in Nakhon Sawan's Takhli district for safe keeping.

Initially, police investigators were told by the crew that the aircraft had stopped over in Bangkok last Friday on its way to North Korea.

All five crew and pilots were charged with breaking Thailand's air traffic law as the plane carried weapons under a false declaration.

Prime Minister Abhisit Vejjajiva said he expected more details on the incident in the next few days.

This has nothing to do with the country's national security, he insisted.

Panitan Wattanayagorn, acting government spokesman, said the aircraft was understood to have been registered in an Eastern European country, but he declined to be more specific.

Panitan, an international security expert, also declined to speculate on the aircraft's final destination or its route, saying the sensitive information had yet to be confirmed.

"We need some time to investigate. We cannot just draw conclusions from information we received verbally," he said.

Thailand has to abide by international law, as it is a signatory to the international treaty on weapons transportation.

Unless the weapons were delivered in full compliance with international law, they would be destroyed, Panitan said.

"Transportation of weapons is rare these days. Doing so requires proper declaration and reporting," he said.

However, Panitan - also the PM's deputy secretary-general - declined to comment on whether the incident posed any threat to national security.

Source: The Nation
Continue Reading...

RUSSIAN CARGO PLANE INTERCEPTED ON ASIAN WEAPONS RUN

Bangkok Post : Thai authorities have seized tonnes of weapons from an eastern European plane travelling from North Korea.

The plane, headed for South Asia, was searched when it landed at Don Mueang airport yesterday. Five foreigners on board the aircraft were detained, the weapons confiscated, and the plane impounded. The transport plane, thought to be a charter flight en route from the North Korean capital Pyongyang, had stopped for refuelling.

Security authorities asked to search the aircraft after being tipped off by their American counterparts.

The armed forces, police, immigration and customs officers are investigating the mystery surrounding the arms and ammunition cache, found concealed in 12 crates and weighing about 35 tonnes.

Government spokesman Panithan Wattanayakorn confirmed the seizure and the arrests, saying the weapons included "missiles, explosives and tubes".

Lt Gen Thangai Prasajaksattru, commander of the Central Investigation Bureau, said five men from eastern Europe had been detained. "There were a lot of weapons such as rocket-propelled grenades, missiles and other war weapons," he said.

Four of the suspects hold Kazakh passports and the other a Belarus passport.

They were identified as Alexandr Zrybnev, 53, Viktor Abdullayev, 58, Vitaliy Shumkov, 54, Ilyas Issakov, 53, from Kazakhstan; and Mikhail Petukhou, 54, from Belarus. Air force spokesman Montol Suchookorn and special branch police said the chartered cargo plane originated in Pyongyang.

"It was a cargo flight that requested to land at the civilian side of the airport," Cpt Montol said.

The Russia-made Ilyushin Il-76 transporter aircraft carried five people on board. When customs and immigration authorities examined the aircraft they found suspicious packages in tightly-sealed wood and metal crates. They were told that the shipment comprised "parts" of war weapons.

Authorities asked the five people to leave the aircraft and alerted the air force, which is in charge of the airport.

The suspects have told the interrogators little.

Authorities have yet to confirm where the aircraft, registered 4L-AWA, originated. At this stage they believe it was registered in Georgia, or Russia.

The flight schedule says the plane was headed for Colombo, Sri Lanka. Security authorities suspect the weapons could be destined for Sri Lanka or the Middle East.

One suspect told authorities that the aircraft flew from Russia to North Korea where the weapons were loaded.

The foreigners are in the custody of the Crime Suppression Division. They face charges of violating aviation regulations, arms trafficking and making a false declaration.

The weapons were transferred to the air force's arms depot in Wing 4 in Nakhon Sawan's Takhli district.

The Defence Ministry, the Foreign Ministry and the Justice Ministry are reviewing international regulations to find out if the aircraft and the cache can be seized permanently.

Foreign embassies will be asked to take part in the investigation. Foreign Ministry deputy spokesman Thani Thingpakdi said the government's response is in line with UN Security Council resolutions.

One unconfirmed report says the plane had made regular trips across the region.

An air force official involved in the inspection said Thai authorities had been asked by the United States to investigate the plane and its cargo.

"We were approached by the United States, seeking our cooperation to examine the suspected plane. It came from North Korea and was heading for somewhere in South Asia, probably Pakistan," he said.

Prime Minister Abhisit Vejjajiva said Interpol was also involved.

A spokesman for the US embassy in Bangkok, Michael Turner, said he was unaware of the incident.

Source: Bangkok Post
Continue Reading...

12 ธันวาคม 2552

ขนอาวุธเข้าไทย รวบชาวต่างชาติคาสนามบินดอนเมือง-ผงะ!'อาร์พีจี-มิสไซล์'40ตัน



ไทยโพสต์ : ผงะ! เครื่องบินบรรทุกอาวุธสงคราม 35 ตัน มีทั้งอาร์พีจี-จรวดมิสไซล์ ถูกทางการไทยอายัดระหว่างแวะเติมน้ำมันดอนเมือง เผยปลายทางร่อนลงศรีลังกา หน่วยข่าวระบุสหรัฐแจ้งเบาะแส ก่อนส่ง ตร.-ทหารรวบ 5 ผู้ต้องสงสัยชาวคาซัคสถาน-เบลารุสที่มากับเครื่องบิน ทอ.ส่งอากาศโยธิน-สรรพาวุธควบคุมเครื่องบิน อายัดอาวุธไว้คลังกองบิน 4 ตาคลี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำคลังสินค้าภายในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้เข้าทำการตรวจสอบเครื่องบินลำเลียงแบบทหาร รุ่น IL 76 (อิลยูชิน 76) สีขาว เลขข้างตัวเครื่อง 4L-AWA สัญชาติคาซัคสถาน ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเปียงยาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือเกาหลีเหนือ จุดหมายปลายทางประเทศศรีลังกา เพื่อขออนุญาตลงจอดที่คลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมืองแทน

จากการตรวจสอบปรากฏว่าเจ้าหน้าที่พบตู้เหล็กและลังไม้ขนาดใหญ่ บางส่วนแยกบรรจุหีบห่อมาอย่างดี โดยบรรทุกมาเต็มลำเครื่อง รวมน้ำหนักประมาณ 35-40 ตัน แต่ภายในบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดกลับเป็นอาวุธสงครามประเภทอาวุธหนักหลายชนิด เช่น ท่อส่งจรวด หัวจรวด จรวดอาร์พีจี เป็นต้น โดยอาวุธประเภทท่อส่งจรวดนั้นมีรายงานว่าเป็นท่อส่งจรวดที่ยิงจากภาคพื้นสู่ อากาศ หรือกราวน์มิสไซล์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังตรวจสอบอาวุธสงครามบนเครื่องบิน เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวชาวต่างชาติทั้งหมด 5 คน เป็นชาวเบลารุส 1 คน คาซัคสถาน 4 คน ในจำนวนนี้มีนักบินรวมอยู่ด้วยให้ลงจากเครื่องเพื่อขอทำการตรวจสอบอย่าง ละเอียดอีกครั้ง

เบื้องต้นมีรายงานว่า ชาวต่างชาติกลุ่มนี้ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าสิ่งของที่อยู่บนเครื่องนั้น เป็นเพียงชิ้นส่วนหรืออะไหล่ของอาวุธสงครามเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นอาวุธสงครามร้ายแรงและมีพิรุธในการสำแดงราย ละเอียดของสินค้า จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบ ก่อนจะอายัดเครื่องบินและสินค้าทั้งหมดไว้ พร้อมกับควบคุมตัวชาวต่างชาติทั้ง 5 คนเพื่อรอการสอบสวนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารอากาศและทหารบกได้นำรถบรรทุกขนาดใหญ่มาขนถ่ายอาวุธสงคราม ทั้งหมดออกจากเครื่องบิน ก่อนจะประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. นำล่ามภาษาจากตำรวจท่องเที่ยวเข้าทำการสอบปากคำชาวต่างชาติทั้งหมด ส่วนของกลางอาวุธสงครามทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ รวมทั้งเครื่องบินนั้นเจ้าหน้าที่ทหารได้นำขึ้นรถบรรทุกไปเก็บรักษาไว้ที่ คลังสรรพาวุธ กองบิน 4 ทหารอากาศ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ จากนั้นจะประสานพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สรรพาวุธตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบอาวุธสงครามทั้งหมดอีก ครั้ง ส่วนชาวต่างชาติทั้งหมดหลังจากสอบสวนที่คลังสินค้าดอนเมืองแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมและควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังกองปราบ ปราม

น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ติดต่อประสานงานไปยังกองทัพอากาศ เพื่อขอกำลังสนับสนุนมาควบคุมดูแลเครื่องบินลำเลียงลำดังกล่าว ทาง พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้จัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ทหารอากาศจำนวน 2 ชุดไปปฏิบัติการในครั้งนี้ คือ เจ้าหน้าที่จากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อย.) เพื่อไปควบคุมเครื่องบิน ส่วนอีกชุดหนึ่งคือเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพาวุธทหารอากาศ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธที่พบในเครื่องบิน เพราะเกรงว่าอาวุธที่อยู่ในเครื่องอาจจะพร้อมใช้จะทำให้เกิดอันตรายได้.

ที่มา ข่าวอาวุธสงคราม จาก ไทยโพสต์
Continue Reading...
 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template