ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนุพงษ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนุพงษ์ แสดงบทความทั้งหมด

25 มกราคม 2553

ผบ.ทบ.ลั่นไม่กลัวคำขู่เสธ.แดง ย้ำไม่ตั้งตัวเป็นมาเฟีย

กรุงเทพธุรกิจ : "พล.อ.อนุพงษ์ ผบ.ทบ."ไม่ หวั่นเสธ.แดงขู่ หลังเกษียณจะโดนเสื้อแดงกระทืบ ย้ำไม่ตั้งตัวเป็นมาเฟียสร้างกองกำลัง ลั่นเกษียณไปมีค่าเท่าประชาชนคนหนึ่ง

ททบ. 5 -พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เป็นประธานวันสถาปนาสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ. 5 ) ครบรอบ 52 ปี พร้อมด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และพล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก หลังจา พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการดำเนินการกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หลังจากที่ตำรวจไปค้นบ้านพักพบอาวุธสงครามเป็นจำนวนมากว่า เรื่องเดิมที่ทางกระทรวงกลาโหมได้สั่งพักราชการ ซึ่งการดำเนินการทางศาลอาญาทหารกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ เท่าที่ทราบจากคณะกรรมการที่ดำเนินการในเรื่องนี้ก็จะต้องรอให้เจ้าตัว คือพล.ต.ขัตติยะ มาให้การกับทางคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม ถ้าเจ้าตัวยังไม่มาทราบภายในปลายเดือนนี้ ถ้าไม่มีก็สามารถสรุปเรื่องนี้ ส่งให้ทางกระทรวงกลาโหมได้ ส่วนกรณีเรื่องคดีอาญาเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตั้งแต่วันที่ไปตรวจค้นกันแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายโดยแย่งออกเป็น 2 ส่วน

เมื่อถามว่า พล.ต.ขัตติยะ อ้างว่า มีนายทหารยศร้อยเอก ซึ่งเป็นทหารหน้าห้องของพล.อ.อนุพงษ์ เป็นคนยัดลูกระเบิดระหว่างการค้นบ้านของพล.ต.ขัตติยะ นั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าไม่ทราบ ทราบจากสื่อมวลชน เอาเป็นว่าท่านเป็นคนพูดก็แล้วกันนะ ว่า เราไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่ไป แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของสารวัตรทหาร และตำรวจไปทำ เราไม่เห็นเหตุผลจะต้องไปทำแบบนั้น ไม่น่าที่จะเป็นไปไม่ได้

เมื่อถามว่า เหตุการณ์คนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้าไปยังสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก ทำไมถึงพุ่งเป้าไปที่พล.ต.ขัตติยะ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องดำเนินการ เพราะการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ได้ให้เจ้ากรมข่าวทหารบกได้ไปเรียนชี้แจงแล้วว่า หน้าที่ของการรักษาความปลอดภัยของกองบัญชาการกองทัพบกเป็นอย่างไร และท่านก็ช่วยสื่อให้สังคมเข้าใจ เราไม่ใช่องค์กรของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นหน่วยราชการตามกฎหมาย เราดูแลพื้นที่ของเราไม่ให้ใครเข้ามาเอาเอกสาร ไม่ให้ใครบุกรุกเข้ามาได้ในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบก นี่คือหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของเรา หน้าที่ถ้าจะมีการกระทำมาจากข้างนอกเป็นหน้าที่ของตำรวจตามปกติ

"ถ้าต้องการจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ผมสามารถเรียนท่านได้ว่าจะต้องใช้มาตรการมากกว่า โดยพื้นที่โดยรอบไม่ว่าจะเป็นทางด้านคุรุสภา ด้านหลังวัดตรีทศเทพ รวมทั้งด้านสนามมวยราชดำเนิน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวโดยปริมณฑลมันทำได้ทั้งนั้น เราไม่ได้ส่งกำลังออกไปตามที่ว่า ตามปกติเป็นเรื่องของตำรวจต้องดำเนินการ ถามว่าจำเป็นหรือไม่ก็อยู่ที่ว่า ถ้าเป็นกองบัญชาการรบแน่นอนไม่มีใครเข้ามาในรัศมีนี้ได้ แต่ในยามปกติก็จะต้องเป็นแบบนี้" พล.อ.อนุพงษ์ ผบ.ทบ.

เมื่อถามว่า เวลานี้มูลเหตุที่กองทัพบกถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 79 คืออะไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ทราบเลยครับ ท่านจะให้ประเมินอย่างนั้นง่ายๆ แต่รู้อย่างเดียวว่าบ้านเมืองจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ว่าใครจะยิงใคร หรือยิงในเมืองหลวงมันก็ไม่ได้ทั้งนั้น และใครจะประเมินว่าจะให้ออกจากปากตน โดยที่ประเมินเอาเองคงไม่ถูก เอาเป็นว่าให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนได้หรือไม่ได้อย่างไร เมื่อถามว่า ตอนนี้ในใจคิดว่ามีกี่กลุ่มที่สามารถก่อเหตุได้ในลักษณะแบบนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คิดในใจไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะตอบอย่างไร หากคิดในใจก็ตอบในใจ

เมื่อถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลายคนมองว่าเป็นการท้าทายอำนาจของผู้บัญชาการทหารบกนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ผมเรียนว่า องค์กรกองทัพบกไม่ได้เป็นภาพอย่างที่ท่านถามผม เพราะไม่ใช่องค์กรของผม แต่เป็นสถาบันหลักของประเทศชาติบ้านเมือง ใครมาอยู่ตรงนี้ ก็จะต้องทำไปตามกฎตามระเบียบที่มี ผมเรียนไปแล้วว่าจุดยืนของเราไม่ได้อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเราก็ทำหน้าที่ตามที่เราควรจะกระทำ เราไม่ได้ไปอิงอยู่กับฝ่ายใดเป็นสีใดเราไม่มี การที่จะทำเช่นนั้น ผมไม่เห็นเกิดประโยชน์กับสังคม ผมไม่ทราบว่าเจตนาเพื่ออะไร หรือกลุ่มใดก็น่าจะเป็นผลทางด้านลบมากกว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนเป็นคนทำก็ ไม่น่าจะดีทั้งนั้น แต่ทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน ทั้งนี้อย่างที่ท่านชอบใช้ศัพท์ ผมไม่ใช่เจ้าของบริษัทของกองทัพบก เป็นองค์กรของทางราชการ และไม่ใช่ตัวผม และใครมาก็จะต้องทำเช่นนี้ ไม่ได้อย่างใจก็จะไปทำวิธีใดวิธีหนึ่งก็จะต้องใช้กฎหมายว่ากันไป ผมไม่ได้คิดอะไรมากนัก”

เมื่อถามว่า ฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพล.ต.ขัตติยะ จะมีการพูดกันอย่างไรเพื่อหาทางออก พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า อย่างที่พวกท่านทราบ ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนทั้งกองทัพบก ก็มีผู้บังคับบัญชารองลงไป ทางท่านผู้บังคับบัญชาของ พล.ต.ขัตติยะ ก็มีสำนักงานเลขานุการกองทัพบก (สลก.ทบ.) ก็คุยกันตลอดเวลา นอกจากนั้นกระแสของเพื่อนในรุ่นก็มีการไปพูดคุยอย่างที่ทราบแล้ว ไม่อยากจะถาม หรือจะตอบท่านว่า จะต้องคุยหรือไม่ต้องคุย เพราะมีกลไกทำกันอยู่

เมื่อถามว่า ท่านคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นการเมืองมีส่วนเข้ามาเชื่อมโยงหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ท่านอยากให้สรุป พยายามจะให้ตอบว่าตกลงเป็นกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ยิง ไม่รู้ ไม่ทราบ อย่าให้ตนได้เอ่ยเลยว่าใช่หรือไม่ใช่ ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่เป็นคนทำ หากพูดไปจะเป็นประเด็น

เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อกำลังใจของกำลังพลหรือไม่ เพราะ ผบ.ทบ.เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จะให้ตอบอย่างไร แต่ถือว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของกองทัพบกน่าสรรเสริญทุกระดับเลย กำลังพลที่ดีๆ ท่านลองดูว่าเขาทำหน้าที่ทั้งปกป้องอธิปไตยของชาติ ดูเรื่องความมั่นคง เช่นที่ภาคใต้ หรือ ดูความสงบเรียบร้อย จะมีส่วนไม่ดีอยู่บ้างก็เป็นธรรมดาของสังคมที่มีองค์กรใหญ่ๆ คนหลายแสนคน แต่ถือว่าน่านับถือน้ำใจผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาเป็นพระเอก แต่จะต้องดูว่าคนที่เป็นตัวตนของกองทัพบก ทั้งองค์กร ซึ่งเรื่องนี้มันประกอบเขาด้วยกัน ถ้าเขาไม่ดี และเราไปสั่งให้เขาทำมันไม่ได้ ดังนั้นเขาจะต้องดีด้วย และผู้บังคับบัญชาก็จะต้องปกครองให้ดีด้วย เพราะตนถือว่าองค์กรของกองทัพบกยังประกันความมั่นคงของประเทศชาติบ้านเมือง ได้ ทุกคนก็ทำตามหน้าที่ กำลังพลที่ดีที่น่าสรรเสริญ ที่น่าดูแลมีอยู่เป็นส่วนใหญ่ของกำลังพล

เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ที่ท่านถูกลอบทำลาย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่เคยกลัวเลยครับ ผมไม่กลัวเลย ไม่รู้จะกลัวทำไม” เมื่อถามว่า จะใช้ชีวิตตามปกติอย่างไร เพราะถือว่าตอนนี้ท่านเป็นเป้าหมาย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “อันดับแรกเลย ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาตอบคำถามท่าน เพราะผมไม่เข้าใจต้องทำอย่างไร ตื่นเช้ามาต้องกลัวอะไร ผมเฉย ๆ มาก ไม่เคยรู้สึก ผมไม่รู้จะตอบอย่างไร ”

เมื่อถามว่า พล.ต.ขัตติยะ หรือ เสธ.แดง ขู่ว่าหลังจากเกษียณอายุราชการไปแล้ว อาจจะเจอกลุ่มคนเสื้อแดงรุมกระทืบ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมมีค่าเหมือนกับสื่อ เหมือนกับประชาชนคนหนึ่ง ผมจะไม่ตั้งตัวเป็นมาเฟียสร้างกำลัง กองกำลังของตัวเองไม่มี เกษียณไปก็เหมือนประชาชนคนหนึ่ง ประเทศชาติก็จะต้องดูแลผม ถ้าจะมีการทำอะไรแบบที่ว่า บ้านป่าเมืองเถื่อนขนาดนั้น สื่อมวลชนพูดกับคนได้มากกว่าผม”

เมื่อถามว่า เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาในประวัติการศาสตร์กองทัพ เกรงหรือไม่ว่าจะทำให้การเมืองกับทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกันมากขึ้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ ตอนนี้กองทัพยังมั่นคง ผมยืนยันสามารถทำได้ทุกอย่างที่ทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบเรียบร้อย ผมยืนยัน กองทัพบกทั้งกองทัพบกยืนยัน ที่กล่าวอ้างกันไปก็เป็นแค่กล่าวอ้างไปเฉย ”

เมื่อถามว่า จากนี้ไปความสัมพันธ์ส่วนตัวของท่านกับพล.ต. ขัตติยะ จะเป็นอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ผมเรียนสื่อไปหลายครั้งแล้ว ในชีวิตผมไม่เคยเรียนร่วมกับพล.ต.ขัตติยะ และไม่เคยได้เป็นเพื่อนวิ่งเล่นกันอะไร สื่อสนิทกับผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก(พล.อ.วิชญ์) ลองไปถามดู ว่าไม่เคยไปเรียนกวดวิชากับพล.ต.ขัตติยะ และไม่ทราบว่าพล.ต.ขัตติยะ ไปรู้จักกับใครที่ไหนมา ผมไม่เคยเป็นอะไรที่พิเศษกับเขา แต่ปกติก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาปกติเหมือนกับกำลังพลคนหนึ่ง เมื่อทำผิดก็ว่าตามกฎหมาย ถามว่าโกรธแค้นส่วนตัวหรือไม่นั้น ไม่มี”

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงต้องปิดข่าวไม่แจ้งความตั้งแต่ที่เกิดเหตุ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่มี สื่อพูดเอาเอง ไม่มีใครรู้เรื่อง ความจริงเจ้าหน้าที่ไปเห็นตั้งแต่วันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา แต่เขาไม่คิดว่าเป็นการถูกยิงระเบิดเข้ามา แต่ไปรู้อีกที เพราะดูจากเว็บไซด์เสธ.แดงดอทคอม แล้วเจ้าหน้าที่ไปทบทวน จึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ไม่ได้มีอะไรอย่างที่สื่อนึก ดูละครมามากไป

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับคนเสื้อแดงออกมาระบุว่าจะมีการปฏิวัติ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ พูดมาจนไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว สื่อพูดให้เป็นกระแสทุกวัน เพราะพูดมาหลายสิบหนแล้ว”

ข่าว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ ข่าว เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ข่าวการเมือง จาก กรุงเทพธุรกิจ
Continue Reading...

11 พฤศจิกายน 2552

ASTV ผู้จัดการ : “ป๊อก” ติ “นช.แม้ว” ให้สัมภาษณ์หมิ่นสถาบัน น่าจะรู้สมควรทำหรือไม่

“บิ๊กป๊อก” ตำหนิ “นช.แม้ว” ให้สัมภาษณ์หมิ่นสถาบันมิบังควร เตรียมสั่งกำชับกำลังพลห้ามนำเรื่องนี้ไปขยาย เหน็บ เป็นถึงอดีตนายกฯ น่าจะรู้ดีควรทำหรือไม่ เผย “ป๋า” จี้ รบ.เร่งลากคอมาลงโทษ ฐานหมิ่นเบื้องสูง เชื่อ ผลการกระทำสุดท้ายจะทำให้เครดิตเสื่อม

วันนี้ (10 พ.ย.) เมื่อเวลา 18.00 น.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง ว่า ผบ.เหล่าทัพ มีการพูดคุยและหารือกันแล้วว่า เราจะทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชา ให้รู้เรื่องในความเป็นจริง แต่น่าหนักใจต่อข้อกฎหมาย เพราะถ้ามีลักษณะเหตุการณ์ทำซ้ำจะเป็นแง่ทางกฎหมายทันที เนื่องจากขณะนี้ทางเว็บไซต์ไม่มีแล้ว ซึ่งเรามีนโยบายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และปกป้องเทิดทูนสถาบัน ทั้งนี้ เราต้องช่วยกันปกป้องและเทิดทูนสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้กับประเทศชาติ และให้รู้ว่าการกระทำดังกล่าวมิบังควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นคนไทย

เมื่อถามว่า การให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ รุนแรงกว่าทุกครั้ง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เขาดำเนินการอย่างไรก็รู้กันอยู่ เข่าเคลื่อนไหวกันมาต่อเนื่อง เขานึกว่า ถึงจุดที่จะทำอย่างนั้นได้ ซึ่งการละเมิด ตนพูดรายละเอียดไม่ได้ เมื่อถามว่า รมว.กลาโหม มีนโยบายให้ ผบ.เหล่าทัพ อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพ เห็นตรงกันหมดว่า เป็นการกระทำที่ไม่บังควร แต่การที่จะไปดำเนินการอะไรต่อค่อนข้างจะยาก เพียงแต่เราต้องไปบอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าพูดเรื่องนี้ต่อ เพราะไม่เป็นการบังควร

เมื่อถามว่า กองทัพบกจะเร่งดำเนินการอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องคำสั่งที่จะมีไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชามีแน่ แต่จะให้ชี้แจงคงลำบาก ทั้งนี้ ผู้บังคับหน่วยคงไม่สามารถไปสั่งการอะไรได้ เพราะถ้าไปสั่งเกรงว่า จะทำให้มีการพูดต่อกันได้ และบางคนที่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไม่เป็นอะไร แต่คนที่มีเกรงว่า จะไปพูดต่อ หรือขยายต่อ หรือไปวิเคราะห์วิจารณ์ จะทำให้ไม่ดี และจะทำให้เกิดผลกระทบกลับมา ดังนั้น คงจะไปขยายความต่อไม่ได้ เพราะการไปอธิบายให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีหลายระดับ สิ่งที่ดีที่สุดขอชี้แจงว่า เป็นการไม่บังควร

เมื่อถามถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา เพื่อมาเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กัมพูชา พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องพิจารณาเอง เพราะเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีไทย น่าจะรู้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะสม

เมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวทางด้านการทหาร เพียงแต่ติดตามสถานการณ์อยู่ ซึ่งสถานการณ์ยังปกติ ไม่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 09.00 น.พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เป็นประธานการประชุมคณะองคมนตรีประจำสัปดาห์ในวาระปกติ ซึ่งการประชุมไม่ได้มีการนำประเด็นคำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง เพราะเห็นว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดำเนินการ และรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้สถาบันเบื้องสูงเกิดภาพลบ ซึ่งการจะให้ทำเนียบองคมนตรี หรือ สถาบันเบื้องสูง ออกมาดำเนินการคงไม่สามารถทำได้

แหล่งข่าวระบุอีกว่า องคมนตรียังไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้ ต้องดูว่า รัฐบาลจะทำอย่างไร เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ จะให้เราไปเต้นตาม พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ได้ แต่การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาพูดพิงสถาบันเบื้องสูง ทำให้ตัวเขาแย่ และเสียเครดิตไปมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งพูดก็ยิ่งเสีย ขณะนี้ ยอมรับว่า ทุกฝ่ายเหนื่อยใจ รัฐบาลจะต้องรีบดำเนินการ ปล่อยเฉยไม่ได้ หากปล่อยเฉยจะยิ่งทำให้สถานการณ์ดูย่ำแย่ ควรมีมาตรการอะไรออกมา เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล จะให้สถาบันออกมาคงไม่ได้

ที่มา ข่าวการเมือง ข่าวทักษิณ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...
 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template