ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศิวรักษ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศิวรักษ์ แสดงบทความทั้งหมด

20 ธันวาคม 2552

ฮุนเซนดักฟังสถานฑูตไทย...ต้องเป็นกรณี



Suthichaiyoon : เห็น ภาพเหลือเชื่อที่นายกฯ ฮุนเซน ของกัมพูชา เปิดบ้านตัวเองต้อนรับ คุณศิวรักษ์ ชุติพงษ์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแล้วก็เกิดคำถามว่าอย่างนี้ความสัมพันธ์ไทยกับ กัมพูชา จะกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างไร?

เพราะ ทักษิณ ชินวัตร กับ ฮุนเซน เล่นละครลวงโลกอย่างนี้ ความสงบสุขของประชาชนคนไทยกับคนกัมพูชา ก็ย่อมจะโดน "คลื่นรบกวน" อย่างนี้ตลอดไป

หรือ ฮุนเซน มีสิทธิจะกำหนดว่าประเทศไทยมีใครเป็นนายกฯ เขาจึงจะมีความสัมพันธ์อย่างเป็นปกติ?

หากไทยตั้งเงื่อนไขบ้างว่าตราบใดที่กัมพูชา มีนายกฯ ชื่อ ฮุนเซน คนไทยก็จะไม่มีความสุขบ้าง? จะเกิดอะไรขึ้น?

ตาม กติกาสากลของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น เรื่องอะไรภายในของบ้านอื่นเป็นเรื่องของเขา เว้นเสียแต่ว่าเรื่องนั้นๆ จะฝ่าฝืนมาตรฐานสากลอย่างจัง

แต่กรณีไทยกับกัมพูชานั้น ฮุนเซน ยึดหลักการอย่างเดียว... "ทักษิณ เป็นเพื่อนของผม" โดยไม่สนใจว่ารัฐบาลไทยที่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำขณะนี้เป็นสถาบันการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายและกติการะหว่าง ประเทศอย่างที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบนายกฯ คนนี้ ก็ตาม

คุณศิวรักษ์ พูดถูกแล้วที่บอกว่า "ผมรู้สึกว่าผมเป็นเหยื่อ" และถูกต้องเช่นกันที่บอกว่า

"เรื่อง แบบนี้คงไม่มีใครไปจัดฉาก คงไม่มีใครเอาชีวิตลูกไปเล่นตลก และคงไม่มีใครอยากให้ลูกของตัวเองเข้าไปอยู่ในคุก ผมรู้สึกว่าผมเป็นเหยื่อ แต่ในแง่ไหนผมไม่ทราบ..."

เพราะที่คนส่วนใหญ่บอกว่ามีการ "จัดฉาก" นั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณศิวรักษ์ มีส่วนในการจัดฉาก หากแต่หมายความว่าทักษิณ-ชวลิต-ฮุนเซน เป็นผู้ร่วมกันเขียน "บท" นี้ขึ้นมา และคุณศิวรักษ์ เป็นเพียง "เบี้ย" ของเกมการเมืองนี้เท่านั้น

ไม่ว่า "คุณคำรบ" เลขานุการเอกของสถานทูต ประจำกรุงพนมเปญจะพูดอะไรกับ "คุณศิวรักษ์" ทางโทรศัพท์วันนั้น และไม่ว่าศาลกัมพูชาจะตัดสินอย่างไร สิ่งที่ชัดเจนก็คือ ว่า "บท" ที่เขียนเอาไว้ตั้งแต่ต้นคือการจับคนไทยคนใดคนหนึ่งเป็น "ตัวประกัน" เพื่อที่จะ "ปล่อย" ตัวออกมา สร้างสถานการณ์ให้ทักษิณเป็นพระเอกของงานนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

อย่าลืมว่าคุณศิวรักษ์ ยืนยันตั้งแต่ต้นจนนาทีสุดท้ายว่าเขาไม่ได้เป็น "สายลับ" ของรัฐบาลไทยและ "ข่าวสารที่กล่าวหาผมก็เป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ที่สามารถรู้กันได้"

ความจริง สื่อมวลชนกัมพูชา รายงานเรื่องเครื่องบินทักษิณ ลงจอดพนมเปญ ก่อนหน้าที่ "คุณคำรบ" จะโทรศัพท์ไปหา "คุณศิวรักษ์" ด้วยซ้ำไป

ดัง นั้น เมื่อทักษิณ บินเข้าพนมเปญเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมพิธีอันเอิกเกริก เพื่อปล่อยตัวคุณศิวรักษ์จึงเป็นปรากฏการณ์ประหลาดอย่างยิ่ง

ย้อนไป อ่านคำกล่าวหาของรัฐบาลของฮุนเซน ตอนตั้งข้อหาศิวรักษ์ (สายลับที่กระทบความมั่นคงของกัมพูชา และความปลอดภัยส่วนตัวของทักษิณและฮุนเซน) แล้วดูภาพที่ฮุนเซนแสดงความรักใคร่สนิทสนมกับศิวรักษ์และคุณแม่

ฮุนเซน เรียกตัวเองว่า "อา" และเรียกศิวรักษ์ว่า "หลาน" ตลอดพิธีให้อิสรภาพกับศิวรักษ์

นัก โทษที่เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษจากรัฐบาลเขมรที่ผ่าน ๆ มานั้นไม่เคยปรากฏว่ามีการทำพิธีที่ออกข่าวผ่านสื่อที่นั่นอย่างเกรียวกราว เท่านี้

ย้อนไปดูภาพทักษิณนั่งซักไซ้ไล่เลียงศิวรักษ์ ในเรือนจำเพรย์ซอว์ที่พนมเปญอีกครั้งหนึ่ง จะเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติอย่างเหลือเชื่อ

เพราะข่าวบอกว่าทักษิณต้องการจะสอบถามด้วยตัวเองว่าศิวรักษ์ได้รับการ "บงการ" จากใคร?

เสมือนหนึ่งว่าทักษิณ มีเงื่อนไขว่าศิวรักษ์จะต้องยอมรับ ว่ารัฐบาลไทยบงการเขาให้ทำตัวเป็น "สายลับ" ทุกอย่างจึงจะเรียบร้อยสำหรับวิศวกรไทยผู้น่าเห็นใจคนนี้

บาง คนบอกว่าเห็นภาพฮุนเซน ปฏิบัติต่อศิวรักษ์ วันนั้นแล้ว คล้ายๆ กับต้อนรับลูกคนโตกลับจากเรียนหนังสือเมืองนอกด้วยความยินดีปรีดายิ่ง ...หรือไม่ก็เหมือนเป็นลูกเขยคนล่าสุดของผู้นำเขมรคนนี้ที่พ่อตาต้องเอาใจ เป็นพิเศษ

เป็นไปได้อย่างไรที่ "จารชน" คนหนึ่ง จะกลายเป็น "วีรบุรุษ" ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนั้น?

ฮุนเซน ต้องการอะไรจากการจัดฉากเช่นนี้ ไม่ต้องวิเคราะห์ให้ยาก...แต่เขารู้หรือไม่ว่านั่นคือการตบหน้าคนไทยจำนวนมาก

หรือเขาคิดว่าคนไทยติดละครน้ำเน่าอยู่แล้ว จัดฉากละครให้เน่ากว่านิยายก็ไม่เห็นจะเป็นไร?

คำถามทิ้งท้าย...ทำไมทักษิณจึง "อายกล้อง" ...ไม่ยอมถ่ายรูปร่วมกับฮุนเซนและศิวรักษ์ ในวัน "ปล่อยตัว" ศิวรักษ์?

ทำไม "บิ๊กจิ๋ว" จึงตัดสินใจนาทีสุดท้าย ไม่ไปร่วมพิธีนี้?

และคำถามที่กัมพูชายังไม่กล้าตอบจนถึงวันนี้...

ถ้ารู้ว่าเลขานุการเอกของสถานทูตไทยพูดอะไรกับ "ศิวรักษ์" ...ก็แปลว่ารัฐบาลเขมรดักฟังโทรศัพท์ของสถานทูตไทยที่กัมพูชา...ใช่หรือไม่?

เทปนั้นอยู่ไหน? อะไรเป็นหลักฐานที่ตำรวจเขมรมีเพื่อจับ "ศิวรักษ์" ตั้งแต่วันแรก?

หัวข้อ ข่าวฮุนเซน ข่าวกัมพูชา ข่าวศิวรักษ์ ข่าวทักษิณ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ จาก Suthichaiyoon.com
Continue Reading...

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการพระราชทานอภัยโทษศิวรักษ์ ชุติพงษ์

Suthichaiyoon.com : By เขียน ธีระวิทย์

วัน ที่ 14 ธันวาคม 2552 เป็นอีกวันหนึ่งที่ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพวกสามารถทำข่าวใหญ่ในสื่อมวลชนได้สำเร็จ พวกเขาไปชุมนุมกันที่กรุงพนมเปญโดยมีสมเด็จฯ ฮุนเซน เป็นเจ้าภาพ เนื่องในโอกาสการปล่อยตัวนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ออกจากเรือนจำเพรยซอ ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สามารถจัดฉากแสดงปาหี่ทาง การเมืองตบตาชาวโลกได้สำเร็จ ในฐานะที่เป็นคนไทยที่เฝ้าดูพฤติกรรมการเล่นการเมืองแบบสกปรกของคนจำพวกนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ข้าพเจ้ามีข้อสังเกตและข้อคิดดังต่อไปนี้

1. มหกรรมแสดงปาหี่การเมืองที่พวกทักษิณใช้กัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการป่วนประเทศ ไทย ตั้งแต่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยของทักษิณพาคณะไปสวามิภักดิ์ต่อฮุนเซน (21 ต.ค.) สมเด็จฯ ฮุนเซน แต่งตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษาฯ (4 พ.ย.) ทักษิณขึ้นเครื่องบินส่วนตัวไปกรุงพนมเปญ (10 พ.ย.) กัมพูชาจับตัวศิวรักษ์ ชุติพงษ์ (12 พ.ย.) ศาลกรุงพนมเปญพิพากษาจำคุกและปรับศิวรักษ์ในข้อหาจารกรรมความลับของฮุนเซน (8 ธ.ค.) และกษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษแก่ศิวรักษ์ (11 ธ.ค.) จนกระทั่งถึงการทำพิธีฉลองผลงานแสดงการฉ้อฉลตบตาให้ชาวโลกทราบเพื่อหาคะแนน นิยมจากคนไทย (14 ธ.ค.) แต่ละขั้นตอนทำได้รวดเร็วแต่ไม่ค่อยแนบเนียนเท่าไร

จากวันที่ศาลตัดสินลงโทษจำคุกศิวรักษ์ 7 ปี ถึงวันที่กษัตริย์กัมพูชาทรงลงพระปรมาภิไธย พระราชทานอภัยโทษนั้นใช้เวลาเพียง 2 วันเศษ ในวันที่ 11 ธันวาคม ขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังจะเดินทางไปยื่นคำขอพระราชทานอภัยโทษศิวรักษ์นั้น มีข่าวออกมาจากกรุงพนมเปญว่า กษัตริย์กัมพูชาได้พระราชทานอภัยโทษให้เรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มเครดิตให้ทักษิณ ข่าวจากกรุงพนมเปญอ้างด้วยว่าฮุนเซนทำตามคำขอทางโทรศัพท์จากทักษิณ ดูเหมือนทักษิณ-ฮุนเซนจะทุ่มสุดตัวในการสร้างปัญหาให้รัฐบาลไทย โดยไม่คำนึงถึงหลักการ ความชอบธรรมหรือผลประโยชน์ของประชาชนของประเทศทั้งสองเลย

2. คนพันธุ์ทักษิณคงจะมองว่าทักษิณเป็นคนเก่ง ขออะไรจากฮุนเซนก็ได้ แต่ความจริงพวกเขามีผลประโยชน์ร่วมกัน (หมูไปไก่มา) ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ทักษิณให้ประโยชน์แก่ฮุนเซ็นมากในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย ตอนนี้เป็นพันธมิตรร่วมกันในความพยายามที่จะโค่นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์เพื่อเอา ทักษิณหรือคนพันธุ์ทักษิณกลับมาเป็นรัฐบาลไทยจะได้หาผลประโยชน์ต่อไปได้ สะดวก

นอกจากนั้นฮุนเซนเองก็ใจร้อนไม่น้อยกว่าทักษิณในการปล่อยตัวศิวรักษ์ เพราะมีข่าวสะพัดทั่วโลกแล้วว่าฮุนเซนร่วมกับทักษิณจับคนไทยเป็นเหยื่อการ เมือง ในขณะที่ไม่จับนายวันโนเรียะซึ่งเอาข้อมูลการบินของทักษิณให้ เพราะเขาเป็นคนกัมพูชานั้นประการหนึ่ง ประการที่สอง ถ้าปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อ การลงโทษผู้ที่ไม่ทำอะไรผิดนั้น เขาจะถูกประณามจากชาวโลกมากขึ้น ประการที่สาม ฮุนเซนไม่พร้อมที่จะทนต่อแรงบีบคั้นจากรัฐบาลและองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เพราะรัฐบาลฮุนเซนต้องพึ่งความช่วยเหลือต่างประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท

3. รัฐบาลฮุนเซนเป็นคนพันธุ์เดียวกับทักษิณ ขาดความรับผิดชอบชั่วดี ชอบทำร้ายคู่แข่งโดยลุแก่อำนาจ ปกครองประเทศโดยรวมอำนาจเบ็ดเสร็จ ทั้งอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ การทำกิจกรรมป่วนรัฐบาลอย่างยืดเยื้ออย่างคนเสื้อแดงทำในไทยนั้นทำไม่ได้ เด็ดขาด ถ้าผู้นำไม่ถูกยิงทิ้งก็ถูกจับเข้าคุก ฉะนั้น คนที่แนะตามเว็บไซต์ว่ากัมพูชาพระราชทานอภัยโทษศิวรักษ์ได้ภายใน 3 วัน ทำไมของไทยจะพระราชทานอภัยทักษิณโดยเร็วไม่ได้ คนที่ทำเรื่องจัดฉากเพื่อกระทบชิ่งระบบยุติธรรมของไทยก็ดี คนที่หวังจะให้กษัตริย์ไทยพระราชทานอภัยโทษแก่ทักษิณโดยเร็วก็ดี จะถูกต่อต้านโดยคนไทยอย่างรุนแรงมากขึ้น

4. ทักษิณวางมาดเหมือนผู้นำประเทศมหาอำนาจ โดยใช้เครื่องบินส่วนตัวบินเข้ากัมพูชาอีกครั้ง (13 ธ.ค.) เพื่อไปทำพิธีรับมอบตัวศิวรักษ์เหยื่อทางการเมืองของทักษิณ-ฮุนเซน-ชวลิต ในวันที่ 14 ธันวาคม มีข่าวว่ารัฐบาลฮุนเซนใช้กำลังพิเศษ 300 คน อารักขาทักษิณจากสนามบินตรงไปยังเรือนจำเพรยซอ พวกเขาพยายามสร้างภาพเหมือนกับว่า คนไทยจะบุกเข้าไปลอบ

ทำร้ายทักษิณในกัมพูชา ความจริงนั้นอยากให้ฮุนเซนและพรรคพวกทราบด้วยความเอ็นดูว่า ทักษิณคงจะเป็นโรคประสาทหลอน อันเป็นผลจากการก่อกรรมทำเข็ญไว้มากในแผ่นดินไทย คนชังทักษิณนั้นมีมากก็จริง แต่พวกเขาเป็นชาวพุทธที่เชื่อในกฎแห่งกรรม พวกเขาทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่ลอบทำร้ายคน และไม่อยากให้ทักษิณตายแบบวีรบุรุษ แต่ให้เขาตายอย่างทรมาน พลัดลูกพลัดเมีย พลัดบ้านพลัดเมืองเหมือนตกนรกทั้งเป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะเขาได้โกงชาติและทำลายผลประโยชน์ของประเทศมากกว่าใครๆ ในประวัติศาสตร์ชาติไทย

คงยังจำกันได้ว่า เรื่องคาร์บอมม์ลอบสังหารทักษิณก็เป็นเรื่องจัดฉาก ทักษิณแสร้งกล่าวโทษพลเอกพัลลพ ปิ่นมณี ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ตอนนั้น พลเอกพัลลพ เป็นรอง ผอ.กอรมน. ในขณะที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี และผอ.กอรมน. ภายหลังทักษิณถูกโค่นล้มหนีไปอยู่ต่างประเทศไม่นาน พัลลพเดินทางเข้า-ออกที่พักทักษิณเยี่ยงสหายคนสนิท ควรทราบด้วยว่าพลเอก พัลลพ เป็นคนๆ เดียวกันกับคนที่ทำงานให้ทักษิณในการระเบิดถล่มมัสยิดกรือเซะที่จังหวัด ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2004 ทำให้คนตาย 32 คน ขณะนั้นทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี และ ผอ.กอรมน. พัลลพเป็นรอง ผอ.กอรมน. และชวลิต ยงใจยุทธ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เราคนไทยเห็นผลงานเหล่านี้ คนกัมพูชาและคนพันธุ์ทักษิณคงมองไม่เห็น

5. การที่ฮุนเซน-ทักษิณสามารถจับตัวศิวรักษ์ให้ศาลพิพากษาลงโทษและพระราช ทานอภัยโทษ ทำเสร็จทุกอย่างภายในเวลา 28 วันนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับความร่วมมือจากศิวรักษ์และมารดาด้วย (แต่คงไม่ใช่ร่วมมือกันจัดฉากแต่ต้นดังที่บางคนคิด) มารดาของศิวรักษ์ ชุติพงษ์ คือนางสิมารักษ์ ณ นครพนม ดูเหมือนจะเป็น “คนเสื้อแดง” และครอบครัวมีความใกล้ชิดกับทักษิณ ฉะนั้น เธอคงทำตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยด้วยดี เปลี่ยนตัวทนายความใหม่ยอมรับว่าลูกทำผิดโดยไม่อุทธรณ์ทั้งๆ ที่ลูกไม่ได้ทำผิด

การที่เธอยอมรับว่าลูกทำผิดโดยไม่ยื่นอุทธรณ์นั้นเป็นเรื่องน่าเห็นใจ เพราะคนที่เป็นแม่นั้นก็คิดถึงลูกมาก่อนโดยธรรมชาติ หลักการและศักดิ์ศรีของชาติเป็นเรื่องรอง แต่กรณีที่เธอพูดผ่านสื่อมวลชนตามกระแสความต้องการของ “คนพันธุ์ทักษิณ” โดยเรียกร้องให้นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกสถานทูตไทยออกมารับผิดชอบแทนลูกเธอนั้น ได้ทำลายความรู้สึกดีๆ และความเห็นใจครอบครัวศิวรักษ์ไปเกือบหมด รัฐบาลได้ช่วยศิวรักษ์อย่างเต็มที่มาแต่ต้น (ไม่เชื่อลองไปตรวจสอบดูว่าค่าตัวของทนายความเภา สุภา กับเขียว สัมโบ ต่างกันเท่าไร ใครออกเงินค่าทนายความให้) เธอไม่รู้หรือว่าคำรบมีเอกสิทธิทางการทูตจึงถูกขับออกนอกประเทศ คำรบถูกทำร้ายไปแล้ว

ที่สำคัญคือ เธอควรรู้ด้วยว่าสิ่งที่ศิวรักษ์และคำรบทำนั้นไม่ได้ทำผิดตามกฎหมายของ กัมพูชา และไม่ได้ทำผิดตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ถ้าคำรบสละเอกสิทธิทางการทูตได้และไปต่อสู้กันในศาลกัมพูชา และในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ กฎหมายป่าของฮุนเซนคงไม่มีวันชนะ

6. รัฐบาลฮุนเซนได้สร้างเรื่องขบขันที่เราหัวเราะไม่ออก ศาลกัมพูชาตัดสินลงโทษศิวรักษ์จำคุก 7 ปี (ไม่เบาเลย) และปรับอีก 10 ล้านเรียล หรือ 85,000 บาท (ไม่น้อยเลย) ก่อนปล่อยตัว “นักโทษ” 1 วัน กระบอกเสียงของฮุนเซนออกมาประกาศให้ชาวโลกรู้ว่า ยินดีให้ศิวรักษ์ (นักโทษฐานจารกรรมความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของกัมพูชาให้ไทย) กลับไปทำงานที่เดิมได้อีก มีที่ใดในโลกที่เขาทำกันเช่นนี้บ้าง? นั่นเท่ากับยอมรับว่าศิวรักษ์ไม่ได้ทำผิดจริง อยากให้ฮุนเซนขอโทษศิวรักษ์และประชาชนชาวไทยด้วย

7. เป็นเรื่องน่าคิดว่าคนไทยที่เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยเขียนหนังสือขอบคุณฮุนเซนที่ปล่อยตัวศิวรักษ์ออกมานั้น เป็นคน (ไทย) หรือเปล่า เพราะนั่นเท่ากับให้ผู้นำของไทยไปรับผิดในสิ่งที่คนไทยไม่ได้ทำผิด นายกรัฐมนตรีของไทยจะต้องเป็นคนรักศักดิ์ศรี รู้อะไรผิดอะไรถูก รู้ใครเป็นคนรักชาติ คนปล้นชาติ รวมทั้งตัวการและผู้สมคบของพวกเขาด้วย และเมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ก็จะไม่ไปกราบกรานคนต่างชาติมาช่วยกันเผาแผ่นดินอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของ ตัว

8. บัดนี้ทางการกัมพูชาได้ปล่อยตัวศิวรักษ์แล้ว คนพันธุ์ทักษิณและพรรคพวกฮุนเซน ช่วยกันผูกปมแก้ปมเองแล้วอ้างความดีความชอบให้ทักษิณ และพรรคการเมืองของทักษิณ พวกเขาแสดงความยินดีปรีดาอย่างออกหน้าออกตาว่าได้ช่วยพรรคทักษิณหาคะแนนนิยม (ไม่ใช่ที่ได้ช่วยให้ศิวรักษ์ออกจากคุก) ได้มาก โดยไม่สนใจใยดีต่อความเสียหายต่อประชาชนคนไทยโดยส่วนรวมเลย

ดูเหมือนมหกรรมทำร้ายไทยครั้งนี้ สามารถสร้างกระแสนิยมให้แก่ทักษิณในหมู่ชน “คนรักทักษิณ” จริง แต่ในขณะเดียวกัน คนชังทักษิณก็ดูเหมือนจะเพิ่มความชังมากขึ้น โอกาสที่จะปรองดองกันดูเหมือนจะยากขึ้น โอกาสที่ทักษิณจะมีชีวิตกลับประเทศไทยและอยู่นอกเรือนจำก็คงจะมีน้อยลง แม้ถ้าพรรคเพื่อไทยจะได้ครองอำนาจในอนาคต ก็คงไม่สามารถปกครองประเทศได้ เพราะในทัศนะของคนเสื้อเหลือง เสื้อชมพู เสื้อน้ำเงิน และคนไม่มีสี จำนวนท่วมท้นมองว่าทักษิณเป็นคนขายชาติไปแล้ว

อภิสิทธิ์ไม่เสียคะแนนนิยม และไม่เสียหน้าตามที่ “คนรักทักษิณ” สร้างกระแสให้คนเชื่อ ท่านไม่มีภาพขายชาติ แต่อาจจะเสียคะแนนนิยมไปบ้างจากคนที่เรียกร้องให้ท่านตอบโต้ฮุนเซนอย่าง เข้มแข็งหรือมีชั้นเชิงมากกว่านี้

9. ถามว่าต่อไปนี้รัฐบาลไทยควรแก้ปัญหากัมพูชาที่ฮุนเซน-ทักษิณสร้างขึ้นอย่างไร?

ประการแรก รัฐบาลควรหยุดพูดถึงเงื่อนไขที่ว่าฮุนเซนต้องถอนคำสั่งแต่งตั้งทักษิณเป็น ที่ปรึกษาฯ หรือทิกษิณต้องลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาฯ ก่อนที่จะมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตสู่ระดับเอกอัครราชทูตดังเดิม แต่ในทางปฏิบัติ ก็ขอให้ยึดหลักการนั้น เพราะการกระทำเช่นนั้นของฮุนเซนเท่ากับประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อไทยก่อน ไทยมีสิทธิเลือกที่จะปฏิบัติต่อกัมพูชาในฐานะรัฐปฏิปักษ์ได้ตามความเหมาะสม ไม่ต้องใจร้อนฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต ปล่อยให้พฤติกรรมความโลภโมโทสันของทักษิณเผาผลาญตนเอง หรือฮุนเซนเองมีอันจะเป็นไปเพราะหาเรื่องใส่ตัว เชิญเอาคนกาลกิณีมาเป็นที่ปรึกษา

ประการที่สอง รัฐบาลไทยมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องขอตัวผู้ร้าย (ทักษิณ) จากรัฐบาลกัมพูชาให้ส่งตัวทักษิณให้ไทย ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ทำกันในปี 2008 ให้ทำเรื่องขอใหม่ทุกครั้ง แล้วทำหลักฐานเอกสารคำขอ และคำตอบถ้ามี แล้วเผยแพร่ให้ต่างประเทศทุกประเทศทราบ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ให้ที่พักพิง) โดยให้ข้อมูลละเอียดว่าทักษิณได้ทำผิดอะไรทั้งที่ศาลตัดสินแล้ว และยังไม่ได้ตัดสิน รัฐบาลไทยต้องชี้ให้ต่างชาติเห็นว่า คำตัดสินไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้ตามสัญญานั้น ฮุนเซนตัดสินเองโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการทางศาล

ประการที่สาม รัฐบาลไทยต้องทำข้อมูลและสื่อสารความจริงให้คนไทย คนกัมพูชา และชาวโลกทราบว่าปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ชวลิต ยงใจยุทธไปหาฮุนเซนเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2009 ใครทำอะไรที่สมควรยกย่องว่าเป็นคนไทยที่แท้จริง พฤติกรรมอย่างไร ถือว่าเป็นคนขายชาติ คนทรยศต่อชาติ หรือคนชักศึกเข้าบ้าน และรัฐบาลไทยควรจะสื่อสารให้ชาวโลกทราบว่าโอกาสที่ทักษิณจะกลับมาเป็นใหญ่ใน ไทยนั้นไม่มีแล้ว ประเทศที่ให้ที่พักพิงจะต้องไม่ยอมให้เขาทำกิจกรรมทางการเมืองป่วนประเทศไทย มิเช่นนั้น เราควรจัดให้เข้าเป็นประเทศปรปักษ์และหามาตรการอันเหมาะสมตอบโต้ ทั้งหมดนี้ต้องทำอย่างระมัดระวัง อย่าเลยเถิดเอาลัทธิหลงชาติมาใช้

10. เป็นหน้าที่ของคนไทย (ไม่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์) ที่จะปลุกคนไทยให้ตื่นตัวว่า ถ้าเราปล่อยให้ทักษิณหรือพรรคการเมืองของทักษิณขึ้นมาเป็นรัฐบาลแล้ว ประเทศไทยจะเสียหายอะไร อย่างไร ผู้ที่เป็นรัฐบาลจะต้องทำงานอย่างจริงจังในการรักษาผลประโยชน์ของไทยเกี่ยว กับดินแดนที่พิพาทกัมพูชาบริเวณที่ติดต่อกับประสาทพระวิหาร การปักปันเขตแดนในน่านน้ำอ่าวไทย

หมายเหตุ

ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป ติดตามอ่านบทความเกี่ยวกับปัญหาไทย-กัมพูชาได้ในเว็บไซต์ของศูนย์โลก สัมพันธ์ไทย : www.thaiworld.org

หัวข้อ ข่าวศิวรักษ์ ข่่าวฮุนเซ็น ข่าวกัมพูชา ข่าวต่างประเทศ จาก Suthichaiyoon.com
Continue Reading...

"ศิวรักษ์" ถือฤกษ์บวช วัดป่าศรัทธารวม โคราช

ASTV ผู้จัดการ : หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษและเดินทางกลับไทย "ศิวรักษ์" วิศวกรหนุ่ม ถือฤกษ์เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดป่าศรัทธารวม จ.นครราชสีมา เบื้องต้นขออยู่ในร่มกาสาวพัสตร์เป็นเวลา 10 วัน เพื่อทำจิตใจให้สงบแล้วค่อยคิดต่อว่าจะทำอะไร

วันนี้ (20 ธ.ค.) นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทยที่เพิ่งเดินทางประเทศกัมพูชา หลังจากได้รับการพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา ในข้อหาจารกรรมข้อมูลตารางการบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดป่าศรัทธารวม ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้ สาเหตุที่ครอบครัว นายศิวรักษ์ เลือกอุปสมบทที่วัดดังกล่าว เนื่องจาก นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ มีความผูกพันกับวัดแห่งนี้มานาน เพราะ พระอาจารย์ สมรศักดิ์ ศิริธมฺโม พระลูกวัดป่าศรัทธารวม มีศักดิ์เป็นลุงของนายศิวรักษ์

อย่างไรก็ตาม พิธีปลงผมนาควันนี้จะเริ่มต้น เวลา 06.00 น. จากนั้นเวลา 08.30 น. จะแห่นาคเข้าโบสถ์ เบื้องต้นนายศิวรักษ์จะบวชทำจิตใจให้สงบเป็นเวลา 10 วัน โดยหลังจากที่เสร็จสิ้นแล้วค่อยว่าจะทำอะไรต่อ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นางสิมารักษ์ ได้เปิดเผยถึงการเตรียมบวชของบุตรชาย ว่า เป็นการบวชกระทันหัน จึงไม่มีโอกาสพาบุตรชายไปลาบวชกับผู้เคยให้การช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ แต่ทั้งนี้ได้กล่าวลา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายนพดล ปัทมะ ผ่านทางผู้ใกล้ชิดไปแล้ว

ที่มา ข่าวศิวรักษ์ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

“ศิวรักษ์”ละครที่จบแล้ว แต่ “ทักษิณ-เพื่อไทย”ไม่ยอมให้จบ



ASTV ผู้จัดการ : 8 ธ.ค.ศาลกรุงพนมเปญตัดสินให้ “นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์” มีความผิดในข้อหาจารกรรมข้อมูลการบินของ “นช.ทักษิณ ชินวัตร” พิพากษาจำคุก 7 ปีและเสียค่าปรับ 10 ล้านเรียล จากนั้นวันที่ 11 ธ.ค.กษัตริย์สีหมุนีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาก็พระราชทานอภัยโทษให้กับนายศิว รักษ์อย่างทันทีทันควัน และมีพิธีปล่อยตัวในวันที่ 14 ธ.ค.

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า เพียงแค่ 7 วัน ฉากจบของละครเรื่องนี้จะสามารถถ่ายทำอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ และด้วยความที่เร่งรีบถ่ายทำเกินไป ทำให้คนดูสามารถจับไต๋ได้ ไม่ว่าจะเป็นจากท่าทีที่ขึงขังของนายฮุนเซนเมื่อตอนที่จับกุมตัวนายศิวรักษ์ กับภาพที่นายฮุนเซนเดินจูงมือนายศิวรักษ์หลังได้รับการปล่อยตัวซึ่งเป็นหนัง คนละม้วน ภาพที่นช.ทักษิณเดินทางไปพูดคุยกับนายศิวรักษ์ก่อนได้รับการปล่อยตัวถึงใน เรือนจำ รวมถึงท่าทีของนางสิมารักษ์ ณ นครพนม ผู้เป็นมารดาและแม้กระทั่งนายศิวรักษ์เองที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ความจริง คงต้องบอกว่า ละครเรื่องนี้ได้จบลงอย่างบริบูรณ์แล้ว แต่ดูเหมือนว่า นช.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมให้จบ โดยพยายามดันทุรังให้มีการถ่ายทำภาค 2 เพราะมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเล่นเกมการเมืองโค่นรัฐบาลและหวังให้นช.ทักษิณ พ้นผิดเช่นเดียวกับนายศิวรักษ์

คนเหนือ ชื่อใต้ ใจเขมร

ก่อนที่“นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์” จะได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับมายังประเทศไทย มีภาพเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้นและจำต้องบันทึกเอาไว้หลายภาพด้วยกัน

ภาพแรกเป็นภาพที่ “นช.ทักษิณ ชินวัตร” เข้าไปนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อราวกับเป็นนายกรัฐมนตรีหรือกษัตริย์กัมพูชา โดยมีธงชาติของกัมพูชาติดอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังในวันที่เดินทางไป เยี่ยม “นายศิวรักษ์” ถึงในเรือนจำเพซอ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ซึ่งเป็นภาพที่ต้องบอกว่า ยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยายจริงๆ

การนั่งอยู่ ณ ตรงนั้น เสมือนหนึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่า ณ บัดนี้ นักโทษหนีคดีแห่งราชอาณาจักรไทยคือข้าในขอบขัณฑสีมาของราชอาณาจักรกัมพูชา อย่างสมบูรณ์แบบ และต้องถือว่าเขาไม่ใช่คนไทยอีกต่อไป

แน่นอน บรรดาคนรักชาติเห็นแล้วคงปวดใจกับสิ่งที่นายฮุนเซนย่ำยีศักดิ์ศรีของชาติไทยถึงเพียงนี้

ขณะเดียวกันหลายคนอดที่จะเกิดคำถามในใจไม่ได้ว่า ในวันที่ นช.ทักษิณเข้าเยี่ยมนายศิวรักษ์นั้น มีการพูดคุยอะไรกันบ้าง และมีเงื่อนไขอะไรที่เราไม่รับรู้หรือไม่ เพราะหลังจากที่นายศิวรักษ์ได้รับการปล่อยตัวแล้ว คำพูดของนายศิวรักษ์ที่มีต่อนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญก็เปลี่ยนแปลงไป นั่นก็คือคำพูดที่ว่า “อยากให้นายคำรบออกมาพูดความจริง ก็จะทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร ถ้ามีโอกาสเจอหน้าก็อยากจะถามเขาเหมือนกันว่า เอาข้อมูลไปทำอะไร”

เหตุที่ว่าเปลี่ยนแปลงไปก็เพราะก่อนหน้านี้นายศิวรักษ์ไม่เคยตั้งคำ ถามเอากับนายคำรบเลย มีแต่คำยืนยันว่า ตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้กระทำผิด แต่ไม่รู้ว่าหลังจากที่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง และนช.ทักษิณมาพบก่อนการปล่อยตัว ได้มีการพูดคุยเพื่อให้ “ชุดข้อมูลใหม่” แก่นายศิวรักษ์หรือไม่ เพราะในเมื่อนายศิวรักษ์ยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ และยืนยันว่านายคำรบโทร.มาหลังจากเครื่องบินเจ็ทของนช.ทักษิณลงจอดแล้ว 20 นาที แล้วทำไมในเวลาต่อมาถึงได้มีการเรียกร้องให้นายคำรบออกมาพูดความจริงอีก

”ศิวรักษ์” โคตรจารชน ฮุนเซนจับมือเฉกเช่นเพื่อนรัก

ภาพที่สองเกิดขึ้นในวันปล่อยตัวนายศิวรักษ์ ซึ่งคงต้องบอกว่า เป็นฉากจบของละครที่สมบูรณ์แบบจริงๆ สำหรับการที่กษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษให้กับนายศิวรักษ์หลังศาล กัมพูชาพิพากษาจำคุก 7 ปีและปรับอีก 10 ล้านเรียล เพราะคงไม่มีจารชนที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติคนไหนที่จะได้รับเกียรติ สูงสุดเช่นนี้

เหตุที่ต้องบอกว่าได้รับเกียรติสูงสุดเป็นเพราะหลังนายศิวรักษ์พ้น โทษออกมาจากเรือนจำเพซอ เขาได้ถูกนำตัวออกจากเรือนจำด้วยขบวนรถยนต์ 3 คันเพื่อเดินทางไปยังเรือนรับรองวิมานเอกราช ซึ่งเป็นบ้านพักของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จากนั้นก็มีการประกอบพิธีมอบหนังสือพระราชทานอภัยโทษ แถมนายฮุนเซนยังให้เกียรติถึงขนาดเดินจูงมือนายศิวรักษ์เข้าสู่ห้องรับรอง ด้วยตนเองอีกต่างหาก

ภาพนายฮุนเซนเดินจูงมืออี๋อ๋อกับนายศิวรักษ์หลังจากการพระราช ทานอภัยโทษ ก็เป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความเป็นดรามาของละครเรื่องนี้อย่างดี เพราะคงไม่มีประเทศไหนในโลกที่ใจดีและให้เกียรติโคตรๆ กับผู้ที่มีความผิดในข้อหาจารชนเยี่ยงนี้ มีแต่เขาจะรีบเนรเทศหรือส่งตัวกลับประเทศ

นอกจากนี้ นายฮุนเซนยังประกาศไฟเขียวให้นายศิวรักษ์ยังคงสามารถทำงานในกัมพูชาต่อไปได้ ทั้งๆ ที่กัมพูชาอ้างว่า นายศิวรักษ์กระทำการอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แถมยังสั่งให้ CATS จ่ายเงินเดือนให้กับนายศิวรักษ์ในระหว่างที่ถูกจำคุกอีกด้วย

และที่ต้องไม่ลืมว่า ในระหว่างการสนทนานั้นนายฮุนเซนเรียกแทนตัวเองว่า “อา” และเรียกนายศิวรักษ์ว่า “หลาน” ทุกคำ

ปล่อยศิวรักษ์ ปล่อยทักษิณ?

แต่ที่เด็ดและซ่อนเงื่อนปมของฉากละครที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกเรื่องนี้ กระทั่งหลายคนคิดไม่ถึงก็คือ การเริ่มออกมาเปิดเผยถึงสิ่งที่ลึกที่สุดและเด็ดที่สุด นั่นก็คือการที่ทางพรรคเพื่อไทยได้หยิบยกคำพูดของนายฮุนเซนให้สัมภาษณ์ เปรียบเปรยถึงการพระราชทานอภัยโทษให้กับนายศิวรักษ์ของกษัตริย์สีหมุนีว่า มีนัยที่ต้องการสื่อให้ไทยรู้จักปรองดอง

หรือพูดง่ายๆ ก็คือต้องการให้ลบล้างความผิดกับ นช.ทักษิณในทุกๆ คดีที่ผ่านมานั่นเอง

ผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อความตรงนี้ก็คือ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ในฐานะคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

นี่คือจุดหมายปลายทางของละครเรื่องนี้ใช่หรือไม่

นอกจากนี้ หากพิจารณาให้ดี จะเห็นว่า ละครฉากนี้มีการเปลี่ยนแปลงบทเล็กน้อย กล่าวคือในครั้งแรกนั้น พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ “เด็จพี่” พร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ เป็นหัวหน้าคณะที่จะไปยื่นหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษกับฮุนเซน และได้เปลี่ยนใจว่าจะไปยื่นที่สถานทูตกัมพูชาในประเทศไทย ในวันที่ 11 ธ.ค. แทน

แต่แล้ว... รัฐมนตรีข่าวสารของกัมพูชา นายเขียว กันหะริต ก็ได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้าวันที่ 11 ธ.ค.2552 ว่านายศิวรักษ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้ว ตามคำขอจากครอบครัวและนายเขียว สัมโบ ทนายความของนักโทษ และจะมอบตัวให้มารดาของนายศิวรักษ์ วันที่ 14 ธ.ค. 2552 ทำให้ “เด็จพี่” ยื่นหนังสือกับสถานทูตกัมพูชาในประเทศไทยไม่ทัน

ตรงนี้เหมือนกับที่ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีต ผอ.กอง 2 ศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) สรุปว่า เหตุที่กัมพูชามีการพระราชทานอภัยโทษอย่างรวดเร็วนั้น เป็นเพราะกัมพูชาต้องการรีบจบเรื่องดังกล่าวเพราะกลัวฝ่ายไทยจะจุดประเด็น เรื่องการดักฟังโทรศัพท์ขึ้นมาโจมตี เนื่องจากการดักฟังโทรศัพท์ในสถานทูตประเทศอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า แม้ความจริงละครเรื่องนี้ได้จบลงบริบูรณ์แล้ว แต่นช.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยยังไม่อยากให้ละครเรื่องนี้จบ เพราะอุตส่าห์ทุ่มเงินและทุ่มทุนในการอำนวยการสร้างไปเป็นจำนวนมหาศาล แต่ดอกผลที่ได้รับหลังจากลงจอกลับไม่คุ้มกับการลงทุนที่เสียไป ดังนั้น จึงต้องพยายามยืดเรื่องหรือสร้างภาพต่อโดยหวังว่า อาจจะมีอะไรดีขึ้นบ้าง ไม่มากก็น้อย

ที่มา ข่าวคดีศิวรักษ์ ข่าวทักษิณ ข่าวกัมพูชา ข่าวการเมือง จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

17 ธันวาคม 2552

“ศิวรักษ์”...เหยื่อแห่งการไล่ล่าทักษิณ?

ASTV ผู้จัดการ รายงานพิเศษ : “ศิวรักษ์”...เหยื่อแห่งการไล่ล่าทักษิณ หรือเหยื่อของทักษิณกันแน่?

กรณี “ศิวรักษ์ ชุติพงษ์” ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ดูเหมือนว่าน่าจะจบแล้ว แต่ทางพรรคเพื่อไทยเหมือนไม่อยากให้จบ โดยพยายามขยายผลจี้ให้เอาผิด “คำรบ ปาลวัฒน์วิไชย” เลขานุการเอกสถานทูตไทยในกัมพูชา ผู้โทร.หานายศิวรักษ์เพื่อถามเที่ยวบินทักษิณ ไม่เท่านั้น เพื่อไทยยังพยายามนำกรณีกษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษให้นายศิวรักษ์ มาผูกโยงเปรียบเทียบชี้นำว่า “ทักษิณ” ควรได้รับพระราชทานอภัยโทษจากคดีต่างๆ เช่นกัน เพื่อความสมานฉันท์ปรองดอง ทั้งที่ทั้ง 2 กรณีนอกจากไม่อาจเทียบกันได้แล้ว กรณีศิวรักษ์ยังถูกมองว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจัดฉากของคนบางคนบางพรรคอีกด้วย

คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายงานพิเศษ

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า กรณีที่กัมพูชาจับกุมและในที่สุดก็ปล่อยนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทยในกัมพูชา ด้วยการพระราชทานอภัยโทษ หลังศาลกัมพูชาตัดสินลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานจารกรรมข้อมูลการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคำพิพากษาจำคุก 2 ปีในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ นั้น เป็นแค่เรื่องบังเอิญที่ถูกจับได้ และเป็นเหยื่อของขบวนการไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอ้าง หรือแท้จริงแล้ว เป็นเหยื่อของการจัดฉากของ พ.ต.ท.ทักษิณกันแน่ เพราะมีพิรุธหลายจุดให้สงสัยว่า งานนี้อาจเป็นเกมของ พ.ต.ท.ทักษิณ-พรรคเพื่อไทย-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เพราะท่าทีของนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ เริ่มกลายเป็นเรื่องทางการเมืองหลังจากเธอได้ปฏิสัมพันธ์และขอความช่วยเหลือ จาก พ.ต.ท.ทักษิณ-พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทย จึงไม่แปลกที่กรณีนายศิวรักษ์จะถูกมองว่าเป็นเกมที่ถูกจัดวางเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้หน้า ได้โชว์ศักยภาพ และขณะเดียวกันก็หวังผลดิสเครดิตรัฐบาลไทยของนายอภิสิทธิ์

พิรุธของนางสิมารักษ์ มารดานายศิวรักษ์ที่ถูกตั้งข้อสังเกต ได้แก่ การรีบขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ-พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทยช่วยนายศิวรักษ์ ทั้งที่รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศพยายามช่วยเหลืออยู่อย่างเต็มที่, การที่นางสิมารักษ์เข้าพบ พล.อ.ชวลิต แล้วตัดสินใจยกเลิกการใช้บริการทนายความที่กระทรวงการต่างประเทศจัดให้ทันที พร้อมยกเลิกการยื่นขอประกันตัวบุตรชายที่ทนายความคนเดิมทำไว้, การที่นางสิมารักษ์ช่วยยืนยันให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ-พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทยว่า กรณีนายศิวรักษ์ไม่ได้เป็นการสร้างฉากเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับใคร แต่ขณะเดียวกันนางสิมารักษ์ก็ดิสเครดิตฝ่ายที่คิดว่าเรื่องนี้เป็นการจัดฉาก โดยบอกว่า บุตรชายตนอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือแม้แต่การที่นางสิมารักษ์ออกมาโยนความผิดให้นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอก สถานทูตไทยในกัมพูชาว่า หากนายคำรบไม่โทรหานายศิวรักษ์เพื่อถามเรื่องเที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ บุตรชายตนก็คงไม่ถูกศาลกัมพูชาตัดสินจำคุก ทั้งที่นายศิวรักษ์เองก็ได้เคยเขียนจดหมาย รวมทั้งเบิกความต่อศาลแล้วว่า ข้อมูลเที่ยวบินที่นายคำรบถาม ไม่ใช่ความลับ เป็นงานปกติในหน้าที่ที่คนอื่นๆ ก็ถามเข้ามาเช่นกัน

แม้มองเผินๆ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะได้แต้มจากกรณีนายศิวรักษ์ แต่หลายคนไม่คิดเช่นนั้น นายสุรพงษ์ ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ มองว่า นอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ได้แต้มจากกรณีนายศิวรักษ์แล้ว น่าจะเสียแต้มด้วยซ้ำ เพราะคนที่มีสามัญสำนึกย่อมมองออกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ได้เป็นตามที่กัมพูชากล่าวหา

“ผมว่าคน ที่มีสามัญสำนึกและตามข่าวหน่อย และใช้สามัญสำนึก ก็ย่อมมองออกได้ว่า เรื่องนี้มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญและเกิดขึ้นตามที่ฝ่าย กัมพูชาให้เหตุผล ถ้าเราติดตามนับตั้งแต่วันแรกที่มีข่าวเขาดำเนินการจับกุมคุณศิวรักษ์ในข้อ หามีการกระทำเป็นจารชน พูดง่ายๆ เป็นสปาย และเขาจะดำเนินการฟ้องศาล แล้วก็ฟ้องไปแล้ว เสร็จแล้วหลังจากนั้นอีก 3 วันก็มีการให้กษัตริย์ของกัมพูชามีพระราชทานอภัยโทษให้กับคุณศิวรักษ์ แต่ทั้งหมดนี้ เราจะเห็นว่ามันเป็นการสอดรับกับแต่ละช่วงๆ ระหว่างการกระทำของไม่ว่าจะเป็นคำพูดของฮุนเซนเอง และการดำเนินการของฝ่ายกัมพูชาเอง ในส่วนที่เกี่ยวกับคุณศิวรักษ์และในส่วนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย -กัมพูชาในภาพรวม ตั้งแต่เหตุการณ์ของคุณทักษิณไปกัมพูชา การตั้งคุณทักษิณเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ เหตุการณ์ที่หัวหิน และตามมาเรื่อยๆ ผมคงไม่ต้องพูดยาว เสียเวลามาก ก็จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่มีการดำเนินการโดยฝ่ายกัมพูชา ก็จะมีภายในประเทศเรา มีการสอดรับกับคำพูดและการดำเนินการของฝ่ายกัมพูชา โดยฝ่ายที่แน่นอนสนับสนุนพรรคเพื่อไทยทางคุณทักษิณ”

“(ถาม-ท่านสุรพงษ์รู้สึกยังไงที่คุณแม่ของคุณศิวรักษ์ ออกมาเรียกหาความรับผิดชอบจากคุณคำรบ เลขานุการเอกสถานทูตไทยในกัมพูชา?) ผมไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี ความจริงแล้วในเมื่อจริงๆ แล้ว ถ้าเราคิดอย่างมนุษย์ปุถุชนธรรมดา แน่นอนเราเข้าใจความผูกพันระหว่างผู้ปกครอง ในกรณีนี้ระหว่างมารดากับลูก ความห่วงใยความผูกพันย่อมมีเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ามองจากมนุษยธรรม อันนี้เป็นที่เข้าใจได้ แต่หลังจากที่ได้รับ วันแรกที่ให้สัมภาษณ์และวันถัดๆ มาที่ให้สัมภาษณ์อีกหลายครั้งหลังจากที่ไปพนมเปญมาแล้ว อย่างน้อยเข้าใจว่า 2-3 ครั้ง การให้สัมภาษณ์แต่ละครั้งๆ ในช่วงหลังๆ นี่มันก็ชี้เลยว่าคุณแม่คุณศิวรักษ์ก็เอาเรื่องลูกชายเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งจากวันแรกที่ให้สัมภาษณ์เป็นการให้สัมภาษณ์ที่สะท้อนให้เห็นแต่เรื่อง ข้อกังวลของมารดาที่มีต่อบุตร ในยามที่บุตรอยู่ในฐานะลำบาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอีกหลายครั้งเนี่ย ผมคงไม่ต้องไปนั่น คนที่มีสติปัญหามีสามัญสำนึกก็อ่านคำให้สัมภาษณ์ทุกคำได้ และอ่านระหว่างบรรทัดได้ในแต่ละครั้งว่ามันคืออะไร มันก็คือประเด็นการเมืองที่แกก็เอาเรื่องของบุตรมาเป็นประเด็นการเมืองเพื่อ สนับสนุนวาระซ่อนเร้นของกลุ่มใดก็คงไม่ต้องพูดอีก”

ด้าน ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้แสดงความเห็นด้วยที่นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกสถานทูตไทยในกัมพูชา ไม่ออกมาตอบโต้หลังถูกนางสิมารักษ์ มารดานายศิวรักษ์ท้าทายให้ออกมารับผิดชอบกรณีที่บุตรชายตนถูกจับกุม เพราะการไม่ต่อความยาวสาวความยืดจะช่วยให้เรื่องจบแบบสงบ ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยอ้างว่า นายศิวรักษ์เป็นเหยื่อของขบวนการไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว แต่บางฝ่ายมองว่าน่าจะเป็นการจัดฉากมากกว่านั้น ผศ.ทวี บอกว่า ขึ้นอยู่ว่าจะมองแบบกว้างหรือแบบแคบ แต่ส่วนตัวแล้วมองว่า เรื่องนี้เป็นเกมที่ พ.ต.ท.ทักษิณเอาหน้าตาและศักดิ์ศรีของประเทศไปขายในระดับนานาชาติ ทำให้ไทยมีแต่เสียกับเสีย

“ก็เป็นการคิด ทางกว้างกับทางแคบ ถ้าอย่างของคุณทักษิณเป็นการคิดทางแคบ เพราะคิดว่าตัวเองสำคัญ การล่าตัวเขาก่อให้เกิดปัญหา อย่างที่เป็นมาคือการมองเขาที่ตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่ถ้าเผื่อเรามองกว้างก็จะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เป็นเรื่องศักดิ์ศรี หน้าตาของประเทศ ซึ่งการที่มีบุคคลพยายามที่จะเอาศักดิ์ศรี หน้าตาของประเทศไปเล่นโดยใช้คนไทยเป็นแพะหรือสัตว์สำหรับบูชายัญ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะสง่างามนัก เพราะการเอาชาติไปแลกกับประโยชน์ของบุคคลบางคน มันก็กลายเป็นเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเกมนี้ ไม่ใช่เป็นเกมของการบูชายัญทางการเมืองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการที่เราเอาศักดิ์ศรี ความเป็นประเทศชาติ หน้าตาของประเทศไทยเอาไปขาย ก็คือขายหน้าในระดับนานาชาติว่า คนไทยพร้อมที่จะทำร้ายกันและกันก็ได้ รวมทั้งทำลายชื่อเสียง ศักดิ์ศรีของประเทศก็ได้เพื่อที่จะให้ตนเองเด่น ตัวเองสำคัญ เพราะฉะนั้นการที่คุณทักษิณ วันนี้ก็ออกมาในการที่จะทำพิธีในเรื่องคุณศิวรักษ์ ก็เป็นสิ่งที่เราก็คาดเดาได้ ผมเลยมองว่างานนี้ประเทศไทยมีแต่เสียกับเสีย และคนที่ทำให้เกิดความเสียหายก็คือคุณทักษิณเอง ซึ่งเอาเรื่องเล็กๆ ส่วนตัวมาทำให้เป็นความเสื่อมเสียระดับชาติ”

“(ถาม-คุณแม่ของคุณศิวรักษ์บอกว่า ถ้าคุณคำรบ เลขานุการเอกสถานทูตไทยในกัมพูชาไม่โทรไปหาลูก เรื่องนี้ก็ไม่เกิดขึ้น?) ผมมองว่า ถ้าผมเป็นคุณคำรบเนี่ย ผมก็ต้องดูว่าผมจะแสดงบทบาทตรงนั้นได้อย่างไร เช่น ออกมาช่วยคุณศิวรักษ์ดีหรือไม่ ซึ่งเมื่อคุณศิวรักษ์ สิ่งที่เรารู้ว่าเป็นเพื่อนกับคุณคำรบ และมีการติดต่อกัน เสร็จแล้วพอเกิดปัญหาก็มาต่อว่าต่อขานกัน ผมมองว่าในสถานการณ์อย่างนี้ ถ้าเผื่อออกมาปะทะกันก็จะเป็นการเติมเชื้อไฟให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้น คุณคำรบอาจจะ โดยนิสัยส่วนตัวอาจจะไม่ชอบตอบโต้หรืออีกทางหนึ่งก็อาจจะเพราะถูกกำกับโดย ระบบราชการที่ว่าเมื่อเรื่องนี้มันเป็นคดีทางการเมืองระหว่างประเทศ มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ ก็ต้องเก็บตัวไว้ ผมคิดว่าเรื่องนี้ ท้ายที่สุด หลายฝ่ายเขาก็รู้ดีว่าอะไรมันเป็นอะไร ยังไง เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ มันปิดเกมหรือจบเกม ก็คือ ไม่ต่อความยาวสาวความยืด ผมสังเกตไม่เฉพาะของคุณคำรบเท่านั้น แม้กระทั่งท่าทีของรัฐบาลไทย นายกฯ อภิสิทธิ์หรือหลายๆ ฝ่าย แม้กระทั่งตัวคุณกษิต ภิรมย์ เอง ก็ไม่ออกมาปะทะหรือต่อความยาวสาวความยืดในเรื่องนี้ พรรคเพื่อไทยเขาจะทำอะไรกับคุณสิมารักษ์ คุณแม่ และคุณศิวรักษ์ เขาก็ทำไป สร้างข่าวไปของเขา ซึ่งรัฐบาลก็ต้องรู้ว่าถ้าเผื่อว่าไปต่อเติมเสริมเรื่อง ก็จะกลายเป็นองค์ประกอบเข้าไปในการสร้างเรื่องตรงนี้ ผมคิดว่าคุณคำรบเองที่สงวนท่าที แม้กระทั่งคุณสิมารักษ์จะออกมาท้าทาย หรือคุณศิวรักษ์เอง ตอนนี้ก็บอกว่า อยากจะติดต่อคุณคำรบ คุณคำรบก็ไม่ออกมา ผมไม่เห็นว่าเป็นเรื่องของการหลบซ่อนปัญหา แต่เป็นเรื่องของยุทธวิธีในการที่จะแก้ปัญหา ไม่ให้ปัญหามันลุกลาม และนอกจากนั้นก็อยากให้เรื่องนี้จบไปอย่างสงบเงียบ”

ส่วนกรณีที่มีการมองว่า ไทยคงหมดหวังที่จะได้ตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดี หากเดินทางเข้ากัมพูชา เพราะสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกฯ กัมพูชาจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณให้ไทยอย่างแน่นอนนั้น ผศ.ทวี ยกตัวอย่างให้ฟังว่า ไทยอาจใช้วิธีเดียวกับที่ประเทศอิสราเอลเคยเข้ามาจับผู้ร้ายในไทยก็ได้

“ผม จำได้นะในประเทศไทย อิสราเอลก็เคยละเมิดอำนาจของรัฐไทย เข้ามาจับผู้ร้ายได้ และตอนหลังก็ค่อยมาขอโทษไทยในการที่ได้ดำเนินการจับผู้ก่อการร้ายไป เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อจะทำจริงๆ มันก็ได้ มีวิธีในการที่จะบุกยึดจับตัว และผมก็คิดว่ากัมพูชาเองเขาก็คง มันก็เป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อเรามีข้อหาและเรารู้ว่ามีผู้ร้ายเข้าไปดำเนินการอยู่ตรงไหน และเราก็อาจจะมีการดำเนินการในทางลับ ตอนนี้คุณทักษิณมีค่าหัวนะ ผมเข้าใจว่ามี อย่างน้อยอย่างกลุ่มสยามสามัคคี ซึ่งผมเคยไปร่วมประชุมเนี่ย ก็ตั้งค่าหัวไว้ รู้สึกจะน้อยไปหน่อยล้านเดียว และไม่แน่ใจว่ามีที่ไหนอีก แต่ทางกลุ่มเหล่านี้เขาก็ยังยืนยันว่า ถ้าเผื่อจับคุณทักษิณได้ก็จะได้เงิน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคุณทักษิณก็เป็นเป้าหมายของหลายๆ ส่วน ไม่เฉพาะแต่ทางรัฐบาลไทยเท่านั้น ผมก็เลยมองว่าคุณทักษิณตอนนี้อยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง และจะหาความสงบสุขในชีวิตไม่ได้เลย เพราะตัวเองก็พยายามสร้างสถานการณ์ให้ขุ่นคลั่ก ไม่ยอมให้มันสงบใสนิ่ง เพราะฉะนั้นก็เป็นการจุดชนวนปลุกกระแสให้เกิดการสนใจในตัวคุณทักษิณตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่าคุณทักษิณ สักวันหนึ่งก็ต้องพลาด และจะต้องมารับกรรมในเรื่องที่ก่อไว้ ไม่ว่าจะในเรื่องทางกฎหมาย และในทางการเมือง เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลกัมพูชาจะปกป้องคุณทักษิณได้ดีแค่ไหน เพราะมันไม่เข้าใครออกใคร กัมพูชาก็ไม่ได้มีเฉพาะฮุนเซน มันมีฝ่ายตรงข้ามฮุนเซน ฮุนเซนก็อยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคง ก็ต้องระมัดระวังตัวอย่างยิ่งเหมือนกัน มีคนที่จะโค่นล้มคุณฮุนเซนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการหักหน้าฮุน เซนด้วยวิธีจับทักษิณโดยคนกัมพูชาเอง ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อที่จะเอาตัวมาให้รัฐบาลไทย”

เมื่อถามว่า กรณีที่คดีนายศิวรักษ์จบลงด้วยการพระราชทานอภัยโทษ หาก พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยขยายผลหรือเชื่อมโยงเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษเช่นกันในคดีที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปีในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ จะสามารถเทียบกันได้หรือไม่ โดยล่าสุด ส.ส.พรรคเพื่อไทยเริ่มขยายผลเรื่องนี้แล้ว โดยอ้างว่าเพื่อความปรองดองนั้น ผศ.ทวี บอกว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณคิดหรือทำเช่นนั้น ก็ถือว่าเลวมาก เพราะ การใช้เหตุการณ์กรณีนายศิวรักษ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ของกัมพูชามาเทียบเคียงกับคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เพียงเป็นการล้อเลียน แต่ยังเป็นการหยามสถาบันสูงสุดของประเทศไทยด้วย ที่กล้าเอาเจ้ากำมะลอก็คือ สมเด็จฯ ฮุนเซน ที่ตั้งตัวเองเป็นสมเด็จ และคอยกำกับเจ้านโรดมสีหมุนี ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ไม่ได้มีอำนาจ มาเปรียบเทียบกับเจ้าของไทย ซึ่งเทียบกันไม่ได้ เพราะกษัตริย์ของไทยยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ สำคัญ และมีความมั่นคง ดังนั้นหาก พ.ต.ท.ทักษิณ หรือพรรคเพื่อไทย หรือกลุ่ม นปช.นำกรณีพระราชทานอภัยโทษนายศิวรักษ์ไปขยายผลหรือโจมตีสถาบัน เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ ก็ถือว่าแย่มาก หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเมื่อใด ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนช่วยกันนำหลักฐานไปฟ้องดำเนินคดีกับบุคคลที่กำลัง คิดไม่ซื่อต่อสถาบันทันที!!

ที่มา คดีศิวรักษ์ ทักษิณ การเมือง จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

16 ธันวาคม 2552

อดีต ผอ.ศรภ. ฟันธงเขมรจัดฉากจับวิศวกรไทย

ไทยรัฐ : พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีต ผอ.ศรภ.จับโกหก รัฐบาลเขมรจับตัววิศวกรไทยข้อหาร้ายแรงป็นภัยต่อความมั่นคง แต่สุดท้ายต้อนรับกันอย่างดี ซัดจัดฉากจริง” ระบุ เขมรเร่งจบคดี เหตุหวั่นไทยรื้อคดีดักฟังโทรศัพท์สถานทูต ยันข้อมูลแม้วรู้กันทั่ว....

พล.ท.นันท เดช เมฆสวัสดิ์ อดีตผอ.กอง 2 ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กล่าวถึงกรณีที่ทางรัฐบาลกัมพูชาจัดพิธีปล่อยตัว นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยอย่างเป็นทางการว่า ตนรู้สึกแปลกใจเพราะตอนที่จับกุมตัววิศวกรไทย ทางรัฐบาลกัมพูชายืนยันว่าได้กระทำความผิดข้อหาร้ายแรง และเป็นภัยต่อความมั่นคง แต่กลับมีการต้อนรับขับสู้นายศิวรักษ์เป็นอย่างดี ทั้งหมดล้วนชัดเจนแล้วว่า เรื่องนี้เป็นการจัดฉากจริงหรือไม่

ส่วน ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานฑูตไทยในกัมพูชา เป็นบุคคลที่สั่งการให้นำตารางการบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น พล.ท.นันทเดช กล่าวว่า ตนทราบมาว่า นายคำรบ โทรสั่งการขอข้อมูลกับนายศิวรักษ์ หลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงกัมพูชาแล้ว อีกทั้งเป็นข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เป็นความลับ เพราะทางการไทยทราบความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่เครื่องบินเช่าลำ ดังกล่าวบินขึ้นน่านฟ้าและเครื่องบินลำดังกล่าวก็มีหมายเลขชัดเจนด้วย


“ดัง นั้นเหตุที่กัมพูชายุติคดีนี้และมีการให้อภัยโทษอย่างเร็วนั้นตนตั้งข้อ สังเกตว่ากัมพูชาต้องรีบจบเรื่องดังกล่าว เพราะกลัวว่าฝ่ายไทยจะจุดประเด็นเรื่องการดักฟังโทรศัพท์ขึ้นมาโจมตี ซึ่ง เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายที่ดักฟังข้อมูลในสถานทูตประเทศอื่น”พล.ท.นันทเดช

ที่มา ข่าวคดีศิวรักษ์ ข่าวกัมพูชา ข่าวการเมือง จาก ไทยรัฐออนไลน์
Continue Reading...

15 ธันวาคม 2552

ความจริงที่เราควรรู้ ทักษิณมาเขมรทำไม

คมชัดลึก :ใน วันที่ 14 ธันวาคม 2552 เป็นวันที่ "ศิวรักษ์ ชุติพงษ์" วิศวกรชาวไทย ได้รับอิสรภาพ เนื่องจาก "สมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี" กษัตริย์กัมพูชา ได้พระราชทานอภัยโทษ หลังจากถูกทางการกัมพูชาจับกุมในข้อหาจารกรรมข้อมูลการบิน

ขณะที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และออกจากประเทศศรีลังกา เพื่อเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม โดยเข้าพบ "ศิวรักษ์" ถึงเรือนจำกลาง

ความเคลื่อนไหวของ "ทักษิณ" ซึ่งขณะนี้ไม่ปักหลักเป็นที่ ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา เจ้าของนาม "ณ เมืองลุง" ได้เขียนเรื่อง "ความจริงที่เราควรรู้ "ทักษิณมาเขมรทำไม"...ลงในบล็อกโอเคเนชั่น http://www.oknation.net/blog/kongplod ไว้อย่างน่าสนใจ

ได้เห็นข่าวว่าทักษิณจะมารับการ “ปล่อยตัวศิวรักษ์” เองที่เขมร ฟังดูแล้วมัน ทะแม่งๆ แปลกๆ ก็เลยเข้าไปดู ใน Twitter และ Facebook ของทักษิณ ได้เห็นรูป ก็เลยถึง “บางอ้อ” ว่าทำไมทักษิณ จึงต้องมาเขมรด้วยตัวเอง เราลองมาดูเหตุผลกันว่าทำไม หากเราลองมาปะติดปะต่อเรื่องกันดู หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอความร่วมมือ ยูเออี ไม่ให้ทักษิณใช้ “ดูไบ” เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อช่วงเดือนที่แล้ว และ “ทักษิณ ก็ต้องเร่ร่อน” ไปที่ต่างๆ

ช่วงประมาณวันที่ 2 ธันวาคม "ทักษิณ" เดินทางไปประเทศรัสเซีย วันที่ 6 ธันวาคม เดินทางไปจอร์แดน วันที่ 7 ธันวาคม เดินทางไปเลบานอนและอาจจะพักที่นั่น และห่างกัน 3 วัน วันที่ 10 ธันวาคม "ทักษิณ" ได้ วิดีโอลิงก์ เข้ามาที่เวที "คนเสื้อแดง" หากไม่ “อยู่บนเครื่องบิน” ก็ไม่ใช่ที่ "ดูไบ" แน่

พอวันที่ 11 ธันวาคม "ทักษิณ" ทวิตเตอร์ บอกสาวก ว่า “จะไปหาผู้นำประเทศ แถบเอเชีย 7-8 วัน” ซึ่งจะประจวบกับ “วันที่ 11 ธันวาคม ฮุนเซน ขออภัยโทษ กับ ศิวรักษ์” แล้วบอกว่าจะปล่อยตัว วันที่ 14 ธันวาคม “คลายสงสัย” ไหมละครับ!! ว่าทำไมถึงได้รวดเร็ว ถึงขนาดนั้น

ด้วยความที่ “ทักษิณได้คุยกับฮุนเซนโดยตรง” โดยที่ไม่ได้บอกให้คนที่เมืองไทยได้มีการรับรู้ จนทำให้ “เพื่อไทยหน้าแหก” อุตส่าห์รีบขอพระราชทานอภัยโทษ ยังไม่ทันเลย กัมพูชาดันมีข่าวออกมาก่อน ว่าได้อภัยโทษให้ "ศิวรักษ์" แล้ว

ซึ่งจะสอดคล้องกันเมื่อถึงวันที่ 13 ธันวาคม นายเขียว คัณหะฤทธิ์ โฆษกรัฐบาลกัมพูชา แถลงที่กรุงพนมเปญว่า วันนี้ (13 ธ.ค.) อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จะเดินทาง “ถึงกรุงพนมเปญ” เพื่อพบกับนายศิวรักษ์ และทักษิณจะใช้เวลาในช่วงที่อยู่ในกรุงพนมเปญ จัดทำเวิร์กช็อปทางเศรษฐกิจ 1-2 โครงการในกัมพูชาด้วย

หากเป็นเช่นนั้นจริง "ทักษิณ" น่าจะอยู่ในกัมพูชาประมาณ 3-5 วัน หาก "ทักษิณ" ออกเดินทางจากฐานที่มั่นเดิมวันที่ 12 ธันวาคม ก็คงอาจจะพักระหว่างทาง เพื่อเติมน้ำมัน และจะมาถึง กัมพูชา วันที่ 13 ธันวาคม สอดคล้องกับที่ นายเขียว ได้ให้ข่าวพอดีเป๊ะ และหากบอกว่าจะทำ “เวิร์กช็อป” ก็คงจะ “ใช้เวลา 3-5 วัน” เมื่อรวมเวลาแล้วจะพอดีกับที่ "ทักษิณ" บอกว่า จะ “เยือนผู้นำแถบเอเชีย 7-8 วัน” ทักษิณไม่ได้โกหก แต่กำลังจะหาที่จะไป

ที่บอกมาทั้งหมด แค่ต้องการชี้ให้เห็นว่าหากเรานำเรื่องราวทั้งหมดมาปะติดปะต่อกัน จะรู้ว่าสิ่งที่ “ทักษิณ กำลังทำอะไรหรือต้องการอะไร” หากมองว่าทักษิณ มากัมพูชา วันที่ 14 ธันวาคมนั้น เพื่อต้องการมาเป็น “ฮีโร่มาทำพิธีปล่อยเต่า” อย่างเดียว บอกได้เลยไม่ใช่แน่ๆ สำหรับคนชื่อ "ทักษิณ" ต้องมีอะไรที่มากกว่านั้นแน่นอน เพราะแค่เรื่องปล่อยตัว "ศิวรักษ์" เรื่องเล็กน้อยมากๆ ให้ใครทำก็ได้ “บิ๊กจิ๋ว” หรือ “สมุนเพื่อไทย” ก็ได้ แต่สิ่งที่ทักษิณทำมานั้น “บ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้ ทักษิณ ไม่มีที่ไป” และมีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวเหลือน้อยเหลือเกิน คงมีเพียงแต่ “เพื่อนเก่า อย่างฮุนเซน” นี่แหละ ที่ยังหน้ามืดตามัว...ประเทศอื่นเขาไม่เอาด้วย...ส่วนเรื่องอื่นเป็นผลพลอย ได้ อาจจะง่ายขึ้น หากว่าจะมาอยู่ที่กัมพูชา เพราะ “พวกขี้ข้า” เดินทางไปหาง่ายในการที่จะวางแผนท่านว่าจริงไหมละครับ...

ท่านคิดว่าคนที่ “ทะเยอทะยาน และเคยยิ่งใหญ่” อย่าง "ทักษิณ" ต้องมาเร่รอน “ไม่มีแผ่นดินจะอยู่” จะทำใจได้หรือ ทั้ง “ไม่มีที่อยู่ ไม่มีคนคุยด้วย ไม่มีงานให้ทำ” นี่คือเหตุผลว่า ทำไมจึงต้อง โฟนอิน วิดีโอลิงก์ บ่อยๆ ทวิตเตอร์ เพื่อต้องการหาคนคุยด้วย และช่วยผ่อนคลายเรื่อง “เหมืองเพชร เหมืองทอง” เป็นเรื่องอุปโลกน์ หากเป็นจริง คงไม่เร่ร่อน เรื่องทั้งหมดก็เงียบเข้ากลีบเมฆ เพราะฉนั้น “ทักษิณกับนาธาน” ตอนนี้เหมือนกัน เที่ยวไปถ่ายรูปอวดโน่นอวดนี้แต่...ต่อไปไม่รู้ว่าจะหลอกว่าจะไปไหนอีก !!!!

ที่มา ทักษิณ กัมพูชา ศิวรักษ์ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ จาก คมชัดลึก

Continue Reading...

คดีศิวรักษ์ตอนใหม่กำลังจะเริ่มต้น

เดลินิวส์ : เป็น “ข่าวใหญ่” ไปทั่วโลกกรณีที่ รัฐบาลยึดเครื่องบินบรรทุกอาวุธได้ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา “ฮือฮา” แต่ยังต้องรอรายละเอียดและความชัดเจน กันต่อไป แต่ที่ “คนไทย” ติดตามอย่างใจจด ใจจ่อคือ “บทสรุป” ของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ได้รับการ “อภัยโทษ” จากกัมพูชา หลังถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 7 ปี

ที่ต้องบอกว่า คนไทยใจจดใจจ่อนั้นไม่ เกินความจริง เพราะเหตุการณ์นี้มีหลายอารมณ์ และหลายข้อสงสัย จนกลายเป็นที่วิจารณ์กันทั้ง บ้านทั้งเมืองว่า เรื่องจริงหรือ “จัดฉาก” ล่าสุด “สวนดุสิตโพล” เผยผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 67.42 เชื่อว่าเป็นเกมการเมือง โดยให้เหตุผลว่ามี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเกี่ยวข้อง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจบลงอย่างรวดเร็ว

แต่ดูท่าถึงวันนี้ กรณี “นายศิวรักษ์” คงไม่จบลงง่าย ๆ ซะแล้ว เพราะ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาสมเด็จฮุนเซน ได้เข้าพูดคุย กับนายศิวรักษ์และจะมีการบันทึกเทปเพื่อนำข้อมูลมาเปิดเผยหรือใช้อภิปรายไม่ ไว้วางใจ

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวระบุว่า มี ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน หนึ่งและแกนนำบ้านเลขที่ 111 จำนวนกว่า 10 คน เดินทางไปพบ อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ฯลฯ

ดูรูปการณ์ หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ปักหลักอยู่ในประเทศกัมพูชา ก็คงมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวนมาก “ตบเท้า” เดินทางไปพบแบบหัวกระไดไม่แห้งเป็นแน่ ที่สำคัญรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงลำบากใจเพราะการขอตัว “ผู้ร้ายข้ามแดน” นั้นได้ถูกปฏิเสธมาแล้วก่อนหน้านี้จากสมเด็นฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ประเด็นของเรื่องอยู่ที่ว่า นายศิวรักษ์ จะให้ข้อมูลอย่างไรหลังเดินทางกลับประเทศไทย และเชื่อว่าข้อมูลของนายศิวรักษ์นี้จะมีน้ำหนักมาก จนเผลอ ๆ อาจจะทำให้ฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใดเป็นฝ่ายได้เปรียบในทางการเมืองขึ้นมา

ใครจะคิดว่า แค่ “ข้อมูลการบิน” ซึ่ง เป็นเรื่องที่เปิดเผยได้จะกลายเป็นเรื่องขึ้น ดูอย่าง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขา นุการ รมว.การต่างประเทศ ที่ออกมาเปิด เผยข้อมูลเส้นทางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ได้เดินทางจากประเทศศรีลังกามาประเทศกัมพูชาในวันที่ 13 ธ.ค. ก็ไม่เห็นจะเป็นความลับกันตรงไหน

นี่แหละจะทำให้เกิด “ศิวรักษ์ภาค 2” ขึ้นมา

นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ไว้น่าคิดว่า “ผมอยากเตือนให้นักธุรกิจและนักการพนันทั้งหลาย ที่เข้าออกในประเทศกัมพูชาให้ระวังตัว อาจถูกจับในข้อหาจารกรรมแบบนี้ได้อีก เพราะอาจจะติดคุกนานกว่านายศิวรักษ์ก็ได้”

คิดกันง่าย ๆ ถ้ามีการจับกุมในลักษณะแบบนายศิวรักษ์ ขึ้นมา ถามว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ หรือความสัมพันธ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไหนจะง่ายและช่วยคนไทยจากเงื้อมมือของกฎหมายกัมพูชาได้มากกว่ากัน กรณีนายศิวรักษ์ แค่เหตุการณ์หนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ให้ได้ติดตาม เพราะปีหน้าที่จะถึงฝ่ายหนึ่งเขาหวังจะน็อกรัฐบาลไม่เกินเดือนมีนาคมหรือ เมษายน.

ที่มา คดีศิวรักษ์ ฮุนเซน กัมพูชา ข่าวการเมือง จาก เดลินิวส์
Continue Reading...

ศิวรักษ์ถึงไทย โต้จัดฉาก อยากเจอ"คำรบ"

ฮุนเซนเปิดบ้าน ทำพิธีปล่อยตัว แม้วอยู่ต่อเขมร สส.ปชป.รุมเย้ย ชี้ละครจบแล้ว

ส่งมอบ - สม เด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา เปิดบ้านพักทำพิธีส่งมอบนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย ให้กับมารดา และส.ส.พรรคเพื่อไทย ภายหลังได้รับอภัยโทษคดีจารกรรมข้อมูลการบินพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.

"ศิวรักษ์" พ้นคุกเขมรกลับถึงไทยแล้ว "ฮุนเซน"ส่งขบวนรถเบนซ์ไปรับถึงเรือนจำ ก่อนเปิดคฤหาสน์ที่พักในกรุงพนมเปญ ทำพิธีมอบหนังสือพระราชทานอภัยโทษสุดครึกโครม โดยมีแม่กับส.ส.พรรคเพื่อไทยร่วมเป็นสักขีพยานการปล่อยตัว วิศวกรไทยเปิดใจครั้งแรก ซาบซึ้งกษัตริย์-นายกฯกัมพูชา ยืนยันเรื่องทั้งหมดไม่ใช่การจัดฉาก แต่ยอมรับตัวเองเป็นเหยื่อการเมือง ย้ำต้นตอทั้งหมดเกิดจากเลขาฯทูต โทร.ไปขอข้อมูลตารางบิน"ทักษิณ" เรียกร้องให้ออกมาเปิดตัวชี้แจง "บัวแก้ว"ป้อง"คำรบ" ลั่นไม่จำเป็นต้องออกมาชี้แจง ยอมรับมีการเมืองแทรกแซง "มาร์ค"ตัดบท บอกอยากให้เรื่องจบแค่นี้ ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นซักฟอก ส่วน"แม้ว"ยังปักหลักเขมรอีก 3-4 วัน

"แม้ว"ทวีตเย้ย"มาร์ค-กษิต"

เมื่อ วันที่ 14 ธ.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งเอสเอ็มเอสระบุว่า "อยู่กัมพูชา ดีใจได้มาอยู่ใกล้บ้าน ลูกทั้ง 3 คนมาอยู่ด้วย คิดถึงพี่น้องคนไทย" นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเขียนข้อความในเว็บทวิตเตอร์ ทักษิณ ไลฟ์ ระบุว่า มาถึงกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 13 ธ.ค. ด้วยความทุลักทุเลจากการหาทางสกัดกั้นทุกวิถีทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ โดย ขอความร่วมมือกับต่างประเทศ จากพฤติกรรมพบว่าไม่ใช่การทำหน้าที่ของนายกฯและรมต.ต่างประเทศ แต่เป็นการไล่ล่าและชำระแค้นทางการเมืองมากกว่า ขอร้องว่าไม่มีประโยชน์ ไปทำงานรับใช้ประชาชนและประเทศเถอะ งานในหน้าที่ยังบกพร่องอยู่มาก ท่านทำอะไรไปตนรู้หมด ทุกประเทศเขาบอกว่าอึดอัด ตนเป็นนายกฯ มาเกือบ 6 ปีพอมีพวกบ้าง ทำอะไรขอให้ทำใน กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ บนพื้นฐานการเคารพในอธิปไตยแห่งดินแดนเขา และมีมารยาทตามประเพณีทางการทูต เขาจะได้ไม่ดูถูก

"เมื่อวานนี้ได้ไปเยี่ยมนายศิวรักษ์ (ชุติพงษ์) พบแม่เขาด้วย ได้ซักถามพบว่าเป็นพฤติกรรมเดิมๆ ของกระทรวงการต่างประเทศที่คอยติด ตามผม เด็กเลยถูกกต. คำรบ (นายคำรบ ปาลวัฒน์ วิไชย) ใช้ เป็นความแฟร์ของท่านฮุนเซน ที่ขอพระราชทานอภัยโทษให้ เพราะนายคำรบ มีเอกสิทธิ์ทางการทูต ดำเนินคดีไม่ได้ เด็กเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกไหว้วานแบบไทยๆ" พ.ต.ท. ทักษิณ ระบุ

ส.ส.เพื่อไทยแห่ไปกัมพูชา

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย นายสมคิด บาลไธสง นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ นายยุทธพงษ์ แสงศรี ส.ส.หนองคาย นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล ส.ส.สัดส่วน และนายนิรมิต สุจารี ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณ

ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าวว่า ไปเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ที่เคารพตามปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ คาดว่าจะมีส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอยเดินทางไปเยี่ยมอีกหลายคณะ เนื่องจากทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะพัก ที่กัมพูชาอีก 3-4 วัน

เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน และคนสนิทพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์จากกัมพูชา หลังเข้าร่วมพิธีปล่อยตัวนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย ที่บ้านพักของสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา ว่า ตนและคณะอีก 3 คน ประกอบด้วย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม และพล.ต.ศรชัย มนตริวัต ส.ส.สัดส่วน เดินทางมารับตัวนายศิวรักษ์ กลับประเทศไทย

"ฮุนเซน"สั่งสอน"ศิวรักษ์"

นายชวลิต กล่าวว่า พิธีรับตัวนายศิวรักษ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี สมเด็จฮุนเซนตั้งข้อสังเกตไว้ 3 ประการ คือ 1.อยากให้การรับมอบตัวนายศิวรักษ์ครั้งนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา 2.การพระราชทานอภัยโทษเป็นกรณีพิเศษ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่มีการพระราชทานอภัยโทษมา ครั้งแรกสมเด็จฮุนเซน ขอพระราชทานอภัยโทษให้กับสมเด็จกรมพระนโรดมรณฤทธิ์ เนื่องจากต้อง การให้เกิดความปรองดองในชาติเพราะขณะนั้นชาวกัมพูชาแตกแยกเป็นหลายฝ่าย 3.สมเด็จฮุนเซน บอกว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เนื่องจากจำเป็นต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย แม้จะทราบว่านายศิวรักษ์ไม่ได้ตั้งใจและทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นอกจากนี้สมเด็จฮุนเซน ยังสอนนายศิวรักษ์ โดยเรียกแทนตัวเองว่า"อา" ว่า อาขอให้หลานนึกถึงพระคุณของแม่ และขอให้ตอบแทนบุญคุณเท่าที่จะทำได้ เพราะแม่เป็นทุกข์เป็นร้อนหาทางทุกอย่างที่จะช่วยเหลือลูก สมเด็จฮุนเซน ได้ติดตามข่าวมาตลอดและทำให้สมเด็จฮุนเซนคิดถึงในสมัยสงคราม ที่ตัวเองต้องออกรบถึง 105 ครั้ง แม่ของสมเด็จฮุนเซนได้จุดธูปขอพรทุกครั้งให้ปลอดภัย

นายชวลิต กล่าวว่า ตนไม่มีโอกาสได้เจอกับพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อช่วงเช้า พล.อ.ชวลิต โทรศัพท์มาขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ที่ให้การช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ซึ่งพล.อ.ชวลิต คงจะเดินทางไป กัมพูชาอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม เพื่อหาโอกาสขอบคุณอีกครั้ง

ทำพิธีปล่อยตัวครึกโครม

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า เช้าวันเดียวกันนี้ ทางการกัมพูชาได้ปล่อยตัวนายศิวรักษ์ ผู้ถูกศาลกัมพูชาตัดสินลงโทษจำคุก 7 ปีปรับ 10 ล้านเรียล ในข้อหาจารกรรมข้อมูลตารางการบินของพ.ต.ท. ทักษิณ ก่อนได้รับพระราชทานอภัยโทษจาก กษัตริย์นโรดม สีหมุนี โดยก่อนที่นายศิวรักษ์ จะได้รับการปล่อยตัว นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ พร้อมคณะส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 คน และผู้จัดการบริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส หรือ CATS ได้เดินทางไปที่บ้านวิมานเอกราชของสมเด็จฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา เพื่อร่วมพิธีปล่อยตัว

นางสิมารักษ์ กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการกระทำเพราะมีผู้สั่งให้ดำเนินการ หลังจากทราบข่าวลูกชายได้รับการปล่อยตัวรู้สึกเบาใจ หลังรับลูกที่บ้านสมเด็จฮุนเซนแล้ว จะพาลูกชายเดินทางกลับไทยทันที เมื่อเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อ มาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำนำตัวนายศิวรักษ์ ออกจากเรือนจำเปรยซอ โดยขบวนรถ 3 คัน เดินทางมายังบ้านพักนายกฯฮุนเซน มีการมอบเอกสารการพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชาให้กับนายศิวรักษ์ โดยระบุว่าก่อนหน้านี้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประสานให้ช่วยเหลือตั้งแต่แรก แต่เนื่องจากพบการกระทำผิดชัดเจนจึงต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมกัมพูชาก่อน ซึ่งช่วยเท่าที่ทำได้

ศิวรักษ์เผยอยากเจอ"คำรบ"

จากนั้นนาย ศิวรักษ์ พร้อมครอบครัว เดินทาง ออกจากบ้านวิมานเอกราชของสมเด็จฮุนเซน และเปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยที่โรงแรมใกล้บ้านพักในกรุงพนมเปญ โดยนายศิวรักษ์ ได้นำหนังสือพระราชทานอภัยโทษมาแสดงต่อสื่อ มวลชนด้วย

นาย ศิวรักษ์ กล่าวว่า สมเด็จฮุนเซน ให้ความกรุณาเต็มที่ และฝากให้ระลึกถึงบุญคุณของมารดาที่พยายามช่วยเหลือทุกวิถีทาง ซึ่งเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของชีวิต ส่วนที่หลายคนมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉากนั้น ตนไม่คิดว่าการที่ถูกควบคุมตัวครั้งนี้เป็นการจัดฉากเพื่อผลทางการเมือง เพราะตลอด 32 วันที่ถูกคุมขัง ตนนอนไม่หลับสักคืน เพราะคิดมากและกลัวจะติดคุกยาว และต้องการพบนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทยในกัมพูชา เพื่อทราบเจตนาที่ให้ตนนำตารางการบินของอดีตนายกรัฐมนตรีมอบให้ ส่วนการทำงาน ตนอยากกลับไปทำงานที่กัมพูชาอีกครั้ง (อ่านรายละเอียด น.3)

ด้าน นางสิมารักษ์ กล่าวว่า อยากให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทำให้ประเทศไทยและกัมพูชา กลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งสมเด็จฮุนเซน บอกว่าท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนคนไทย แต่ท่านมีปัญหากับผู้บริหารบางคนเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิวรักษ์ พร้อมด้วยนางสิมารักษ์ จะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 17.00 น.

โฆษกฮุนเซนอัดรัฐบาลไทย

สำนัก ข่าวเอพี เอเอฟพี และสื่อกัมพูชารายงานจากกรุงพนมเปญว่า ช่วงเช้าวันที่ 14 ธ.ค. สมเด็จฮุนเซน ทำพิธีส่งมอบตัวนายศิวรักษ์ ให้กับนางสิมารักษ์ พ.ต.ท.ทักษิณ และนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ที่บ้านพักวิมานเอกราชของสมเด็จฮุนเซน ในพนมเปญ โดยบรรยากาศนับ ตั้งแต่สมเด็จฮุนเซน ส่งรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์รับตัวนายศิวรักษ์ ออกจากเรือนจำเปรยซอ มาถึงบ้านวิมานเอกราชเต็มไปด้วยความชื่นมื่น นายกฯฮุนเซนยังจูงมือนายศิวรักษ์ มาเปิดตัวต่อกลุ่มผู้สื่อข่าว พร้อมมอบหนังสืออภัยโทษลงพระปรมา ภิไธยโดยกษัตริย์สีหมุนี ให้เป็นที่ระลึกแก่นาย ศิวรักษ์ "นับจากนี้เป็นต้นไป คุณศิวรักษ์ได้รับอิสรภาพแล้ว และสามารถทำงานต่อไปในกัมพูชาได้เช่นเดิม" นายกฯฮุนเซน ประกาศ

นายเอียง โสพารัต โฆษกและที่ปรึกษานายกฯฮุนเซน กล่าวว่า นายศิวรักษ์ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองโดยฝีมือรัฐบาลไทย เหตุการณ์ครั้งนี้คนผิดคือนายคำรบ ซึ่งทำงานไม่ตรงความรับผิดชอบตามตำแหน่งหน้าที่ เพราะถ้าไม่โทรศัพท์ไปถึงนายศิวรักษ์เพื่อร้องขอตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ปัญหาคงไม่เกิด และนายศิวรักษ์ คงไม่ต้องกลายเป็นเหยื่อ เพราะไม่รู้ว่าผลจากอาชญากรรมที่ทำลงไปมีผลลัพธ์ร้ายแรงมาก ทั้งนี้ นายกฯฮุนเซนให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือทำเรื่องอภัยโทษให้นายศิวรักษ์เป็น พิเศษ เนื่องจากเข้าใจถึงความรักและห่วงใยระหว่างแม่กับลูก และพ.ต.ท.ทักษิณยังต่อสายโทรศัพท์ขอให้ช่วยดูแลนายศิวรักษ์อีกด้วย

"มาร์ค"ช่วยป้องเลขาฯทูต

เวลา 13.30 น. ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวถึงนายศิวรักษ์ เรียกร้องให้นายคำรบ เปิดเผยว่าใครอยู่เบื้องหลังการขอข้อมูลตารางการบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เท่าที่ทราบ ตอนนายศิวรักษ์ให้การไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทั้งยังมีข้อเท็จจริงชัดเจนว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องเอาข้อมูล ตารางการบินจากตรงนั้นเพราะเรามีอยู่แล้ว ส่วนการพูดคุยสอบถามกัน ไม่มีอะไรเป็นความลับ คำพิพากษาศาลก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องความลับ เพียงแต่เกรงจะไปกระทบต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น ไม่ควรนำเรื่องนี้ไปขยายผลให้เกิดปัญหา มันน่าจะจบลงได้แล้ว

ผู้ สื่อข่าวถามว่าเหตุที่นายศิวรักษ์เปลี่ยนคำพูดเพราะพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปพบ หรือไม่ นาย อภิสิทธิ์ กล่าวตอบแบบยิ้มๆ ว่า อยากให้สังคมคิดเอาเอง ตนเคยบอกแล้วว่ามันมีข้อเท็จจริงชัดเจนอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามว่าต้องให้นายคำรบ ออกมาชี้แจงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าว ว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องพร้อมชี้แจงอยู่แล้ว เพราะมีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงต่างๆ แต่ละคนสามารถยืนยันบทบาทหน้าที่ของตนเองได้

พิธีใหญ่ - สมเด็จฮุนเซน ถ่ายรูปร่วมกับนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ และมารดา ภายหลังได้รับอภัยโทษ และมีการส่งมอบตัวอย่างเอิกเกริก ที่บ้านพักกลางกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.



ส่วน ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าข้าราชการคงไม่ทำเรื่องนี้หากไม่มีรัฐมนตรีสั่งการ อยู่เบื้องหลัง นายกฯ ย้อนถามว่า ข้าราชการทำอะไร ต้องเริ่มจากตรงนั้นก่อน เพราะทั้ง 2 คนเคยพูดกันในโอกาสต่างๆ ก็ไม่มีการไปยุ่งในเรื่องความลับ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยืนยันได้ว่าเขามีข้อมูลอะไรในช่วงไหนอย่างไร คงมีการชี้แจง

ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นอภิปราย

เมื่อถามถึงกรณีพ .ต.ท.ทักษิณระบุกระทรวงการต่างประเทศใช้เด็กเป็นเครื่องมือ นายกฯ กล่าวว่า "นั่นเป็นความคิดของคุณทักษิณ ถามว่าแล้วคุณทักษิณใช้ใครในเรื่องนี้" เมื่อถามว่าขณะนี้มีความพยายามนำกรณีนายศิวรักษ์ไปขยายผล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากบอกคนที่ทำว่าทำไปเพื่ออะไร ต้องการให้ประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหากันเพราะอะไร เมื่อคนของเราได้รับอิสรภาพมาแล้ว และข้อเท็จจริงต่างๆ มีอยู่แล้ว รัฐบาลพร้อมยืนยัน แต่มีความพยายามจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาการเมือง ระหว่างประเทศ อย่าไปเป็นเครื่องมือของขบวนการตรงนั้นเลย ส่วนที่ฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกกรณีนายศิวรักษ์ มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ไม่มีปัญหา ตนและรัฐบาลพร้อมจะชี้แจง เมื่อถามว่ามีอะไรฝากถึงนายศิวรักษ์บ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีที่ได้รับอิสรภาพ คิดว่านายศิวรักษ์ คงไม่อยากเป็นเงื่อนไขของปัญหาเพิ่มเติม ที่ผ่านมามีความเสียหายเดือดร้อนในระดับหนึ่ง อยากให้เรื่องมันจบ แต่ถ้าคิดว่ายังมีอะไรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มาพูดคุยกับรัฐบาลได้

ส่วน การประสานกัมพูชาเพื่อขอให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางกัมพูชาแถลงไว้ล่วงหน้าว่าไม่ส่งตัวให้ จึงเป็นดุลพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร ท่าทีของกัมพูชาตอกย้ำว่าปัญหาพื้นฐานเดิมที่ควรได้รับการแก้ไขจากฝ่าย กัมพูชา ยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้น ระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาจะยังอยู่อย่างนี้

ย้ำเงื่อนไขฟื้นสัมพันธ์เขมร

เมื่อ ถามว่าจำเป็นต้องพิจารณาลดระดับความสัมพันธ์เพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงอยู่ ในระดับนี้ ถือว่าเป็นระดับที่เราได้แสดงออกชัดเจนว่ามีจุดยืนอย่างไร และเราไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อถามว่าเท่าที่ดูคิดว่ายากต่อการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศให้ดีดังเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรยาก อยู่ที่ความตั้งใจ ถ้าทางกัมพูชาจะรับฟังว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจในเรื่องของพ .ต.ท.ทักษิณ ก็ไปแก้ตรงนั้น ทั้งนี้ บอกแล้วว่าไทยต้องการฟื้นความสัมพันธ์ แต่ต้องอยู่บนความเคารพและไว้วางใจซึ่งกันและกัน หากมีการละเมิดกัน ต้องยอมรับว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นก็ต้องไปแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถาม ว่ามีข่าวว่าสมเด็จฮุนเซน ต้อง การให้ไทยส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำที่กัมพูชา นายกฯ กล่าวว่า "มีการส่งสัญญาณ และเราตอบไปชัดเจนว่าปัญหาไม่ได้เริ่มต้นตรงนี้ แต่เริ่มต้นจากความจำเป็นที่เราต้องแสดงออก ดังนั้นถ้าไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเรื่องก็จบ

เมื่อถามว่าหากกัมพูชา ยกเลิกการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ปัญหาจะจบใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่คือการละเมิดกระบวนการยุติธรรมของไทย ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อถามว่าแสดงว่าต้องการให้กัมพูชาส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ไทยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกประเทศปฏิบัติตามพันธสัญญาและหลักสากล

"เทือก"ชี้เขียนบทไว้ก่อนแล้ว

ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในไทย ว่า รัฐบาลทำตามกฎหมาย ไม่ได้ไล่ล่า ไม่เคยไปเช่าเหมาลำเครื่องบินไปไล่จับพ.ต.ท. ทักษิณ ทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่เมื่อเรามีหน้าที่และพ.ต.ท.ทักษิณ แสดงบทบาทไม่หยุดหย่อน โผล่ตรงนั้นตรงนี้ก่อกวนมาเรื่อย ทั้งโฟนอิน ทั้งทวิตเตอร์ เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎเกณฑ์กติกา

เมื่อถามว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำหนังสือขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยัง กัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อข้อถามว่านายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ทำหน้าที่เต็มที่แล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ได้ติดตามและเห็นว่านายกษิตทำงานอย่างเต็มที่แล้ว แต่ในเมื่อสนธิสัญญาข้อตกลงระหว่างประเทศไม่เปิดช่อง เราก็ทำได้เท่าที่จำกัด นายกษิต ก็พยายามขอเข้าไปประกันตัว หาทนายความให้ ส่วนที่มองว่านายกษิตไม่ออกมาพูดอะไรบ้างเลยนั้น ท่านพูดไม่มากก็ดีแล้ว พูดน้อยๆ ดีแล้ว

นายสุเทพ กล่าวว่า กรณีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยเป็นเรื่องที่เขียนบทเอาไว้ก่อนแล้ว กำหนดผู้แสดงไว้เสร็จ เนื้อเรื่องจะดำเนินอย่างไร เริ่มต้นอย่างไร จุดเน้นอยู่ที่ไหน จุดจบเป็นอย่างไร ฝ่ายที่เตรียมไปรับตัวนายศิวรักษ์ เตรียมการไว้ก่อนทราบว่าได้รับการอภัยโทษด้วยซ้ำไป

โชว์ข้อมูลบิน"แม้ว"-ไม่ลับ

"พ.ต.ท .ทักษิณ ลงทุนบินอ้อมลงไปที่ช่อง แคบมะละกาเพื่อมากัมพูชา ผมก็รู้ตารางบิน เวลาบิน ไม่ใช่ความลับ ตอนแรกกำหนดว่าจะบินถึงสนามบินโปเชนตงเวลา 15.00 น. แต่เมื่อต้องใช้เส้นทางอ้อมเลยไปถึง 17.00 น. เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ ไม่มีนายศิวรักษ์มาส่งข้อมูลหรือไฟลต์แพลนให้ เรารู้ สื่อมวลชนก็รู้ แต่ผมไม่อยากพูดขยายความมากเกินไป เพราะเห็นจาก โพลดูเหมือนประชาชนเข้าใจดี" นายสุเทพ กล่าว ส่วนที่พรรคเพื่อไทยจะนำข้อมูลเรื่องนายศิวรักษ์มาใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเห็นน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เอาเรื่องนี้มาฉายหนังตัวอย่างก่อนปิดสมัยประชุมไว้แล้ว ไม่น่าแปลกใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทบทวนความสัมพันธ์กับกัมพูชาหรือ ไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องแยกเป็นเรื่องๆ ไป เราเห็นกันอยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณและผู้นำกัมพูชามีผลให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนมาจนถึงทุก วันนี้ เมื่อถามย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาจะฟื้นกลับคืนมาได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เราต้องหาทางแก้ไขให้ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านกลับคืนมาสู่ระดับปกติ หรือมีข้อขัดแย้งน้อยที่สุด เมื่อถามย้ำว่าจะสานต่อความสัมพันธ์อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ยังกลุ้มใจอยู่ เพราะรู้สึกว่ากัมพูชาเทน้ำหนักผิดข้างไปหน่อย ต้องค่อยๆ ให้เขาได้คิด ต่อข้อถามว่าพ.ต.ท. ทักษิณ ยังเป็นปัจจัยหลักต่อการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นต้นเหตุของหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน หนักอยู่

"บัวแก้ว"ไม่กลัวศิวรักษ์แฉ

ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ว่า กระทรวงการต่างประเทศส่งรองอธิบดีกรมการกงสุลเดินทางไปกัมพูชา เพื่อประสานและรออำนวยความสะดวกให้นายศิวรักษ์ หากมีการร้องขอมา "เราจะพาคุณศิวรักษ์กับแม่กลับประเทศวันนี้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ของเราพร้อมอยู่ที่กัมพูชาทั้งหมดแล้ว หลังมารดานายศิวรักษ์รับบุตรชายมาแล้วคงได้คุยกันว่าจะให้ช่วยเหลืออะไร บ้าง"

เมื่อถามถึงการแถลงข่าวของนายศิวรักษ์ หลังกลับมาถึงไทย จะส่งผลกระทบต่อกระทรวงหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่ ถ้าพูดเรื่องข้อเท็จจริงทุกอย่างเรายินดีอยู่แล้ว ข้อเท็จจริงต่างๆ ก็เปิดเผยตลอด ไม่มีอะไรปิดบัง ส่วนที่มีการพาดพิงถึงนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ นั้น ไม่เป็นไร เพราะนายคำรบ พูดข้อเท็จจริงออกมาหมดแล้ว และนายศิวรักษ์ได้ให้การซึ่งไม่แตกต่างกัน เรื่องนี้สังคมเข้าใจหมดแล้ว ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องส่งตารางการบิน ของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ยืนยันว่าไม่มี นายศิวรักษ์ไม่เคยพูดและไม่มีการส่งเอกสาร มีเพียงการสอบถามข้อมูลปกติโดยทั่วไป ไม่มีการส่งข้อมูลที่เป็นความลับ เมื่อถามว่าจะเปิดโอกาสให้นายศิวรักษ์มาชี้แจงที่กระทรวงหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า แล้วแต่นายศิวรักษ์ ถือเป็นสิทธิ จะ ชี้แจงอย่างไรก็ได้ ส่วนที่ฝ่ายค้านจะนำข้อมูลที่เกิดขึ้นมาใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขอให้เป็นข้อเท็จจริง ไม่มีปัญหา เพราะสาธารณชนจะได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น กระทรวงยินดีชี้แจง

โฆษกปชป.อ้างมีพิรุธ 4 ข้อ

ที่ รัฐสภา น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคยินดีที่นาย ศิวรักษ์ ได้อิสรภาพ แต่ขอเรียกร้องอย่านำเรื่องนี้มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ขอเรียกร้องพรรคเพื่อไทยอย่าใช้เรื่องนี้มาฉวยโอกาสทางการเมือง และขอตั้งข้อสังเกตกรณีนี้ใน 4 ข้อ 1.เหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่พูดถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบิดานายศิวรักษ์ว่ารู้จักกันมาก่อน เพราะเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ รู้จักใครมักจะพูดถึงเสมอ แต่เรื่องนี้กลับไม่พูด 2.การหยิบยกเรื่องต่างๆ ทั้งคลิปเสียงจากการดักฟังโทรศัพท์ และการเตรียมขอพระราชทานอภัยโทษ พรรคเพื่อไทยรู้เรื่องนี้มาก่อนที่ศาลกัมพูชาจะมีคำสั่งตัดสินหรือไม่ 3.การไม่ขอประกันตัว และการขอเปลี่ยนตัวทนาย เป็นการรู้ล่วงหน้าก่อนที่ศาลจะตัดสินหรือไม่ 4.เตรียมผลหวังสร้างกระแสสื่อมวลชน โดยให้พ.ต.ท.ทักษิณ สอบนายศิวรักษ์ ซึ่งผิดหลักกระบวนการยุติธรรม ส่วนพรรคฝ่ายค้านเตรียมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีเรื่องนี้เป็นข้อมูลเด็ดนั้น พรรคไม่กังวล แต่ขออย่านำข้อมูลเท็จเหมือนคลิปเสียงช่วงเดือนเม.ย.มาอภิปราย พรรคมั่นใจว่าจะตอบข้อสงสัยต่างๆ ต่อประชาชนได้

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางไปพบพ.ต.ท. ทักษิณ ที่กัมพูชาว่า หากมองในแง่ทั่วไป ถือเป็นการเดินทางไปช่วยพรรคพวก เป็นเรื่องดี เมื่อถามถึงเรื่องการจับกุมตัวนายศิวรักษ์ และการขอพระราชทานอภัยโทษ มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็น การจัดฉาก นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยขอบคุณรัฐบาลกัมพูชานั้น เรื่องนี้ตนไม่แน่ใจว่าจะเป็นเกมการเมืองหรือไม่ ส่วนรัฐบาลไทยควรขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของนายกฯ

เชื่อ"แม้ว"บุกคุกแก้เคล็ด

นาย เทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ บินมาประเทศกัมพูชา ไม่ได้เหนือความคาดหมาย ในฐานะผู้อำนวยการสร้างต้องมาปิดกล้องด้วยตัวเองเมื่อละครถ่ายทำเสร็จสิ้น แล้ว ละครเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ทำนายตอนจบได้ พ.ต.ท. ทักษิณ มาเพื่อโชว์เพาเวอร์ให้เห็นว่ามีศักยภาพและความสัมพันธ์ที่ดีกับสมเด็จฮุน เซน อยากถามพ.ต.ท.ทักษิณว่าไม่อายสายตาชาวโลกบ้างหรือที่เป็นนักโทษหนีคดีแต่ไป สอบปากคำคนที่ได้รับการอภัยโทษถึงในคุกและมีสิทธิ์อะไร เพราะไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ คนอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อโหราศาสตร์ การเดินเข้าคุกครั้งนี้อาจถือว่าแก้เคล็ด เหมือนคนดวงถึงฆาตมักเข้าไปนอนในโลงศพ แต่คนอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะสะเดาะเคราะห์อย่างไรก็ไม่พ้นอาญาแผ่นดิน ต้องติดคุกแน่นอน และยังมีอีกหลายคดี และอยากให้จับตาดูว่านายศิวรักษ์ จะเปลี่ยนแปลงคำให้สัมภาษณ์หลังพ.ต.ท.ทักษิณเข้าพบหรือไม่

เพื่อนซี้ -สม เด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา โผกอดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำไทย ระหว่างเปิดคฤหาสน์กลางกรุงพนมเปญต้อนรับ ในพิธีส่งมอบนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกร ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.



นาย เทพไท กล่าวว่า ยืนยันนายกฯ ไม่ได้เคียดแค้นพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการส่วนตัว และไม่ได้อยู่เบื้องหลังการใช้นายคำรบ เป็นเครื่องมือ ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวชื่นชมสมเด็จฮุนเซน เป็นรัฐบาลที่แฟร์นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการตีวัวกระทบคราดมาถึงรัฐบาลไทยเพื่อให้ยกโทษให้ตนเองด้วย รัฐบาลนี้จะแฟร์สำหรับสุจริตชน ส่วนคนที่ต้องโทษคดีทุจริต รัฐบาลจะดำเนินการถึงที่สุด กฎหมายไทยจะคุ้มครองเฉพาะผู้บริสุทธิ์เท่านั้น คนชั่วคิดร้ายทำลายชาติต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างสาสม

ศิวรักษ์ถึงไทย-โต้จัดฉาก

เวลา 16.50 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ พร้อมมารดาและทีมส.ส. พรรคเพื่อไทย เดินทางมากับมาถึงประเทศไทย ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ พีจี 0934 โดยมีญาติมารอรับ และสื่อมวลชนมาคอยทำข่าวจำนวนมาก

นายศิวรักษ์ ให้สัมภาษณ์เรียกร้องนายคำรบ ออกมาชี้แจงความจริงบ้างกรณีที่โทรศัพท์มาหาตน และรู้จักนายคำรบเพราะเป็นรุ่นพี่ของเพื่อน ไม่ใช่เรื่องหน้าที่การงาน ยืนยันไม่ใช่หมากของใครและไม่มีการจัดฉาก และคงไม่มีใครอยากเอาชีวิตมาติดคุก "ผมรู้สึกว่าผมเป็นเหยื่อ แต่ว่าจะในแง่ไหนผมไม่ทราบ คนที่คิดว่าเป็นการจัดฉากไม่รู้เอาอะไรมาคิด ชีวิตคนอยู่ในคุกไม่ใช่เรื่องตลก ถ้าเป็นลูกหลานคุณมีปัญหาอยู่ต่างแดน ถูกจับติดคุก คุณจะไม่หาทางช่วยลูกตัวเองหรือ เราไปทุกทาง ที่มีโอกาสจะช่วยผมได้"

นายศิวรักษ์ กล่าวว่า สาเหตุที่เป็นปัญหาคือคนที่โทร.มาคือนายคำรบ เป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต รัฐบาลกัมพูชาโยงเป็นประเด็นว่านายคำรบ มีเจตนาจะทำร้ายหรือปองร้ายอะไรหรือไม่ ตอนคุยก็ไม่ได้สนใจประเด็นนั้นอยู่แล้ว เพื่อนถามเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องธรรมดา คนไทยทุกคนอยากทราบความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท. ทักษิณ เป็นอย่างไรบ้าง จากการพูดคุยกับพ.ต.ท. ทักษิณ ท่านก็เข้าใจ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศให้ความช่วยเหลือ แต่ตนมองว่ารัฐบาลต่อรัฐบาลมีปัญหากันอยู่ ถ้ารัฐบาลออกหน้าเต็มๆ ตนอาจจะยังไม่ได้ออกมา "ผมคิดว่าไม่ได้ทำผิดแต่อาจจะพลาดไป ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายอยู่แล้ว ยืนยันไม่ได้ทำความผิด" (อ่านรายละเอียดน.3)

แม่บอกแค่คิดก็เลวแล้ว

นาง สิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานาย ศิวรักษ์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้ลูกคืนมาสู่อ้อมอก หลังจากนี้จะขอพักผ่อนสักระยะหลังเจอเหตุการณ์ร้ายมา ขอพักให้ลืมเรื่องต่างๆ ก่อนเพราะมันฝังใจมาก ส่วนจะกลับไปทำงานที่กัมพูชาต่อหรือไม่ แล้วแต่ลูก แต่สมเด็จฮุนเซนบอกว่ายินดี สมเด็จฮุนเซนยังใช้คำแทนตัวเองว่าอา และเรียกศิวรักษ์ว่าหลานทุกคำ อยากบอกว่าเราไม่สามารถจัดฉากให้นายคำรบได้ ขณะนี้เรากำลังข้องใจสงสัยนายคำรบอยู่

"ใครที่คิดว่าครอบครัวของ เราจัดฉากนั้น คงไม่มีแม่คนไหนในโลกที่ยอมนำลูกไปทุกข์ทรมานในคุก แค่แม่คิดเองก็เลวแล้ว แม่ไม่ยอมให้ใครมาจัดฉากได้ คนที่คิดว่าจัดฉากให้ลองจัดฉากครอบครัวของตัวเองดูบ้าง เพราะถึงอย่างไรเราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับใคร มันอาจจะเป็นการพลาดพลั้งของข้อกฎหมาย แต่ละประเทศ อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลก็ช่วย เหลือเต็มที่ แต่พอเวลาผ่านไปก็คิดว่าเรื่องยังไม่คืบหน้าเพราะเป็นระบบราชการ จึงต้องหันไปพึ่งในทางที่คิดว่าจะช่วยเราได้ ยอมรับผิดไปเลยเพื่อจะให้ทุกอย่างดีขึ้น" นางสิมารักษ์ กล่าว

แม้วปักหลักเขมรอีกระยะ

นาง สิมารักษ์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นาย นพดล ปัทมะ และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงยุติธรรม ขอให้กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่จะทำให้รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชากลับมาคืน ดีกันได้ก็จะมีความสุขที่สุด หลังจากนี้จะพักอยู่ที่บ้านญาติ 1-2 วัน ก่อนกลับไป จ.นครราชสีมา ส่วนเรื่องการบวชของนาย ศิวรักษ์ จะให้บวชพร้อมน้องชาย แต่ต้องหารือกับเจ้าอาวาสที่นครราชสีมาก่อนว่าจะบวชและสึกวันไหน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายศิวรักษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่กัมพูชา ได้กลับเข้าที่พักก่อนจะไปตัดผมซึ่งเป็นความเชื่อว่าให้หมดเคราะห์ และรับสิ่งใหม่ๆ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นายศิวรักษ์ เปิดเผยว่า 32 วันที่อยู่ในเรือนจำ น้ำหนักลด 3 กิโลกรัม และตอนต้องมาอยู่ห้องรวม 5 คน รู้สึกกลัวมากเพราะมีผู้ต้องหาคดีฆ่าและลักทรัพย์อยู่ร่วมกัน

นาย ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพบปะพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า พ.ต.ท. ทักษิณจะยังอยู่กัมพูชาอีกระยะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ บรรยายให้ความรู้ต่างๆ และจากที่พูดคุยพ.ต.ท.ทักษิณยังเป็นห่วงบ้านเมืองที่ยังทะเลาะเบาะแว้งกัน อยู่

นายนพดล ปัทมะ กล่าวว่า สอบถามเลขานุการพ.ต.ท.ทักษิณ ทราบว่าจะอยู่กรุงพนมเปญ 3-4 วัน พักผ่อนกับครอบครัวที่ลูกๆ มาเยี่ยม สำหรับกำหนดออกจากกัมพูชาแล้วจะไปประเทศใดต่อนั้น ไม่สามารถเปิดเผย จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย

มั่นใจรัฐบาลอยู่ได้ลำบาก

นายไพ จิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่กัมพูชาจัดพิธีปล่อยตัวนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ อย่างเป็นทางการ แสดงถึงความจริงใจและสัมพันธ์ที่ดี นายกฯฮุนเซนยังโทรศัพท์คุยกับพล.อ.ชวลิต บอกว่าทำภาระหน้าที่ตามที่ประสาน มาแล้ว ยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

นายไพจิต กล่าวว่า นายกฯฮุนเซนยังบอกพวกตน ว่ากัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีและจริงใจกับไทย อยู่มานานเห็นการบริหารของนายกฯหลายสมัย หากเป็นนายอภิสิทธิ์ ท่านจะอภัยโทษให้บุคคลที่ต้องโทษและจัดเลือกตั้งครั้งใหม่ ให้ประเทศไทยมีความสามัคคี พร้อมยกตัวอย่างการขอพระราชทานอภัยโทษให้สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ทำให้กัมพูชาไม่มีความขัดแย้ง และเจริญมากขึ้นกว่าเดิม หลังเสร็จพิธีคณะของตนร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับพ.ต.ท.ทักษิณ

"รัฐบาล พยายามจะอยู่ให้นาน แต่คงอยู่ลำบาก เชื่อว่าอยู่ไม่ได้เพราะสภาพทางเศรษฐกิจ และการเมืองที่มีปัญหามาก" นายไพจิตอ้างคำพูดพ.ต.ท.ทักษิณ

"บัวแก้ว"สั่งเก็บตัว"คำรบ"

ที่ กระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขาฯรมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวภายหลังนายศิวรักษ์ เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความยินดีที่นายศิวรักษ์ และมารดาเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย และยินดีต้อนรับนายศิวรักษ์กลับสู่บ้านเกิด หวังว่านายศิวรักษ์ จะได้พบกับครอบครัวและได้พักผ่อนหลังจากที่ต้องถูกจองจำในกัมพูชาเป็นเวลา 32 วัน คิดว่าเหตุการณ์ต่อไปนี้น่าจะมีแนวโน้มในทางที่จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ระหว่าง 2 ประเทศ

นายชวนนท์ กล่าวถึงนายคำรบ ว่า เรื่องนี้มีความชัดเจนจากการให้สัมภาษณ์ของนายศิวรักษ์ว่า ทั้งนายคำรบและนายศิวรักษ์ เข้าใจว่าเป็นการสอบถามข้อมูล แค่เพียงว่าเครื่องบินลงจอดแล้ว ไม่คิดว่าจะมีอะไรผิดกฎหมาย เรื่องนี้ทั้งนายคำรบและนายศิวรักษ์ ได้รับผลกระทบไปไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน ในแง่ของนายคำรบ ก็โดนประกาศเป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาของกัมพูชา เป็นการสอบถามเรื่องการลงจอดของเครื่องบินเท่านั้น ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากศาลกัมพูชาตัดสินไปแล้ว เราก็ยอมรับดุลพินิจของศาลกัมพูชา สิ่งที่นายคำรบและกระทรวงชี้แจงก็ตรงกัน ฉะนั้นไม่มีอะไรซ่อนเร้นหรือมีอะไรที่นายคำรบ ต้องออกมาชี้แจงเพิ่มเติมตอนนี้

ยอมรับการเมืองแทรกแซง

เมื่อ ถามว่านายศิวรักษ์ ต้องการให้นายคำรบ ออกมาพูดเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่การจัดฉาก นายชวนนท์ กล่าวว่า กระทรวงไม่เคยพูดว่าเรื่องนี้มีการจัดฉาก และกระทรวงดำเนินการช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ตั้งแต่วันแรกอย่างเต็มที่ และเห็นใจนางสิมารักษ์ รวมทั้งช่วยเหลือมาตลอด ฉะนั้นเป็นการจัดฉากหรือไม่ ตนไม่เคยกังวล ในส่วนของรัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสำคัญในส่วนนั้น

ต่อ ข้อถามว่านายคำรบ เคยโทรศัพท์ไปสอบถามนายศิวรักษ์จริง นายชวนนท์ยอมรับว่า จริง นายคำรบเคยเล่าให้ผู้เกี่ยวข้องฟัง เมื่อถามว่าในเมื่อเป็นเรื่องจริง จะให้นายคำรบ ออกมาพูดต่อสาธารณะได้หรือไม่ นายชวนนท์กล่าวว่า คิดว่าในเมื่อเป็นเรื่องจริงที่รับทราบอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรที่ซ่อนเร้น จะพูดหรือไม่พูดก็ไม่ได้สร้างความแตกต่าง ถ้าบอกให้นายคำรบ ออกมาพูดก็เป็นคำพูดเดียวกันกับที่นายศิวรักษ์พูด และเป็นเรื่องที่ยืนยันว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรผิดกฎหมาย

นายชวนนท์ กล่าวว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่นายคำรบ ออกมาพูดหรือไม่พูด เพราะเนื้อหาสาระต่างๆ ก็เป็นที่เข้าใจกันหมดแล้ว ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีเรื่องการเมืองเข้าแทรกแซงมากพอสมควร เราต้องเห็นใจนายคำรบ และเคารพสิทธิของตัวเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศด้วย ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องเคารพสิทธินายคำรบ จะออกมาพูดหรือไม่พูดหรือไม่อย่างไรก็ต้องให้นายคำรบเป็นคนตัดสินใจ ไม่ได้มีอะไรปิดบังซ่อนเร้น ทุกอย่างเปิดเผยมาตลอด

ยันไม่มีคนสั่งการเบื้องหลัง

ส่วน ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีคนสั่งการนายคำรบ นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องยากในการยกหูโทรศัพท์ไปถามว่าเครื่องบินลงจอดหรือยัง ไม่ต้องการคำสั่งจากใคร ไม่ต้องการอำนาจพิเศษในการดำเนินการ เป็นการสอบถามคนรู้จักและเป็นข้อมูลเปิดทั่วๆ ไป เมื่อเกิดปัญหากับนายศิวรักษ์ขึ้น ผู้ที่เข้าไปดูแลนายศิวรักษ์ และครอบครัวก็คือกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่วันแรกๆ ดังนั้น จึงไม่แตกต่างกันที่บอกว่าทำไมนายคำรบไม่เคยติดต่อประสานงานไป

เมื่อ ถามว่าที่ผ่านมานายคำรบ ได้แสดงความเห็นใจหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ต้องเห็นใจทั้งสองฝ่าย เพราะหลังจากเกิดเหตุใหม่ๆ การติดต่อประสานงานกลับไปยังกัมพูชาของนายคำรบ ขณะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะในช่วงแรกๆ ก็ไม่สามารถติดต่อกับนายศิวรักษ์ได้และไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน แต่ 2 วันหลังจากนั้น เมื่อได้หมายเลขโทรศัพท์จากนางสิมารักษ์ แล้วก็ให้อธิบดีและรองอธิบดีกรมการกงสุลประสานกับนางสิมารักษ์ และติดต่อกับนายศิวรักษ์ได้ ซึ่งวันนั้นเชื่อว่านายคำรบ ไม่สามารถติดต่อนายศิวรักษ์ ได้ง่ายๆ ในเรือนจำแน่นอน

เรื่องขอตัว"แม้ว"ยังเงียบ

นาย ชวนนท์ กล่าวว่า นายคำรบมีความเสียใจมากแน่นอน และได้รับผลกระทบ และจากเพื่อนที่รู้จักกันอย่างดี เป็นเพื่อนที่รู้จักกันที่กัมพูชา เพราะฉะนั้นการดำเนินการของทั้งคู่ไม่คิดว่ามีเรื่องใดที่ผิดต่อกฎหมาย ทั้งคู่ได้รับผลกระทบจากการเมืองจากเรื่องนี้อย่างแรงพอสมควร ทั้งคู่มีความเสียใจ นายคำรบก็มีความเสียใจแน่นอน และเขายืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายศิวรักษ์มาตลอด เรื่องนี้ต้องเข้าใจในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งสองฝ่าย

วัน เดียวกัน นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหนังสือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชา หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าไปพำนักอยู่ที่กัมพูชา ว่า คิดว่าเมื่อทำไปแล้วจะได้ประโยชน์หรือ เมื่อถามว่าทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะไม่ทำใช่หรือไม่ นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า อสส.จะรอว่าถ้ากระทรวงการต่างประเทศขอมา เรายินดีทำให้ตลอด แต่การประสานงานตรงนี้ ไม่แน่ใจว่าในช่วงนี้ทางกัมพูชาจะเปลี่ยนใจมาช่วยทำให้เราหรือไม่ และจนถึงขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้ทำเรื่องเสนอมาที่ อสส.

ปชป.ไม่ส่งเลือกซ่อม2จว.

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุ บรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 พร้อมด้วยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานคณะกรรมการคัดเลือก นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯ นายเทอด พงษ์ ไชยนันทน์ นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน

หลังการประชุม นายบัญญัติ เผยว่า จากการหารือเห็นว่าต้องให้สิทธิ์พรรคร่วมรัฐบาลเจ้าของพื้นที่เดิมพิจารณา ส่งผู้สมัครก่อน เป็นมารยาท ผู้สมัครของพรรคมีคะแนนสู้คู่แข่งได้ยาก อดีตผู้สมัครส.ส.มหาสารคามของพรรคปฏิเสธลงสมัคร เพราะไม่มีความพร้อม ทั้งนี้ ถือว่ายังไม่ยุติ ต้องนำผลการประชุมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้งในวัน ที่ 15 ธ.ค.

รายงานข่าวจากที่ประชุมเผยว่า ที่ประชุมมีมติไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมทั้ง จ.ปราจีน บุรี และมหาสารคาม เนื่องจากเดิมทั้ง 2 จังหวัดเป็นพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย โดยหลักแล้วพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่แข่งกันเอง จึงเปิดทางให้กับพรรคที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ประกอบกับเมื่อสำรวจแล้วผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ยังมีคะแนนเป็นรองผู้ สมัครของพรรคภูมิใจไทยอยู่มาก

"เหวียง"ไม่พร้อมลงปราจีนฯ

เมื่อ เวลา 08.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงาน กกต.มหาสารคาม มีการเปิดรับสมัครส.ส.เลือกตั้งซ่อม นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีตส.ส.มหา สารคาม 7 สมัย เดินทางมาสมัครในนามพรรคเพื่อไทย โดยมีส.ส.อีสานของพรรคและกลุ่มเสื้อแดงกว่า 200 คน มาให้กำลังใจ ขณะที่นางคมคาย อุดรพิมพ์ อดีตส.ว.มหาสารคาม ภรรยานายยิ่งยศ อุดรพิมพ์ นายกอบจ.มหาสารคาม สมัครในนามพรรคภูมิใจไทย

รายงานข่าวจากพรรค เพื่อไทย เผยความคืบหน้าการคัดเลือกตัวผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 1 ปราจีนบุรี ว่ายังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อย่างไรก็ตามส.ส.บางส่วน นำโดย นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน เสนอชื่อพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยลงสมัคร แต่พล.อ.เชษฐายังแบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่เคยลงทำพื้นที่ แม้จะเคยรับราชการอยู่ที่นั่น แต่ไม่ได้มีความผูกพันกับประชาชน อาจเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามนำมาโจมตีได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาว่าหากส่งพล.อ.เชษฐา ลงเลือกตั้งเพื่อมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แม้จะได้รับเลือกตั้งก็อาจติดปัญหาการรับรองผลการเลือกตั้งที่อาจมีการดึง เรื่องออกไป ทำให้ไม่ทันการอภิปรายไม่ไว้วางใจในต้นสมัยประชุมหน้า ดังนั้น การหาตัวผู้สมัครจะหารืออีกครั้งในการประชุมพรรควันที่ 15 ธ.ค.

"ตู่"แฉวิ่งเต้นคดี7.6หมื่นล.

ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวอ้างว่า มีแหล่งข่าวที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ระบุว่ามีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ พยายามวิ่งเต้นเร่งรัดคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการให้จบภายในวันที่ 6 ม.ค.2553

วันเดียวกัน ที่กองปราบปราม ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ รองประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนฯ เข้าพบพ.ต.ท.พิบูลย์ เวียงจันทร์ พงส.(สบ2) กก.1 บก.ป. ขอให้ตรวจสอบโครงการจัดซื้อติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษตั้งแต่ปี 2550 สมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ อนุมัติโครงการและจ่ายเงินไปแล้ว โครงการดังกล่าวมีวงเงินงบประมาณกว่า 900 ล้านบาท แต่ถึงบัดนี้ยังไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด คณะกรรมาธิการฯลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง รับฟังการบรรยายสรุปมาแล้ว ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดบริษัทเอกชนที่ได้รับการประมูลโครงการมีทุนจดทะเบียน เพียง 1 ล้านบาท แต่รับงานที่มีวงเงินสูงถึงกว่า 900 ล้านบาท เรื่องนี้ทำให้ประเทศชาติเสียหายและประชาชนเดือดร้อน เพราะทุกวันนี้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง หากพนักงานสอบสวนต้องการข้อมูลหรือเอกสารหลักฐาน ใดๆ ตนจะนำมามอบให้เพิ่มเติม เมื่อมีพยานหลักฐานเพียงพอกล่าวโทษกับผู้ใด จะแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

"แดง"ล้อมไล่รมต.ลงพื้นที่

เวลา 11.30 น. ที่ลานประชุมแฟลตเอื้ออาทร เขตหนองแขม คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนฯ จัดสัมมนาการมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมือง มีนายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ เข้าร่วม ทั้งนี้ ก่อนเริ่มงาน มีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 50 คน มายืนเขย่าตีนตบขับไล่นายอิสสระ และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่มาร่วมงาน บริเวณประตูทางเข้า โดยพล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9 พร้อมกำลังตำรวจสน.หนองแขม ประมาณ 30 นาย ตั้งแถวอารักขาไม่ให้เสื้อแดงเข้ามาภายในงาน อย่างไรก็ตาม นายวัชระ เพชรทอง ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของพื้นที่ได้ประสานนายสุธา ชันแสง และนายแสวง ฤกษ์จรัล อดีตส.ส.พรรคพลังประชาชน ช่วยเจรจากลุ่มเสื้อแดงจึงแยกย้ายกันกลับไป

ที่จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 08.00 น. ที่อาคารพลังไพบูลย์ สวนสาธารณะโนนนา อ.โนนสูง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงานปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เพื่อสร้างความสมานฉันท์ และมอบผ้าห่มกันหนาวให้ผู้สูงอายุใน อ.โนนสูง โดยมีกำนันผู้ใหญ่บ้านและประชาชนจาก 13 ตำบล ในเขตเทศบาลตำบลโนนสูงกว่า 1 พันคนร่วมงาน

ก่อนที่นายบุญจง จะมาถึงมีกลุ่มเสื้อแดงโคราช ประมาณ 800 คน จากอ.ประทาย, บัวใหญ่, สีดา, โนนสูง และจ.อุดรธานี จากการนำของพ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และนายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แกนนำเสื้อแดงโคราช ชุมนุมประท้วงด้านนอกสวนสาธารณะ ท่ามกลางการรักษาความปลอด ภัยของตำรวจกว่า 800 นาย

ม็อบปะทะตำรวจบาดเจ็บ

เวลา 09.00 น. นายบุญจง เดินทางมาถึง ท่ามกลางแกนนำกลุ่มเสื้อแดงกล่าวโจมตีผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถ 6 ล้ออย่างดุเดือด พร้อมปลุกระดมผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำรถดับเพลิงและแผง เหล็กมาขวางไว้ เสื้อแดงบางคนหลุดรอดเข้าไปได้จนเกิดเหตุชุลมุน และมีเหตุปะทะกันขึ้นเล็กน้อย โดยมีกลุ่มเสื้อแดงบาดเจ็บเล็กน้อยประมาณ 10 คน จากสถานการณ์ความวุ่นวายดังกล่าว ทำให้จากเดิมกำหนดให้นายบุญจง เป็นผู้มอบผ้าห่มให้ผู้ประสบภัยหนาว จำนวน 550 ผืน จึงได้แต่เพียงมอบนโยบาย ก่อนมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้มอบผ้าห่มให้ชาวบ้านแทน ส่วนนายบุญจง เดินทางกลับทันที

อย่าง ไรก็ตาม ขณะที่นายบุญจง กำลังจะเดินทางกลับ กลุ่มเสื้อแดงได้พยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะเข้ามาปิดทาง แต่พล.ต.ต. ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.นครราชสีมา สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแผงกั้นไว้หลายชั้น ทำให้กลุ่มเสื้อแดงไม่สามารถเข้ามาได้ นายบุญจง จึงกลับออกไปได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่กลุ่มเสื้อแดงจะสลายตัวไป

ผู้ สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีกลุ่มเสื้อแดงอีกจำนวนหนึ่งเดินทางมาจาก อ.ขามสะแกแสง เพื่อมาร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นก่อนถึงงาน 10 ก.ม. เนื่องจากสืบทราบว่ากลุ่มนี้นำรถดูดส้วมมาด้วยหลายคันเพื่อจะนำมาพ่นใส่งาน

แดงเชียงใหม่ล้อมพิธีกรดัง

เวลา 17.30 น. ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลกและงานกาชาด ประจำปี 2552 มีนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯอยุธยา พร้อมข้าราชการและประชาชนกว่า 500 คน ต้อนรับ ท่ามกลางอารักขาอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัคร กอ.รมน. ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนับพันนาย รวมทั้งสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กระจายกำลังกันเต็มวัด อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏว่ามีกลุ่มเสื้อแดงมาประท้วงแต่อย่างใด

วัน เดียวกัน เวลา 08.00 น. กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำโดย น.ส.กัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจ.อ้อม นำกลุ่มเสื้อแดงปิดล้อมทางเข้า-ออกบริเวณสันอ่างเก็บน้ำกาแล ศูนย์เกษตรพื้นที่สูง ต.สุเทพ อ.เมือง เพื่อขับไล่ทีมงาน"เรื่องเล่าเช้านี้" นำโดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง ขณะยกกองถ่ายมาออกอากาศสดนอกสถานที่ เนื่องจากไม่พอใจการนำเสนอข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเชียงใหม่กว่า 200 นายจึงต้องคอยอารักขาทีมงาน หลังออกอากาศเสร็จ กลุ่มคนเสื้อแดงจึงเข้ามาเจรจา ทางรายการยืนยันว่าการเสนอข่าวเป็นกลาง ไม่ได้เป็นศัตรูหรือเข้าข้างเสื้อสีใด กลุ่มเสื้อแดงจึงยอมสลายตัว

ที่มา ข่าวปล่อยตัวศิวรักษ์ ข่าวฮุนเซ็น ข่าวกัมพูชา ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ จาก ข่าวสดออนไลน์
Continue Reading...

14 ธันวาคม 2552

ศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อในกัมพูชา



ภาพรอยเตอร์ถ่ายวันที่ 14 ธ.ค.2552 นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อในกัมพูชา หลังจากได้พบกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ที่เรือนรับรองวิมานเอกราช กรุงพนมเปญวันเดียวกัน ถูกจับข้อหาล้วงความลับข้อมูลเที่ยวบินที่นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้ากัมพูชาต้นเดือน พ.ย. ถูกดำเนินคดี และถูกศาลพิพากษาในความผิดฐานเผยแพร่ความลับ เป็นภัยต่อความมั่นคงของกัมพูชา ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี และโทษปรับอีกจำนวนหนึ่ง แต่ได้รับอภัยโทษในเวลาเพียงข้ามวันถัดมา

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์

Continue Reading...

ฮุนเซน โพสท์ท่าถ่ายรูปร่วมกับนายศิวรักษ์



ภาพรอยเตอร์ถ่ายวันที่ 14 ธ.ค.2552 นายกฯ กัมพูชาฮุนเซน โพสท์ท่าถ่ายรูปร่วมกับนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ และ นางสีมารักษ์ ณ นครพนม ระหว่างพิธีต้อนรับและปล่อยตัวให้เป็นอิสระ ที่เรือนรับรองวิมานเอกราช กรุงพนมเปญ โดยมีนักโทษชายอีกคนหนึ่งที่หลบหนีคดีอาญาจากประเทศไทยเข้าร่วมด้วย (ไม่เห็นในภาพนี้) วิศวกรไทย ได้รับอภัยโทษจากกษัตริย์แห่งกัมพูชาวันศุกร์ (11 ธ.ค.) ที่ผ่านมา

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

ฮุนเซน แสดงความยินดีกับนางสีมารักษ์



ภาพรอยเตอร์ถ่ายวันที่ 14 ธ.ค.2552 สมจริงสมจัง นรม.กัมพูชาฮุนเซน แสดงความยินดีกับนางสีมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ในโอกาสทำพิธีอย่างเป็นทางการให้อิสรภาพแก่วิศวกรไทยที่ถูกจับกุมในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลความลับที่เป็นภัยต่อความมมั่นคงของกัมพูชา และ ได้รับอภัยโทษในเวลาเพียงข้ามวัน หลังถูกศาลตัดสินจำคุก 7 ปี พร้อมโทษปรับเป็นเงินอีกจำนวนหนึ่ง

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์

Continue Reading...

ฮุนเซน สัมผัสมือ กับนายศิวรักษ์



ภาพรอยเตอร์ถ่ายวันที่ 14 ธ.ค.2552 นายกรัฐมนตรีกัมพูชาฮุนเซน สัมผัสมือ กับนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ หลังจากได้รับอภัยโทษจากกษัตริย์นโรดมยุวนาถสีหมุนี นรม.กัมพูชา จัดพิธีอย่างเป็นทางการให้อิสรภาพแก่วิศวกรไทยรายนี้ มีนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่หลบหนีคดีอาญาจากประเทศไทย (ไม่เห็นในภาพนี้) กับมารดาคือ นางสีมารักษ์ ณ นครพนม เข้าร่วมในพิธี รวมทั้ง "เด็ดพี่" และ สส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปจากกรุงเทพฯ

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

“เทพไท” เย้ยคนดูรู้ทัน “ละครแม้ว” เชื่อชม “ฮุนเซน” ตีวัวกระทบคราด

ASTV ผู้จัดการ : “เทพไท” เผย ไม่ผิดคาด “นช.แม้ว” บินดูละครตอนจบ ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง เย้ยคนดูรู้ทันหมดแล้ว ถามไม่อายหรือเป็นนักโทษแต่กลับไปสอบปากคำคนได้รับพระราชทานอภัยโทษ เชื่อเข้าคุกเปรย์ซอหวังสะเดาะเคราะห์ แต่หนีกรรมไม่พ้นแน่ จี้ “ศิวรักษ์” อย่ากลับคำพูดหลังบินถึงไทย ปัดรัฐบาลอยู่ใช้ “คำรบ” ขอข้อมูล เชื่อ “ทักษิณ” ชม “ฮุนเซน” แฟร์ หวังตีวัวกระทบคราด

วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา เดินทางมายังประเทศกัมพูชาวานนี้ (13 ธ.ค.) ว่า ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายเพราะจำเป็นต้องบินมาดูการถ่ายทำละครที่กำลังจะเสร็จสิ้นลง ดังนั้น ในฐานะผู้อำนวยการสร้างจึงจำเป็นต้องมาปิดกล้องด้วยตัวเอง เมื่อละครถ่ายทำเสร็จสิ้นแล้วและละครเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อน คนดูได้ทำนายตอนจบของเรื่องได้ว่าจะจบอย่างไร และการมาของ พ.ต.ท.ทักษิณก็เพื่อต้องการโชว์เพาเวอร์เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองยังมีศักยภาพและความสัมพันธ์ที่ดีกับสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จึงอยากถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าคุณไม่อายสายตาชาวโลกบ้างหรือที่ตัวเองเป็นนักโทษหนีคดี แต่กลับไปทำหน้าที่สอบปากคำคนที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษถึงในคุกเปรย์ซอ และมีสิทธิ์อะไรเพราะไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบตามกฎหมาย แต่ถ้าจะเข้าไปถามสารทุกข์สุกดิบในฐานะที่เป็นนักโทษด้วยกันก็ไม่มีใครว่าอะไร

นายเทพไทกล่าวต่อว่า แต่เข้าใจว่าคนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่เชื่อในโหราศาสตร์และดวงชะตา การเดินเข้าคุกเปรย์ซอครั้งนี้อาจถือว่าเป็นการแก้เคล็ดให้ตัวเอง เหมือนคนที่ดวงถึงฆาตก็มักจะเข้าไปนอนในโลงศพ จึงถือโอกาสเข้าคุกสะเดาะเคราะห์ไปพบนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทยถึงในคุก แต่คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะสะเดาะเคราะห์อย่างไรก็คงไม่พ้นอาญาแผ่นดิน จะต้องติดคุกแน่นอนเพราะคำพิพากษาของศาลถือว่าสิ้นสุดแล้ว ไม่มีใครสามารถไปกลับคำพิพากษานี้ได้ สามารถตรวจสอบได้ว่า เคราะห์กรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณยังมีอีกมากมายหลายคดี สะเดาะเคราะห์อย่างไรก็ไม่มีวันหลุดพ้น จึงอยากให้สังคมได้จับตามองท่าทีและความเคลื่อนไหวต่อไปในเรื่องนี้ว่าหลังจากที่เข้าพบนายศิวรักษ์แล้ว นายศิวรักษ์จะยังยืนยันคำพูดเดิมของตัวเองหรือไม่ ที่เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเป็นการขอข้อมูลธรรมดาและเคยเขียนจดหมายยืนยันข้อเท็จจริงในเรื่องนี้และให้การในชั้นศาลไว้เป็นหลักฐานแล้ว จึงไม่รู้ว่าเมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงคำให้สัมภาษณ์หรือไม่

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทวิตข้อความกล่าวหานายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ว่า ไล่ล่าตัวเองเพื่อแก้แค้นทางการเมืองและพาดพิงรัฐบาลว่าอยู่เบื้องหลังนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ที่ใช้นายศิวรักษ์เป็นเครื่องมือนั้นว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เคียดแค้น พ.ต.ท.ทักษิณเป็นการส่วนตัว แต่จำเป็นต้องดำเนินการตามกฏหมายนำตัวมารับโทษให้ได้ตามคำสั่งศาล และไม่ได้อยู่เบื้องหลังการใช้นายคำรบตามที่ถูกกล่าวหา นายคำรบได้ปฏิบัติตามหน้าที่ เพราะเมื่อมีนักโทษหนีคดีที่ทางการไทยต้องการตัวบินเข้ามาในประเทศที่ตนเองปฏิบัติหน้าที่อยู่จึงจำเป็นต้องหาข้อมูล การเดินทางไปมาและภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยของผู้ต้องหาคนนั้นๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการประสานงานเพื่อส่งต่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป ข้อมูลดังกล่าวก็ล้วนเป็นข้อมูลเปิดเผยได้ตามหลักสากลนิยมปฏิบัติ ไม่ใช่การจารกรรมความลับตามที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติแต่อย่างใด

ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวชื่นชมสมเด็จฯ ฮุนเซน ว่าเป็นรัฐบาลที่แฟร์ ยกโทษให้นายศิวรักษ์โดยไม่ต้องถูกจำคุก 2 ใน 3 ของโทษตามที่กฎหมายกัมพูชากำหนดนั้น ตนเข้าใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการตีวัวกระทบคราดมาถึงรัฐบาลไทยเพื่อให้ยกโทษให้ตนเองไปด้วย จึงอยากชี้แจงให้ทราบว่า รัฐบาลนี้จะแฟร์สำหรับสุจริตชนเท่านั้น คนที่ต้องโทษ ต้องคดี โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการทุจริต รัฐบาลจะดำเนินการถึงที่สุด เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ที่จะล้มล้างการทุจริตคอร์รัปชันที่ลงเป็นมะเร็งร้ายในสังคมไทยให้สิ้นซาก และจะเอาเรื่องนักการเมืองที่โกงชาติโกงแผ่นดินมาชดใช้กรรมด้วยการติดคุก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่นักการเมืองในอนาคตได้ กฎหมายไทยจะคุ้มครองเฉพาะผู้ที่บริสุทธิ์เท่านั้น คนชั่วที่คิดร้ายทำลายชาติต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างสาสม

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

“ปู่จิ้น” ชิลๆ! “แม้ว” ปิดฉากบินปล่อยตัว “ศิวรักษ์” ถึงเขมร

ASTV ผู้จัดการ : “มท.1” ไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ไข่แม้ว” ยกขบวนเสนอหน้า “นักโทษชายแม้ว” บินรับตัวนโทษอภัยโทษถึงเขมร โบ้ยเป็นเรื่องดีที่คนไทยจะได้รับอิสรภาพ เย็บปากวิพากษ์ปาหี่การเมือง ไม่หวั่นเพื่อไทยส่ง “บิ๊กเหวียง” ลงสนามเลือกตั้งปราจีนบุรี เชื่อเป้าหมายนั่ง หน.พรรคฝ่ายค้าน เตรียมลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคคหาเสียง

วันนี้ (14 ธ.ค.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วนบินไปรับตัว นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ผู้ต้องหาล้วงข้อมูลการบินเที่ยวบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงเรือนจำเปรยซอร์ ประเทศกัมพูชาว่า ตนไม่รู้ลึกในเรื่องนี้ แต่มองในลักษณะทั่วไปมองว่าเป็นการไปช่วยนักโทษ ให้พ้นจากการจองจำ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดี ส่วนจะเป็นการวางแผนเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ตน ขอปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ ส่วนที่ว่านายกรัฐมนตรีควรขอบคุณทางกัมพูชาที่ปล่อยตัวนายศิวรักษ์หรือไม่นั้น ต้องไปสอบถามนายกรัฐมนตรีเอง

นาย ชวรัตน์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยส่ง พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ปราจีนบุรี ว่าในเรื่องนี้เป็นการแข่งขันทางการเมือง ทางเขาก็ต้องส่งคนที่มีศักยภาพลงมา เขาคงไม่ส่งคนที่อ่อนแอลงสมัคร ส่วนกรณีที่ พล.อ.เชษฐา เดิมเป็นถึงหัวหน้าพรรค รช.มาก่อน จะทำให้มีความเหนือกว่าผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้น ตนมองว่าในฐานะที่ พล.อ.เชษฐา เป็นคู่แข่งมีศักยภาพทำให้เราต้องเตรียมตัวเต็มที่ ส่วนในกลยุทธ์การแข่งขันต้องขอปิดไว้เป็นความลับ และตนจะลงพื้นที่ไปช่วยหาเสียงด้วย ในขณะนี้กำลังจัดตารางงานอยู่

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าหากได้รับการเลือกตั้ง พล.อ.เชษฐา อาจได้รับเลือกเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน นายชวรัตน์กล่าวว่า ในฐานะที่ตนรู้จัก พล.อ.เชษฐา มาก่อน ในวงการการเมือง ก็เห็นว่ามีความเหมาะสม ส่วนที่ว่า หาก พล.อ.เชษฐา เป็นหัวหน้าฝ่ายค้านจะทำให้การแก้ไขปัญหาทางการเมืองดีขึ้นหรือไม่นั้น ตนมองว่าอยากจะให้ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านคิดถึงประเทศไทยเป็นที่ตั้ง คิดถึงพระเจ้าอยู่หัวเป็นจุดรวมใจของคนไทยทั้งชาติ

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.มหาสารคาม ว่าพรรคตั้งใจจะลงส่งนางคมคาย อุดรพิมพ์ ผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง ส่วนจะได้หรือไม่อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ซึ่งการเลือกตั้งซ่อมแข่งกับพรรคเพื่อไทยครั้งนี้คาดว่าจะเข้มข้น และไม่กังวลว่า พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินกับประชาชน เหมือนการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร ซึ่งขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะมีการลงพื้นที่ปราศรัยของรัฐมนตรีของพรรค ภท.หรือไม่ เพราะอยู่ที่นาย สุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม พรรค ภท.เป็นผู้วางยุทธศาสตร์ในการหาเสียง แต่พรรค ภท.ก็มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.ในเขตนี้

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

13 ธันวาคม 2552

"นช.แม้ว"สั่งเก็บข้อมูล"ศิวรักษ์" เตรียมแฉคนชักใยจารกรรมข้อมูล

ASTV ผู้จัดการ : นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนอยู่ที่ประเทศกัมพูชาแล้ว เพื่อเตรียมเข้ารับตัวนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา ในวันพรุ่งนี้ โดยนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ มีความรู้สึกดีใจ และอาจเตรียมเข้าขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาถึงกัมพูชาหรือยัง แม้ขณะนี้มีข่าวระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงแล้ว ซึ่งหากมาถึงจริงตนเองคงได้มีโอกาสเข้าพบ
ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สั่งให้ผู้ที่เดินทางเข้าไปพบนายศิวรักษ์ บันทึกข้อมูลที่นายศิวรักษ์ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นไว้ด้วย เพราะเชื่อว่าจะสามารถโยงให้เห็นว่าใครอยู่เบื้องหลังสั่งนายศิวรักษ์จาร กรรมข้อมูล พ.ต.ท.ทักษิณ และข้อมูลดังกล่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมจะนำมาชี้แจงให้สังคมทราบทันทีที่นาย ศิวรักษ์ เดินทางกลับ และจะนำข้อมูลดังกล่าวเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งรู้เห็นกับเรื่องนี้

ที่มา ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ ทักษิณ ศิวรักษ์ กัมพูชา จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์
Continue Reading...

ทักษิณถึงกัมพูชา ลั่นขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนยาก

กรุงเทพธุรกิจ : บัวแก้ว เผย"ทักษิณ"บินจากดูไบแวะศรีลังกา ถึงกัมพูชาแล้ว ยอมรับลากตัวกลับไทยยาก ถ้าอยู่ในเขมรไม่นาน-มีสายสัมพันธ์ดีกับกัมพูชา

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาต่อเครื่องที่ประเทศศรีลังกา เพื่อเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาในวันนี้(13 ธ.ค.) ซึ่งทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมจัดแถลงข่าวที่ประเทศศรีลังกาด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกเป็นการด่วน เพื่อจะออกเดินทางไปกัมพูชาทันที โดยล่าสุด ได้รับรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปถึงประเทศกัมพูชา แล้วเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
กระนั้น นายชวนนท์ บอกว่า ขณะนี้ทางการไทยกำลังรอข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นทางการอีกครั้งก่อนจะพิจารณาดำเนินการขอตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศ

ด้านนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) มาประมาณ 2-3 วันแล้ว และได้ออกจากประเทศศรีลังกาเมื่อช่วงเช้าวันนี้ เพื่อเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาในวันนี้ ซึ่งเท่าที่ทราบจากรายงานข่าวแถลงโดยโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณมาถึงกัมพูชาแล้วเมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา และเตรียมเดินทางไปพร้อมกับนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ถูกจับกุม เพื่อพบกับนายศิวรักษ์ ในเวลา 16.30 น.ตามเวลาในกัมพูชา

นายพนิช กล่าวว่า ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ทราบแล้ว ซึ่งนายกษิต สั่งการให้ประสานงานให้นายกรัฐมนตรี ทราบด้วย ส่วนการดำเนินการขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะอัยการสูงสุด(อสส.)รอการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งทางกระทรวงฯ โดย รมว.ต่างประเทศ กำลังตัดสินใจ

"ต้องมีการพูดคุยกับหลายฝ่ายเพื่อขอความชัดเจนจากฝ่ายต่างๆก่อนว่าควรจะ ดำเนินการอย่างไร จะเหมือนกับครั้งที่แล้วหรือไม่ที่เป็นการขอจับกุมชั่วคราวแต่กลับไม่ได้รับ ความร่วมมือจากกัมพูชา"

นายพนิช กล่าวว่า ยอมรับว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ซึ่งรัฐบาลต้องประเมินสถานการณ์ และประสานงานกันระหว่างอัยการสูงสุดกับกระทรวงต่างประเทศ จากนั้นทำตามขั้นตอนต่างๆทางการทูต ซึ่งต้องใช้เวลา โดยต้องดูว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่ในกัมพูชากี่วัน จะขับเคลื่อนทางการเมืองอย่างไรหรือไม่ แต่ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณอยู่เพียงไม่กี่วัน ก็คงดำเนินการได้ยาก นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชาอีกด้วย

เมื่อถามว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมด้วยนางสิมารักษ์ จะเดินทางไปพบนายศิวรักษ์ จะตอกย้ำว่าการที่นายศิวรักษ์ ได้รับอิสรภาพเป็นเพราะพ.ต.ท.ทักษิณกับพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นายพนิช กล่าวว่า คงไม่สามารถให้ความเห็นใดๆได้ แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนที่อ่านและทราบข่าวนี้มาตั้งแต่ต้น คงทราบดีถึงความเป็นมาว่าเกิดอะไรขึ้น และสถานการณ์พัฒนาไปในรูปแบบใด

"สังคมคงทราบดีแล้ว เพราะมีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนก็ออกมาชัดเจนแล้วว่าประชาชนส่วนใหญ่มอง ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมือง หรือเป็นเรื่องของการทำผิดข้อหาโจรกรรมข้อมูล"

ที่มา ข่าวทักษิณ ข่าวคดีศิวรักษ์ ข่าวกัมพูชา ข่าวต่างประเทศ ข่าวการเมือง จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Continue Reading...

ฮุนเซน สั่งต้องรับ "ทักษิณ" รับ "ศิวรักษ์"

Suthichaiyoon.com : ฮุนเซนสั่งพร้อมต้อนรับ"ทักษิณ" ร่วมรับ"ศิวรักษ์"14ธ.ค.

"ฮุนเซน" สั่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นปอยเปตอำนวยความสะดวก ส.ส.เพื่อไทย ที่จะเดินทางข้ามแดนไปพบกับ "ทักษิณ" ในวันรับตัววิศวกรไทยวันจันทร์ที่ 14 ธ.ค.นี้ "ทักษิณ" เดือดทวิตโต้ข้อกล่าวหาชงเองกินเอง คดี "ศิวรักษ์" เผยมันจะเอาชีวิตผมหลายครั้ง พอจับได้ไล่ทันก็กลบเกลื่อน ทส. "บิ๊กจิ๋ว" ระบุ "นาย" ไม่ไปเขมร เพราะไม่อยากได้หน้า ด้านอดีต ศรภ.แฉเขมรเร่งปิดคดีศิวรักษ์ เหตุผวาไทยซัดกลับดักฟังทูต เชื่อ "ทักษิณ" ไม่กล้าไปรับตัว กลัวถูกจับได้ว่า "จัดฉาก"

ภายหลังกษัตริย์กัมพูชาพระราชทานอภัยโทษให้ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ที่ได้รับโทษจำคุก 7 ปี จากข้อหาจารกรรมข้อมูลเที่ยวบิน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัวในวันจันทร์ที่ 14 ธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากฝั่งปอยเปต ตรงกันข้ามกับ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่า วานนี้ (12 ธ.ค.) ได้มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต และเจ้าหน้าที่ของ อ.โอวโจโรว จ. บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา ได้ประชุมร่วมกัน โดยในที่ประชุมได้อ้างว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำชายแดน ด้านกรุงปอยเปต ร่วมกันต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนไทยเสื้อแดง ที่จะเดินทางเข้ามาเพื่อไปต้อนรับ และพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะเดินทางมาพนมเปญ ในวันจันทร์ที่ 14 ธ.ค.นี้

โดยบริเวณวงเวียนเอกราช กลางกรุงพนมเปญ บริเวณด้านหลังบ้านรับรองที่สมเด็จฮุนเซน สร้างและปรับปรุงอย่างดีให้เป็นที่พักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนี้ ได้มีการก่อสร้างบ้านรับรองหลังใหม่ขึ้น อยู่ติดกับบ้านรับรอง พ.ต.ท.ทักษิณ และด้านหลังติดกับกระทรวงกลาโหม ของกัมพูชา มีรายงานว่า บ้านหลังดังกล่าวสร้างขึ้นมา เพื่อไว้เป็นบ้านพักสำหรับรับรอง นายจักรภพ เพ็ญแข และนายยงยุทธ ติยะไพรัช

นายโจม เวอย อายุ 42 ปี พ่อค้าชาวกัมพูชา ที่มาขายเสื้อผ้ามือสองในตลาดโรงเกลือ กล่าวว่า เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมากัมพูชาในวันจันทร์นี้ เพื่อมารับนายศิวรักษ์ ซึ่งเรื่องนี้ชาวกัมพูชาทุกคนไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เนื่องจากเชื่อว่าเหตุการณ์ต้องจบแบบนี้

"ทักษิณ" โต้ข้อหาชงเองกินเองคดีศิวรักษ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วานนี้ (12 ธ.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทวิตเตอร์ข้อความในบล็อกของตัวเองว่า "วันนี้ขออนุญาตเดินทางไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำ 3 ประเทศแถบเอเชียสัก 7-8 วันครับ แต่จะพยายามติดต่อทาง twitter และ sms รวมทั้งรายการวิทยุเรื่อยๆ"

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังทวิตสนทนากับสมาชิกหลายราย ที่เข้ามาแสดงความเห็นต่อกรณีนายศิวรักษ์ พร้อมบอกเล่าว่า พรรคประชาธิปัตย์โจมตีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชงเองกินเอง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ตอบว่า "แล้วก็เป็นจริงตามนั้น มาตอนนี้ศิวรักษ์ก็สารภาพชัดเจนว่าคำรบ (นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทยในกัมพูชา) ให้ส่งตารางบินผมไปให้ และกองทัพอากาศก็สั่ง F16 ติดจรวดขึ้นตอนเครื่องผมขึ้น ศิวรักษ์บอกชัดคำรบ ขอ! "

พร้อมทวิตต่อว่า "ตอนเขาจะฆ่าผมด้วยคาร์บอมบ์ เขาก็เรียกว่าคาร์บ๊อง ทั้งๆ ที่พยานยืนยันว่า ถ้าฆ่าไม่ตายก็จะปฏิวัติ ปฏิวัติสำเร็จพลเอกสุรยุทธ์ จะเป็นนายกฯ"

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกกับแฟนคลับด้วยว่า "เราแพ้สงครามสื่อครับ เพราะสื่ออุดมการณ์เหลือน้อยลงเรื่อยๆ ก็ได้แต่อดทนสู้ต่อ มันจะเอาชีวิตผมหลายครั้งพอจับได้ไล่ทัน มันก็กลบเกลื่อน สื่อโดนงบโฆษณาของรัฐบาลเข้าไปจุกพูดไม่ออก พวกนี้เขาเก่ง เรื่องจ้างโฆษณาครับ ก็ดูตัวอย่างเมซไซอะที่เรื่องอยู่ที่ กกต.ไม่กล้ายุบพรรค"

เผย"บิ๊กจิ๋ว"ไม่ไปเขมรเหตุไม่อยากได้หน้า

ขณะที่ พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวปฏิเสธว่า พล.อ.ชวลิต คงไม่ได้เดินทางไปกับคณะของพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ เพราะถือว่าภารกิจการช่วยเหลือคนไทยไม่ให้ติดคุกสำเร็จแล้ว พล.อ.ชวลิต ไม่ต้องการออกหน้าออกตา เพียงแต่อยากช่วยอยู่ข้างหลังดีกว่า เพราะหากทำอะไรไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าสร้างภาพอีก และอยากช่วยเหลือแบบเงียบๆ จะดีกว่า

เมื่อถามว่า พล.อ.ชวลิต ติดต่อประสานงานกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อย่างไรถึงมีการอภัยโทษให้นายศิวรักษ์ พล.ท.พิรัช ตอบว่า "นายก็คุยกัน" เมื่อถามย้ำว่า หลายคนพยายามโจมตีว่า พล.อ.ชวลิตกำลังสร้างภาพเพื่อผลงานในการเล่นการเมือง พล.ท.พิรัช กล่าวว่า ก็ว่ากันไปของพรรคการเมืองที่ชอบกล่าวหา ตนไม่คิดจะเรียกร้องขอความชอบธรรมให้แก่ พล.อ.ชวลิต เพราะสังคมรู้ดีอยู่แล้วว่า พล.อ.ชวลิต เป็นคนอย่างไร และ พล.อ.ชวลิต เป็นคนที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองมาตลอด ทำงานแบบปิดทองหลังพระ อย่างไรก็ตาม เมื่อ พล.อ.ชวลิต เห็นคนที่เป็นทุกข์แล้วไม่ช่วยก็ผิดวิสัย เพราะเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรแอบแฝง

ระบุเสื้อแดง8-9คนถูกจับที่ลาวจริง

"คนที่ออกมาวิจารณ์ พล.อ.ชวลิต ไม่รู้จริง แต่ พล.อ.ชวลิต ก็ไม่ได้ตอบโต้ ท่านพยายามอยู่นิ่งเฉยๆ แม้ว่าท่านจะโดนมรสุมอย่างหนักก็ไม่เคยท้อถอย และพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศชาติบ้านเมืองตลอด อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิตได้ต่อสายไปถึงรองนายกรัฐมนตรีประเทศลาว เพื่อขอความช่วยเหลือในการปล่อยคนไทยจำนวน 8-9 คน ที่ถูกทางการประเทศลาวจับกุมขณะไปขัดขวางการเปิดกีฬาซีเกมส์ ที่ไปถือผ้าป้ายต่อต้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งจากการติดตามทราบว่าทางการลาวได้ปล่อยตัวแล้ว" พล.ท.พิรัชกล่าว

"เสธ.แดง"ฟันธง"ทักษิณ-บิ๊กจิ๋ว"ไปเขมร

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง" ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปประเทศกัมพูชาในวันจันทร์นี้ เพื่อสมทบกับคณะของ พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมพิธีปล่อยตัวนายศิวรักษ์ กลับประเทศไทย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และกองทัพไทย เสียหน้าและหมดท่าแล้ว เพราะไม่สามารถช่วยเหลือ หรือทำอะไรไม่ได้เลย

เพื่อไทยจี้รัฐส่งจ.ม.ขอบคุณกัมพูชา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีที่นายศิวรักษ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และรัฐบาลไทย ไม่ควรนิ่งเฉย แต่ควรทำจดหมายขอบคุณรัฐบาลกัมพูชา หรือโทรศัพท์ไปขอบคุณสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ให้การดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวนายศิวรักษ์

ส่วนกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มารดาของนายศิวรักษ์ควรสู้คดีด้วยการยื่นอุทธรณ์มากกว่าขอพระราชทานอภัยโทษ นายจิรายุ กล่าวว่า การเสนอความเห็นของประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการเอาความทุกข์ของผู้เป็นมารดามาเดิมพันทางการเมืองหรือไม่ เพราะขั้นตอนดังกล่าวต้องใช้เวลาเป็นปี หากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

อดีต ศรภ.ชี้เขมรกลัวโดนซัดกลับคดีดักฟัง

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กล่าวถึง กรณีการอภัยโทษนายศิวรักษ์ ว่า การที่ศาลกัมพูชา และกระบวนการพระราชทานอภัยโทษดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะกัมพูชากลัวฝ่ายไทยจะยกกรณีที่กัมพูชาดักฟังโทรศัพท์ของทูตไทยที่โทรศัพท์ไปหานายศิวรักษ์ ขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้ เพราะกัมพูชาใช้ข้อมูลทางโทรศัพท์ในการตั้งข้อกล่าวหา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดธรรมเนียมการทูต และผิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

"ปกติแล้ว ข้อมูลจากการดักฟังโทรศัพท์นั้น ศาลจะไม่รับพิจารณา ซึ่งการเปลี่ยนตัวทนายความจาก นายเกา โสภา ที่มีแนวคิดจะยกเรื่องการดักฟังโทรศัพท์มาต่อสู้ มาเป็น นายเขียว สัมโบ ซึ่งรัฐบาลฮุน เซน หามานั้น ก็มาจากความกลัวว่าทนายความที่ไม่ใช่คนของเขา จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาต่อสู้ ทางกัมพูชาจึงรีบปิดคดีนี้ลงให้เร็วที่สุด" พล.ท.นันทเดชตั้งข้อสังเกต

พล.ท.นันทเดช กล่าวด้วยว่า ถ้าคดีนายศิวรักษ์ทำผิดจริง หรือกัมพูชาคิดว่าเขาได้เปรียบเรา ตามสไตล์ฮุน เซนแล้ว จะต้องดึงเรื่องไว้เป็นปี เพื่อเก็บไว้เป็นไพ่ต่อรองกับไทยในเรื่องอื่นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ การรีบเร่งปิดให้เร็วที่สุด เพราะรู้ดีว่าคดีนี้มีจุดอ่อนที่หากฝ่ายไทยยกขึ้นมาต่อสู้ทิศทางของคดีจะต้องเปลี่ยนไป ทั้งนี้ มั่นใจด้วยว่า วันที่ 14 ธ.ค.พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่กล้าเดินทางไปกัมพูชา เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้จักพ่อแม่ของนายศิวรักษ์ จะทำให้ถูกครหาอย่างหนักว่าจัดฉากขึ้นมา เพื่อดิสเครดิตกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไทย

"เสธ.แดง" โวยหลังจ่อพักราชการ

พล.ต.ขัตติยะ ยังกล่าวถึง ข่าวพักราชการ ว่า เรื่องโดนพักราชการมันมั่ว เพราะเรื่องใหม่ตามที่สื่อลง คือ เรื่องไปกัมพูชาโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งยังไม่ได้สอบสวน ยืนยันว่า ไม่ใช่ตน แต่เป็นคนหน้าเหมือน ชื่อ เสธ.แดง 2 เพราะถ้าตนไปจะต้องมีการประทับตราในพาสปอร์ต ส่วนอีกเรื่อง คือ เรื่องที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้ไปคุมทหารพราน ก็ยังไม่ได้สอบแต่ข่าวที่ออกมามันเรื่องเก่า เพราะเรื่องใหม่ยังไม่ได้สอบสวน ส่วนอาญาทหารก็ยังไม่ได้สอบ สารวัตรทหารยังไม่ได้สอบว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่

"เรื่องที่ส่งไปเป็นเรื่องเก่าเมื่อปีที่แล้ว ที่ให้สัมภาษณ์พาดพิง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ว่า หน่อมแน้ม การปกครองแบบนี้มันผิดเพี้ยน เป็นลูกนักเลงแล้ว โฆษกกองทัพบกก็โกหกประชาชนไป จะไปหลอกประชาชนไม่ได้ จะให้ร้ายนายทหารระดับนายพล และเอากองทัพเข้าแลก โฆษกกองทัพบกผิดเต็มๆ บอกว่า ผมได้เซ็นหนังสือจะไม่ให้สัมภาษณ์ 2 ปีก็ผิด เพราะไม่ได้เซ็นเลย" พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

พล.ต.ขัตติยะ ระบุว่า ในหนังสือนั้น พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก บอกว่าจะสอบเฉพาะวินัย กองทัพบกทำผิดสัญญาที่ให้กรมสารวัตรทหารสอบวินัยคู่ไปด้วย และผลยังไปไม่ถึงไหน ซึ่ง พล.อ.พิรุณ ตกใจเหมือนกันว่าใครแอบยัดไส้ฟ้องตนคู่กับอาญาทหารด้วย

"ผมไม่เข้าใจว่าเวลาผมออกมาช่วยกองทัพดูแลไม่ให้ทหารพรานปะทะกับทหารหลักแทนที่จะเป็นความดี แต่กลับถูกด่า ถูกสอบสวน ทีเวลา ผบ.ทบ.แต่งเครื่องแบบไปออกทีวีกดดันให้ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในเวลานั้นลาออกไม่ผิดหรือ ผมถามนายทหารพระธรรมนูญก็บอกว่า ผิดต้องถูกสอบสวน ในคณะกรรมาธิการทหารที่เชิญมาก็บอกว่าผิดทั้งนั้น แต่ไม่มีใครทำอะไร" พล.ต.ขัตติยะกล่าว

กห.คาดสัปดาห์หน้ารู้ผลฟัน"เสธ.แดง"

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ขณะนี้ หนังสือเสนอให้ลงโทษ พล.ต.ขัตติยะ อยู่ที่กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณาและตรวจสอบนำเสนอมาตามขั้นตอนสู่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เพื่อพิจารณาตัดสินใจ ส่วนจะทำตามที่กองทัพบกเสนอมาหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ประมาณสัปดาห์หน้าอาจจะรู้ผล

พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี แกนนำ ตท. 10 และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณี เสธ.แดง ถูกสั่งพักราชการ ว่า กรณีที่กองทัพบกสั่งลงโทษทางวินัย พล.ต.ขัตติยะ ในข้อหาลาราชการไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และกรณีที่เดินทางไปกัมพูชา เพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องนี้มีระเบียบของกองทัพมีอยู่ แต่ที่ผ่านมา มีนายทหารหลายคนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ โดยไม่ได้ขออนุญาตบ่อยครั้ง ดังนั้น หาก พล.ต.ขัตติยะ โดนเพียงคนเดียวก็อาจเป็นการเลือกปฏิบัติ และอาจเป็นกรณีแรกที่มีการลงโทษในกองทัพ

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีการสั่งพักราชการ เสธ.แดง ว่า กรณีดังกล่าวมีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนมายังพรรคเพื่อไทย ว่า การดำเนินการของกองทัพบกในครั้งนี้ พล.ต.ขัตติยะ น่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และอาจถูกปฏิบัติแบบสองมาตรฐานของรัฐบาล

ที่มา ข่าวคดีศิวรักษ์ ข่าวกัมพูชา ข่าวทักษิณ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ จาก Suthichaiyoon.com
Continue Reading...
 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template