ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านเมือง แสดงบทความทั้งหมด

07 มกราคม 2553

ล้มหวยออนไลน์ 'อภิสิทธิ์' ยังได้แต้ม

บ้านเมือง : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงภาวะผู้นำโดยการตอกย้ำล้มหวยออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจนจวนเจียนจะเปิดขายอยู่รำมะร่อ แต่ทว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศต่อสาธารณชนว่า จะไม่ฟอกเงินผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมาย เพราะรัฐบาลจะไม่เอาอบายมุขมามอมเมาสังคม เรื่องหวยออนไลน์จึงกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาให้ถกเถียงกันทันที เพราะเรื่องดังกล่าวมีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์พร้อมๆ กัน หากมีการเปิดขายหวยออนไลน์ในเดือนมีนาคมนี้

ทั้งนี้เพราะเป็นข้อเท็จจริงว่า ในประเทศไทย "หวยใต้ดิน" นั้นมีอิทธิพลต่อผู้คนในสังคมมาช้านาน เพราะแทบจะทุกวงการ ผู้คนทุกระดับชั้นนิยมเล่นหวย จึงทำให้ธุรกิจการพนันผิดกฎหมายประเภทนี้เจริญเติบโตอย่างมาก มียอดเงินสูงหลายแสนล้านบาท สร้างความร่ำรวยให้กับเจ้ามือ โดยที่ภาครัฐต้องเสียประโยชน์เพราะไม่ได้อะไรเลย มิหนำซ้ำสลากกินแบ่งรัฐบาลเองยังไม่สามารถควบคุมปล่อยให้ขายกันเกินราคา มีเสือนอนกินมาเฟียกองสลากฯ มีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่รัฐ

การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินหน้าคัดค้านการออกหวยออนไลน์ แม้บอร์ดกองสลากฯ จะมีความเห็นชอบไปนานแล้ว จนถึงขนาดมีการเจรจาดำเนินการกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี จำกัด (LGT) เกี่ยวกับเรื่องสัมปทานในการออกหวยออนไลน์ ซึ่งบริษัทฯ เผยว่า ได้ติดตั้งตู้ขายไปแล้ว 6,000 ตู้ ซึ่งถ้าหากมีการล้มเลิกหวยออนไลน์บริษัทฯ คงต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 3,000 ล้านบาท ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นปมปัญหา เพราะหากเกิดขึ้นภาพความเสียหายอีกหลายๆ ด้านจะตามมา

แต่สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงได้แต้มได้รับเสียงชื่นชมจากกลุ่มพลังเงียบซึ่งเป็นผู้คนส่วนใหญ่ไม่น้อย แม้กรณีนี้กลุ่มผู้คนที่คัดค้านรัฐบาลรวมไปถึงผู้เสียประโยชน์หลายกลุ่มจะ ออกมากล่าวโจมตี แต่เชื่อได้เลยว่าหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจจริง ไม่ใช่โยนหินถามทางสร้างกระแสหาคะแนนนิยมจากกลุ่มคนไทยหัวอนุรักษ์นิยมแล้ว กรณีออกหวยออนไลน์ต้องพับไปในรัฐบาลชุดนี้ แต่ทว่าจะฟื้นขึ้นมาใหม่ในรัฐบาลชุดต่อๆ ไปหรือไม่คงเป็นเรื่องของอนาคต

ดังนั้น การประกาศล้มหวยออนไลน์ของรัฐบาลจึงไม่ใช่ประเด็นที่จะนำไปสู่ความสับสน วุ่นวายในบ้านในเมือง ตรงกันข้ามกลับเป็นการสร้างภาพให้รัฐบาลนี้เสียด้วยซ้ำไปที่ไม่สนับสนุนให้ มีอบายมุขทุกรูปแบบ เป็นการตอกย้ำเอาใจกลุ่มพลังเงียบซึ่งจะเป็นผู้ชี้ขาดการเมืองในอนาคตว่า พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะสามารถชนะใจผู้คนส่วนใหญ่ได้หรือไม่ ทั้งนี้เพราะถึงอย่างไรหวยใต้ดินก็ยังดำรงคงอยู่คู่คนไทยตลอดไป แม้หวยออนไลน์จะมีหรือไม่ก็ตาม

ข่าว ยกเลิกหวยออนไลน์ ล้มหวยออนไลน์ จาก บ้านเมือง
Continue Reading...

ชมรมหวยออนไลน์ขย่มมารคต้านเลิกทุกรูปแบบ

บ้านเมือง : แค้นลงทุนจนหมดตัว เอแบคโพลร้อยละ58 หนุนให้'อภิสิทธิ์'เลิก อ้างไม่ควรสังคมไทย โพลหนุน "มาร์ค" ล้มหวยออนไลน์ 58% เหตุเมืองไทยเป็นสังคมเมืองพุทธ ไม่ควรมอมเมาชาวบ้านเล่นพนัน ด้านชมรมผู้ค้าหวยดอดเข้าพบนายกฯ แจงข้อเท็จจริงหลังรัฐบาลจ้องล้มหวยตู้ ลั่นพร้อมรวมตัวต่อต้านทุกรูปแบบ

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยถึงผลวิจัยเอแบคเรียลไทม์โพล กรณี "หวยออนไลน์" จากกลุ่มตัวอย่าง 1,063 ครัวเรือน สำรวจวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือ 58.0% ไม่เห็นด้วยกับการมีหวยออนไลน์เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทั้งนี้ ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่าสังคมไทยเป็นสังคมแห่งพระพุทธศาสนาควร ช่วยกันลดอบายมุขมากกว่าส่งเสริม หวยออนไลน์จะเป็นการมอมเมาประชาชน ทำให้คนเล่นการพนันมากขึ้น ยังไม่มีกฎเกณฑ์และเจ้าหน้าที่ที่เข้มงวดเพียงพอ จะทำให้เกิดปัญหาสังคมหลายอย่างตามมา อย่างไรก็ตาม 42.0% เห็นด้วย เพราะถึงไม่มีหวยออนไลน์คนก็เล่นหวยกันอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องมีหวยใต้ดิน รัฐบาลมีรายได้มากขึ้น เป็นการเสี่ยงโชคและทางเลือกของคนจน คิดว่าหวยออนไลน์จะสามารถแก้ปัญหาหวยใต้ดินได้ ช่วยแก้ปัญหาการขายหวยเกินราคา และประชาชนจะได้เล่นหวยที่ถูกกฎหมาย

สำหรับการสำรวจครั้งล่าสุดคือตัวอย่างประชาชนที่คิดว่าหวยออนไลน์จะเป็น การมอมเมาคนไทยมากขึ้น เพิ่มจาก 52.4% ในเดือน มิ.ย.ปีที่ผ่านมามาอยู่ที่ 53.6% ในการสำรวจครั้งนี้ แต่ประชาชนที่คิดว่าจะทำให้เด็กและเยาวชนที่เป็นผู้หญิงหันมาเล่นหวยออนไลน์ มากขึ้นอยู่ที่ 62.6% ส่วนสาเหตุที่ทำให้คนไทยเล่นหวยมากขึ้นผลสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือ 69.8% ในเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นเป็น 77.2% ในการวิจัยครั้งนี้มองว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่กวดขันจริงจัง ขณะที่ 73.2% มองว่าเป็นความง่ายในการเล่น 72.6% มองว่าคนไทยชอบเสี่ยง 67.4% มองว่ารูปแบบการเล่นทันสมัย และ 57.9% มองว่าเป็นอิทธิพลมาจากการโฆษณา ตามลำดับ

ส่วนปัญหาที่ประชาชนเป็นห่วงกังวลว่าจะเกิดขึ้นตามมาหากเด็กและเยาวชนมีการ เล่นหวยมากขึ้น พบว่าส่วนใหญ่หรือ 75.1% กังวลปัญหาแหล่งพนัน อบายมุขมากขึ้น รองลงมาคือ 72.7% กังวลเป็นห่วงปัญหาโจรกรรมทรัพย์สิน 69.0% กังวลปัญหาครอบครัว 62.1% กังวลปัญหายาเสพติดจะเพิ่มขึ้น 57.2% กังวลปัญหาการขายบริการทางเพศ 54.0% เป็นห่วงปัญหาเด็กหนีเรียนจะมากขึ้น 53.7% กังวลปัญหาความรุนแรง ทะเลาะวิวาท อย่างไรก็ตาม มีเพียง 10.4% เท่านั้นที่ไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาอะไร

สำหรับท่าทีของรัฐบาลต่อกรณีหวยออนไลน์ พบว่าแนวโน้มของประชาชนที่มองว่ารัฐบาลควรต่อสู้คดีความกับบริษัทเอกชนเพื่อ ไม่ให้มีหวยออนไลน์เกิดขึ้นในสังคมไทยเพิ่มขึ้นจาก 41.7% ในเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 52.9% ในการสำรวจครั้งล่าสุด ขณะที่ 35.4% เห็นว่ารัฐบาลควรยอมให้มีหวยออนไลน์ และ 11.7% ไม่มีความเห็น ที่น่าสังเกตคือกลุ่มคนที่ไม่แสดงความคิดเห็นในการสำรวจครั้งก่อนหันมาสนับ สนุนรัฐบาลในการต่อสู้คดีความกับบริษัทเอกชนเพื่อไม่ให้มีหวยออนไลน์เกิด ขึ้นในสังคมไทย

รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ตัวแทนจากชมรมสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวขอเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงข้อมูลที่เห็นว่ายังคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง หลังจากนายกรัฐมนตรีออกมาระบุเหตุผลที่จะยกเลิกโครงการหวยออนไลน์ก่อนหน้า นี้

นอกจากนี้ทางชมรมฯ ยังประกาศจะดำเนินการทุกอย่างที่ตรงข้ามกับรัฐบาลหากผู้ค้าหมดตัว เนื่องจากขณะนี้มีตัวแทนที่ติดตั้งเครื่องจำหน่ายสลากออนไลน์ไปแล้ว 5-6 พันราย

"ถ้ายกเลิกแล้วหมดเนื้อหมดตัวอะไรที่ตรงข้ามรัฐบาลคนในชมรมเอาหมด"

นอกจากนี้ทางชมรมฯ มองว่าการตั้งคณะทำงานชุดนายเกียรติ สิทธีอมร อาจจะเป็นการพิจารณาบนพื้นฐานของข้อมูลที่ผิดพลาดและมีอคติ เนื่องจากคณะทำงานชุดดังกล่าวไม่มีผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงเลย

ข่าว ยกเลิกหวยออนไลน์ จาก บ้านเมือง
Continue Reading...

คอลัมน์: ท้องอยากปากหิว: เตือนอย่าล้มลอตเตอรี่

บ้านเมือง : คงต้องโฟกัสไปที่หวยออนไลน์กันอีกสักวัน โดยเฉพาะท่าทีของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ที่ยืนกระต่ายขาเดียวไม่เอาหวยออนไลน์ เนื่องจากเป็นสิ่งมอมเมาเยาวชน

นี่คือแนวทางที่หัวหน้ารัฐบาลให้เหตุผล นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ได้ผิดแปลกอะไรมากนัก แต่ต้องยอมรับ การที่จะเข้ามาพิจารณายกเลิกการขายลอตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นค่านิยมของชาวบ้านมาช้านาน จนถือเป็นกิจวัตรประจำตัวไปแล้วว่า "ต้องซื้อลอตเตอรี่" เพื่อเสี่ยงโชค

เท่ากับวันนี้รัฐบาลกำลังฝ่ามรสุมกับชาวบ้านที่นิยมชื่นชอบเสี่ยงโชค ด้วยการซื้อลอตเตอรี่ "หนุ่มบางหว้า" คิดว่าเรื่องลอตเตอรี่ ถ้าจะลงมาเล่นกับเรื่องนี้ มองว่าไม่เหมาะ เนื่องจากจะเป็นการต้านกระแสของชาวบ้านแน่นอน

ทางที่ดี ควรจะลดช่องว่าง และต้องเข้ามาแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนก็คือ ปัญหาขายลอตเตอรี่เกินราคา แม้รัฐจะเข้ามาขู่ ใช้วิธีการเดินตรวจตราอย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ผล

อยากเสนอแนะ มันจะต้องเข้าไปลงลึก โดยเฉพาะต้นตอน่าจะเข้าไปตรวจสอบยี่ปั๊ว ที่ผูกขาดกับสำนักงานสลากฯ มากกว่าที่จะเข้ามาพิจารณาในเรื่องการยกเลิกลอตเตอรี่ ไม่เช่นนั้น ปัญหามันบานปลายยิ่งกว่า "หวยออนไลน์" ซะอีก สิ่งนี้รัฐบาลควรต้องเข้าใจพฤติกรรมของชาวบ้าน ที่ชอบเสี่ยงโชค ตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ
หากไม่อยากให้ชาวบ้านร้องยี้ และเสถียรภาพของพรรครัฐบาล ก็ควรหยุดความคิดดังกล่าวนี้ไป

ทางที่ดี ต้องลงมาเอาจริงเอาจัง กับพวกยี่ปั๊วหรือพ่อค้าขายลอตเตอรี่หัวใส ขายเกินราคาจะดีกว่า พอชาวบ้านซื้อทีไรชอบบอกรับซื้อสลากต้นทุนแพง ทำให้ต้องขึ้นราคา อย่างนี้สิที่เรียกว่า "ทุกข์ของชาวบ้าน"

ข่าว ยกเลิกหวยออนไลน์ จาก บ้านเมือง
Continue Reading...

คอลัมน์: ไก่อ่อน: รัฐบาลโนบิตะ

บ้านเมือง : ไม่รู้อังคารเข้าคนเกิดราศีกรกฎอย่างนายกฯ อภิสิทธิ์หรืออย่างไรระยะนี้กลายเป็นนายกฯ จอมเบรกไปแล้ว หลังจากเบรกเรื่องหวยออนไลน์ไปหยกๆ ท่านนายกฯ ก็สั่งเบรกการพิจารณายกเว้นภาษีรถยนต์ไฮบริดอีก

การยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วน 6 รายการในการประกอบและผลิตรถยนต์นั่งประหยัดพลังงานชนิดไฮบริด เป็นเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งเกิดจากคำร้องของค่ายรถโตโยต้า

เรื่องนี้พูดกันอย่างเรียบง่ายก็คือ โตโยต้าลงทุนประมาณ92 ล้านบาทเพื่อประกอบและผลิตรถยนต์นั่งพลังงานผสมระหว่างเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ที่เรียกว่าไฮบริด กำหนดจะผลิตได้เดือนละ 1,000 คัน โดยมีข้อตกลงเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก 300 คัน และจำหน่ายในประเทศอีก700 คัน

หลักการประกอบและผลิตก็มาจากชิ้นส่วนในประเทศไทย60% และชิ้นส่วนจากการสั่งนำเข้าอีก 40%
เรื่องอย่างนี้ย่อมเป็นที่เข้าใจกันว่ารัฐจะต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บอากรนำเข้าปีละหลายล้านบาท แต่ประเด็นนี้กระทรวงการคลังเป็น ผู้ชี้แจงว่า การชดเชยภาษีจะได้คืนมาทั้งหมดจากการขายรถไฮบริดซึ่งผู้จำหน่ายต้องลดราคา ขายคิดแล้วตกคันละสองหมื่นกว่าบาท เท่ากับการได้รับการยกเว้น

ไม่มีใครขาดทุน และไม่มีใครได้กำไร.....เมื่อคลังเสนอเข้าที่ประชุม ครม. กระทรวงพลังงานก็ท้วงติงว่าสมควรรัฐพิจารณาทั้งระบบ ไม่เพียงแต่รถยนต์นั่งไฮบริดชนิดเดียว ควรพิจารณาทั้งรถยนต์นั่งใช้พลังงาน อี 85 และรถยนต์นั่งประหยัดพลังงานแบบอีโคคาร์

นายกฯ อภิสิทธิ์และรองนายกฯ กอร์ปศักดิ์เห็นด้วยจึงสั่งให้นำกลับออกไปพิจารณาร่วมกัน 3 กระทรวง ได้แก่ คลังอุตสาหกรรม และพลังงาน และขอให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้(มกราคม 2553)
นี่ก็เป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วงดงามและชอบธรรมด้วยประการทั้งปวง

แต่ผมมองว่านี่ก็เป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งของรัฐบาลโนบิตะ ยืนหยัดอยู่กับคำว่า "เชื่องช้า" ไม่เดินหน้าไปไหน ขาดความเชื่อมั่นและไร้ความเป็นเอกภาพในการทำงาน

ต่างคนต่างทำ ต่างพรรคต่างมองกันตาไม่กะพริบ ท่านทำอะไรหนอ ได้อะไรหนอ ฉันได้อะไรหนอ......อนิจจัง....ขอรับคุณ

แม้ท่านนายกฯ กำหนดให้การพิจารณารอบใหม่แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับประกันได้ว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จตามที่นายกฯ กำหนด

ผมไม่ได้สนใจว่างานนี้โตโยต้าจะเสียหายหรือไม่เสียหายเพราะผมเป็นเพียงผู้ บริโภคคนหนึ่ง แต่ผมไม่ชอบใจการทำงานของรัฐบาล ทำเหมือนว่าประเทศนี้ไม่ต้องการการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติอีกต่อไป
หวยออนไลน์ท่านก็ไม่เอา ลงทุนผลิตรถประหยัดพลังงานก็ยังไม่เอาอีก

ใครก็ไม่ทราบเคยบอกผมว่าเศรษฐกิจในประเทศสามารถเดินไปได้ด้วยตัวของมันเอง โดยไม่เกี่ยวกับงานทางการเมือง ถึงวันนี้ผมก็ชักสงสัยว่าหลักการนั้นหากต้องมาเจอรัฐบาลโนบิตะเข้าแล้ว หวยจะออกยังไง.

ข่าว ยกเลิกหวยออนไลน์ จาก บ้านเมือง
Continue Reading...

03 ธันวาคม 2552

บ้านเมือง : คุ้ย กงสีรั่ว ปมฆ่าสาวไฮโซ สามีมอบให้เข้าดูแล พบบัญชีรั่วไหลเพียบ

คุ้ย กงสีรั่ว ปมฆ่าสาวไฮโซ สามีมอบให้เข้าดูแล พบบัญชีรั่วไหลเพียบ ทนายฯแฉฟ้อง 26 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีแพ่ง เฮี้ยน!ขยับพวงมาลัย

พบ ประเด็นใหม่ขัดแย้งผลประโยชน์ในตระกูล กรณีบริหารตลาดเนื่องจำนงค์ จำนวน 2 แห่งที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นอกจากนี้ยังมีคดีฟ้องร้องกับช่างรับเหมาถึง 100 ล้านบาท รวมทั้งผู้ที่ซื้อบ้านแต่ผู้ตายกลับไม่โอนบ้านให้ เนื่องจากมีหนี้สินกว่า 100 ล้าน จึงเกิดการฟ้องร้องกันขึ้นหลายคดี ด้านทนายเผย ไม่น่าใช่เรื่องคดีฟ้องร้อง เพราะที่ผ่านมาใช้วิธีการประนีประนอมกัน ตร.ได้วงจรปิด 8 จุด เตรียมตรวจสอบหาข้อมูล ปทีป กำชับทีมสืบเร่งคลี่คลายคดีลอบยิง นางสุนัทที โยงเรื่องส่วนตัวและขัดแย้งธุรกิจ ด้านกองปราบสั่งตรวจทะเบียนประวัติอาชญากร และสอบผู้ใช้อาวุธปืน เชื่อเป็นมือปืนหน้าใหม่ ตำรวจโรงพักอุดมสุขตื่น เจอวิญญาณเฮี้ยนพวงมาลัยรถคนตายขยับเอง

จากกรณีที่ นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ อายุ 45 ปี ปธ.กก.และ กก.ผอ.ใหญ่ กลุ่มบริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป และเป็นภรรยาของ พล.ต.ต.ปิยะพงษ์ เนื่องจำนงค์ อดีต รอง ผบช.น. ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนประกบยิง 3 นัด จนเสียชีวิต บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า ถนนสุขาภิบาล 2 ซอย 11 ขณะกำลังขับรถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีย์ 7 สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ณต-356 กทม.ออกจากหมู่บ้าน เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ธ.ค.52 พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย เจ้าหน้าที่ชุดขีปวิถี สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ เดินทางเข้าตรวจสอบรถเก๋งยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีย์ 7 สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌต-356 กทม. ของนางสุนัทที อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเบื้องต้นพบ ร่องรอยการยิงบริเวณกระจกทั้ง 3 นัด โดยกระสุนชุดแรก คือนัดที่ 1-2 นั้น ทำกระจกแตกไปแล้ว ส่วนนัดที่ 3 ยังมีร่องรอยคาอยู่เป็นรูอยู่ที่กระจก คาดว่าร่องรอยกระจกที่แตกไปนั้น คนเห็นเหตุการณ์น่าจะเข้ามาช่วยเหลือนางสุนัทที โดยการทุบกระจกและนำตัวผู้ตายส่งโรงพยาบาล

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเดิมได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจหาวิถีกระสุนอีกครั้ง โดยใช้รถของสื่อมวลชนติดสติกเกอร์ที่กระจกด้านขวาฝั่งคนขับแทนรถของ นางสุนัทที และจำลองวิถีกระสุนโดยใช้อุปกรณ์ที่ใช้ในราชการวัดวิถีกระสุน พร้อมทั้งจำลองท่ายืนยิงสูงประมาณ 30 องศา ในการยิง 2 นัดแรก และรถก็ไหลไปอีกประมาณ 1 เมตร ก่อนที่คนร้ายจะยิงนัดที่ 3 จนรถไหลไปชนกับป้ายซอยสุขาภิบาล 2 แยก 16 ฝั่งตรงข้ามจนหัก ซึ่งการตรวจหาวิถีกระสุนในวันนี้เป็นการตรวจเก็บพิกัดกระสุนคนร้ายเพื่อ วิเคราะห์ว่า มือปืนมีเพียงคนเดียวหรือมีหลายคน

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน พงส.บก.น.4 เดินทางไปบริษัท ที่ปรึกษากฎหมายสกุลธัญ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด เลขที่ 2210/60 แขวงช่องนนทรี เขตยานาวา กทม. เพื่อทำการสอบปากคำ นายประจวบ สิงห์แก้ว ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย บริษัทดังกล่าว และดูแลด้านคดีความของ บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท ลิฟวิ่ง ลากูน จำกัด

โดย นายประจวบ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ขณะนี้มีคดีที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องในศาลทั้งหมด 22 คดี และเตรียมฟ้องร้องอีก 4 คดี ซึ่งทางตนเป็นฝ่ายถูกฟ้องร้องจำนวน 23 คดี และตนเป็นฝ่ายฟ้องร้องเองจำนวน 3 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรณีผู้รับเหมาก่อสร้างผิดสัญญา ไม่ทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด กรณีไม่จ่ายค่าส่วนกลาง กรณีไม่ปลูกบ้านตามระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งการตกแต่งบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ฝ่ายผู้เสียหายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายคดีละประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนคดีที่ทางบริษัทฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมูลค่ามากที่สุดประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งตนก็ไม่ได้ให้น้ำหนักคดีไหนเป็นพิเศษ ที่จะเป็นมูลเหตุในการสังหาร ซึ่งที่ผ่านมาจะใช้วีธีประนีประนอมกันมากกว่า

ด้าน พ.ต.อ.อาณัติ กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายประจวบ ทราบว่าคดีที่ฟ้องร้องกันส่วนใหญ่อยู่ในศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลจังหวัดเพชรบุรี รวมทั้งศาลในเขตท้องที่ กทม. ซึ่งเบื้องต้น นายประจวบ ได้ให้การว่าไม่น่าจะใช่เรื่องประเด็นความขัดแย้งในส่วนของคดีความที่อยู่ ระหว่างการฟ้องร้องกันในศาล เนื่องจากส่วนใหญ่จะใช้วิธีประนีประนอมกัน ส่วนประเด็นการสังหารน่าจะเป็นมูลเหตุเรื่องอื่นมากกว่า ทั้งนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน บก.น.4 ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางก่อเหตุและหลบหนี ซึ่งสามารถเก็บมาได้ทั้งสิ้น 8 จุด โดยหลังจากนี้จะได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีข้อมูลอะไรเพิ่ม เติมบ้าง

มีรายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่พบประเด็นความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ตระกูลเนื่องจำนงค์ ในการบริหารธุรกิจตลาดเนื่องจำนงค์ ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวน 2 แห่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ ตลาดดังกล่าวมีญาติพี่น้องในตระกูลดูแลอยู่ หลังจากนั้นทางบิดาของ พล.ต.ต.ปิยะพงษ์ เนื่องจำนงค์ ก็ได้ยกให้ พล.ต.ต.ปิยะพงษ์ ดูแลแทน ซึ่ง พล.ต.ต.ปิยะพงษ์ จึงให้ นางสุนัทที เป็นคนดูแลอีกทอดหนึ่ง หลังตรวจสอบพบว่ามีเงินรั่วไหลออกข้างนอก จน นางสุนัทที ต้องเข้ามาดูแลกิจการเอง จากนั้นก็มีจดหมายข่มขู่มาถึง นางสุนัทที เมื่อประมาณเดือน ส.ค.52

มีรายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ยังพบว่า นางสุนัทที มีคดีฟ้องร้องกับผู้รับเหมาคนหนึ่ง ซึ่งมีมูลค่าถึง 100 ล้านบาท นอกจากนี้โครงการหมู่บ้าน ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า ของ นางสุนัทที ซึ่งมีผู้ที่ซื้อไปและจ่ายเงินจนครบ แต่ นางสุนัทที กลับไม่โอนบ้านให้ เนื่องจาก นางสุนัทที มีปัญหากับทางธนาคาร เรื่องหนี้สินกว่า 100 ล้านบาท

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.กล่าวเปิดเผยถึงความคืบหน้าการคลี่คลายคดีสังหาร นางสุนัทที ว่า เรื่องนี้ได้สั่งการเร่งรัดดำเนินคดีโดยมอบหมายให้กองปราบ และ บช.น.ร่วมกันทำงาน โดยมี พล.ต.ท.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รรท.ที่ปรึกษา (สบ 10) ควบคุมดูแล และประชุมติดตามความคืบหน้าโดยตลอด ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะหนึ่งก่อน ไม่ได้ตีกรอบเรื่องเวลาแต่ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด

“ส่วนประเด็น การสังหารนั้น ขณะนี้พุ่งเป้าไปที่เรื่องส่วนตัว และเรื่องธุรกิจ แต่ยังไม่ได้มีกรอบชัดเจนว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคาดเดาสาเหตุตามที่เป็นข่าว ถึงแม้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะกำชับให้เร่งดำเนินคดีแต่พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน” พล.ต.อ.ปทีป กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รรท.ผบก.ป.กล่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้แบ่งหน้าที่ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบก.ป.ดูแล เนื่องจากมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มมือปืน โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร และตรวจสอบผู้ใช้อาวุธปืน ซึ่งจะเน้นไปที่บุคคลเพศชาย อายุไม่เกิน 30 ปี นอกจากนี้ยังติดต่อไปยังทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นมือปืนมือใหม่ที่ทำการฝึกฝนฝีมือเพื่อขึ้น เป็นมือปืนระดับพระกาฬ ทั้งนี้ คาดว่า สาเหตุการลอบยิงครั้งนี้น่าจะมาจากการทวงหนี้ และการล้างแค้นทางธุรกิจ ซึ่งอาจมีเรื่องอารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวข้องด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.สน.อุดมสุข ได้เดินทางไปสอบปากคำเลขาของ นางสุนันที แต่ยังไม่สามารเปิดเผยรายละเอียดได้ นอกจากนี้เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.อุดมสุข ซึ่งเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้ออกมายืนเล่นที่หน้าโรงพัก ก็สังเกตเห็นว่าพวงมาลัยของรถนางสุนัททีเกิดขยับไปมาได้เอง ซึ่งเรื่องดังกล่าวจึงเป็นที่โจษขันของตำรวจใน สน.อุดมสุข ว่าวิญาณผู้ตายอาจะเฮี้ยนขึ้นมาก็ได้

ที่มา ข่าวอาชญากรรม ข่าวสุนัทที จาก บ้านเมือง
Continue Reading...

01 ธันวาคม 2552

บ้านเมือง : ผัวฟันธงปมธุรกิจสั่งตาย'สุนัทที' แฉสะกด 2 สัปดาห์ ได้เค้าโฉมมือลั่นไก

นายกฯ สั่งตำรวจไล่ล่ามือสังหารนักธุรกิจสาวไฮโซ ประธาน “ไพร์ม เนเจอร์” ให้ได้ ด้าน ตร.มุ่งปมความขัดแย้งทางธุรกิจเป็นชนวนหลัก พร้อมนำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปสเกตช์ภาพคนร้ายแล้ว เชื่อมือปืนอาชีพ ลั่นไก 3 นัดเข้าเป้าอย่างแม่นยำ ขณะที่มีรายงานข่าว ระบุ ตำรวจพบหลักฐานคนร้ายผูกเปลนอนซุ่มดูความเคลื่อนไหวของเหยื่อมาถึง 2 อาทิตย์ ญาติรับศพบรรยากาศสุดเศร้า ขณะที่ชุดคลี่คลายคดีถกเข้มไล่ล่ามือสังหาร ทางด้าน “พล.ต.ต.ปิยะชาติ เนื่องจำนงค์” ควงทนายความส่วนตัวของภรรยาเข้าให้ปากคำเชื่อสาเหตุจากผู้ตายทำธุรกิจเชิงเหนือชั้นคู่แข่ง ทางด้านกองปราบฯ ค้นข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อหาข้อมูล

จากกรณีที่ นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ อายุ 45 ปี ปธ.กก.และ กก.ผอ.ใหญ่ กลุ่มบริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด ภรรยา พล.ต.ต.ปิยะชาติ เนื่องจำนงค์ อดีต รอง ผบช.น. ถูก 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนดักซุ่มยิงภายในรถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ฌต-1356 กทม. ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดบริเวณทางเข้าหมู่บ้านไพร์มเนเจอร์ วิลล่า ถนนสุขาภิบาล 2 ซอย 11 เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (29 พ.ย.) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พ.ย.52 พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้นำพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ พร้อมทั้งนำตัวไปสเกตช์ภาพคนร้ายที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อนำมาพิจารณาดูว่าจะสามารถออกหมายจับตามภาพสเกตช์ได้หรือไม่ สำหรับวัตถุพยานซึ่งเป็นหัวกระสุนขนาด .38 จำนวน 3 หัว ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพและมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี

พ.ต.อ.อาณัติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นการสังหารได้ให้น้ำหนักไปในเรื่องขัดแย้งธุรกิจทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด โดยทั้งนี้ฝ่ายสืบสวนนครบาลได้เข้าไปเก็บรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของผู้ตายในหมู่บ้านดังกล่าวแล้ว ส่วนฝ่ายสืบสวน บก.น.4 จะลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ เพื่อสำรวจเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง เชื่อว่าน่าจะมีข้อมูลหรือเบาะแสอะไรบ้างบางอย่าง ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกับทนายความของผู้ตายพบว่า ผู้ตายมีคดีฟ้องร้องถึง 30 คดี แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.น.4 ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน บก.น.4 ลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดภายในที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งบริเวณภายในซอยสุขาภิบาล 2 ซอย 11 ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเข้าไปในซอยประมาณ 200 เมตร พบว่ามีเปลแขวนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีหนังสือฉบับวันที่ 17 พ.ย.52 ตกอยู่ ใกล้กันพบก้นบุหรี่ยี่ห้อสายฝนตกอยู่1 มวน พร้อมทั้งซองบุหรี่ ซึ่งจากการสอบถามพยานใกล้เคียงทราบว่าเห็นคนร้ายทั้ง 2 คน มาผูกเปลนอนเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าเป็นคนงานมานอนเล่น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะมาซุ่มดูลาดเลาอยู่บริเวณดังกล่าว เป็นเวลานาน เพื่อเก็บข้อมูลอะไรบางอย่าง ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สรรหกิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.อุดมสุข กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่ว่าผู้ตายเคยเข้าแจ้งความว่าถูกขู่ฆ่าในท้องที่ สน.อุดมสุข นั้น ความจริงแล้วเป็นท้องที่ของ สภ.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากบ้านผู้ตายอยู่ในละแวกดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปิยะชาติ เนื่องจำนงค์ อดีตรอง ผบช.น. สามีนางสุนัทที และทนายความส่วนตัวของผู้ตายเดินทางเข้าให้ปากคำต่อ พงส.สน.อุดมสุข โดยทั้ง 2 คน ปักใจเชื่อว่า สาเหตุการสังหารมาจากเรื่องธุรกิจที่ผู้ตายมักจะดำเนินกิจการในลักษณะเหนือคู่แข่งมาตลอด ทั้งคดีที่ผู้ตายถูกฟ้องและเป็นฝ่ายฟ้อง เนื่องจากการทำธุรกิจกว่า 30 คดี เป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้เป็นข้อมูล เพื่อสาวไปยังกลุ่มคนร้ายที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจ

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.ปิยะชาติ เนื่องจำนงค์ อดีต รอง ผบช.น.พร้อมลูกชายและลูกสาว เดินทางมารับศพนางสุนัทที เนื่องจำนงค์ โดย พล.ต.ต.ปิยะชาติ ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า เสียใจเก็บตัวอยู่ในห้องประกอบพิธีศพ และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก สตช. กล่าวว่า แพทย์ได้ชันสูตรศพของนางสุนัทที พบว่าหัวกระสุนซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดี จำนวน 2 หัว ฝังอยู่บนตัวศพ ที่บริเวณไหปลาร้าด้านซ้ายและตรงหน้าอก ซึ่งแพทย์สามารถผ่าออกมาได้ อยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยจะส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจหาชนิดของกระสุนไปประกอบสำนวน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตคือ กระสุนนวน 1 นัด ที่ผ่านทะลุขั้วหัวใจทำให้เสียชีวิตในทันที โดยคนร้ายลั่นกระสุนปืนในระยะกระชั้นชิดทางด้านขวาของผู้ตาย และกระสุน
พุ่งทะลุกระจกถูกผู้ตาย 3 นัด

พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อไปว่า คดีนี้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ได้สั่งการทันที่ทีทราบเหตุโดยให้ พล.ต.ท.ภานุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รรท.ที่ปรึกษา สบ 10 ซึ่งดูแลการทำงานของ บช.น.และ บช.ก.ให้ติดตามการทำงานของคดีนี้อย่างใกล้ชิด และให้พนักงานสอบสวนรายงานให้ทราบเป็นระยะ นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็กำชับต้องจับคนร้ายให้ได้ เพราะเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ สะเทือนขวัญ พฤติกรรมของคนร้ายมีลักษณะเป็นมือปืนรับจ้าง และผู้ตายก็เป็นสตรี

“จากการพูดคุยกับ พล.ต.ต.ปิยะชาติ ก็ยังยืนยันถึงสาเหตุเดิม คือ เรื่องธุรกิจ แต่ทั้งนี้ จะมีสาเหตุใดเพิ่มเติมก็คงให้พนักงานสอบสวนทำงานก่อน การเปิดเผยอะไรไปตอนนี้ อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีได้ สำหรับ พล.ต.ต.ปิยะชาติ ก็สามารถร้องขอกับพนักงานสอบสวนให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุ้มครองความปลอดภัยได้” พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าว

ก่อนหน้านี้ ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 บช.น. พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รรท.ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.สัณฐานชยนนท์ รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส. พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.น.4 พ.ต.อ.ประยนต์ ลาเสือ รรท.ผบก.กต.9 จต. พ.ต.อ.อาณัติเกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒน์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.สรรค์หกิจบำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.สน.อุดมสุข พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ช่วยราชการ รอง ผกก.1บก.ป. พร้อมฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมประชุมหาแนวทางการติดตามคนร้ายในคดีดังกล่าว

ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. เป็นห่วงในคดีนี้มาก จึงได้สั่งการให้ตนประสาน บช.ก. และ บช.น. ในการติดตามคนร้าย เท่าที่ประชุมวันนี้เป็นการสรุปพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยได้ประชุมและแบ่งงานกันทำ เชื่อว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ แต่ขอเวลาตำรวจทำงานสักระยะหนึ่ง ในส่วนของที่เกิดเหตุได้ภาพสเกตช์ และหลักฐานอาวุธปืน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นขนาด .38 โดยในส่วนของสาเหตุก็เริ่มชัดเจนขึ้น และตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ส่วนชนวนการสังหารในครั้งนี้เดี๋ยวจับกุมคนร้ายได้ก็จะรู้สาเหตุ โดยขณะนี้มุ่งประเด็นไปถึงธุรกิจที่ผู้ตายทำ

ด้าน พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า เราคงไม่ใช่ซินแสหรือหมอดูว่าจะจับได้เมื่อใด พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ ก็เร่งรัดเต็มที่ ตอนนี้กำลังตรวจสอบพยานหลักฐานให้แน่ชัดและรัดกุมมากกว่านี้เพื่ออนุมัติขอออกหมายจับคนร้าย ส่วนซุ้มมือปืนต่างๆ กำลังตรวจสอบอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น พล.ต.ท.สัณฐาน ได้เผยแพร่ภาพสเกตซ์คนร้ายทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นลักษณะสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าส่วนอื่น เหลือเพียงตาและสันจมูกเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รรท.ผบก.ป. กล่าวว่า ทาง พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.ป.ร่วมสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าวร่วมกับทาง บช.น.เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิรอง ผบก.ป. จัดชุดสืบสวนเร่งสำรวจประวัติอาชญากรคดีฆ่าและพยายามฆ่า คดีครอบครองอาวุธปืนของกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 30ปีทั้งหมด รวมทั้งประสานข้อมูลจากเรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ หลังจากมีข้อมูลเบื้องต้นว่า คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นใช้รถ จยย.
เป็นพาหนะในการก่อเหตุ

พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของบริษัท ห้างร้านในพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุ ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้ในการหลบหนี และสืบหาพยานแวดล้อมที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ก็จะประสานกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ในเครือข่ายต่างๆ เพื่อตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ในช่วงเวลาเกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะประสานข้อมูลกับตำรวจท้องที่ต่อไป โดยเชื่อว่าน่าจะติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ได้อย่างแน่นอน
Continue Reading...
 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template