ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูไบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูไบ แสดงบทความทั้งหมด

01 ธันวาคม 2552

อินโฟเควสท์ : อินโดนีเซียเตือนบริษัทก่อสร้างจับตาวิกฤตดูไบเวิลด์ก่อนขยายการลงทุนในดูไบ

กระทรวงวิสาหกิจของอินโดนีเซียเตือนบริษัทของรัฐบาลอินโดนีเซียที่เข้าไป ทำธุรกิจในดูไบให้ติดตามความเคลื่อนไหวของวิกฤตการณ์หนี้สินของบริษัท ดูไบ เวิลด์ และผลกระทบที่เกิดจากการเลื่อนชำระหนี้ของดูไบ เวิลด์ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในระยะต่อไป

นายซาอิ ดีดู รมว.วิสาหกิจกล่าวกับหนังสือพิมพ์จาการ์ต้าโพสต์ของอินโดนีเซียในวันนี้ว่า มีบริษัทก่อสร้างของรัฐบาลอินโดนีเซียหลายแห่งที่เข้าไปลงทุนในโครงการ สาธารณูปโภคในดูไบ อาทิ บริษัท พีที อาด์ฮี การ์ยา และบริษัท พีที วีจายา การ์ยา ทั้งนี้ นายดีดูเตือนว่าบริษัทก่อสร้างของรัฐควรระงับหรือเลื่อนแผนการขยายการลงทุน ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง รวมถึงดูไบ ซึ่งเป็นหนึ่งในนครรัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

จาการ์ต้าโพสต์ระบุว่า บริษัทก่อสร้างของรัฐบาลอินโดนีเซีย รวมถึง พีที อาด์ฮี การ์ยา และพีที วีจายา การ์ยา อาจชะลอแผนขยายการลงทุนในยูเออีเพราะวิตกกังวลเรื่องผลกระทบที่เกิดจากภาระ หนี้สินของดูไบ เวิลด์ ของรัฐบาลดูไบ หลังจาก ดูไบ เวิลด์ ซึ่งมีหนี้สินรวม 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์ วางแผนเลื่อนการชำระหนี้จำนวน 3.5 พันล้านดอลลาร์ซึ่งครบกำหนดในเดือนธ.ค.ที่จะถึงนี้ ออกไปเป็นเดือนพ.ค.ปีหน้า ซึ่งถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่สุดในรอบ 8 ปี ซึ่งข่าวดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก

ทั้งนี้ บริษัท อาด์ฮี การ์ยา เพิ่งเสร็จสิ้นงานก่อสร้างอพาร์เมนท์ 35 ชั้นในเขตอัล-บูจีในดูไบ ซึ่งเป็นทาวเวอร์คอมเพล็กซ์ที่สูงที่สุดในโลก โดยทางบริษัทกำลังมองหาลู่ในโครงการอื่นๆในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงโครงการกว่า 106 ล้านดอลลาร์ในโอมาน ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท อาด์ฮี โอมาน ขณะที่บริษัท วีจายา การ์ยา ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างใหม่ 2 โครงการที่จะเริ่มต้นในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งหนึ่งในโครงการดังกล่าวคือการสร้างโรงงานพลังงานที่มีกำลังการผลิต 2 x 500 เมกกะวัตต์ในซาอุดิอาระเบีย สำนักข่าวซินหัวรายงาน
Continue Reading...

อินโฟเควสท์ : นายกฯ เผยนำ กม.ค้าปลีกฯ-ให้เอกชนเดินรถไฟฟ้าสีม่วง เข้าครม.ศก.พรุ่งนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจวันพรุ่งนี้(2 ธ.ค.) จะมีการพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง รวมถึงกรณีการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง และการรายงานการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจของไทยต่อกรณีปัญหาของดูไบเวิลด์ ด้วย

ส่วนกรณีการต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ซึ่งจะครบกำหนดในสิ้นเดือนนี้นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณา เนื่องจากอยู่ระหว่างการให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาการปรับความเหมาะสมของ แต่ละมาตรการ แต่ยืนยันว่า ครม.จะพิจารณาให้เสร็จทันก่อนถึงกกำหนดในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้
Continue Reading...

อินโฟเควสท์ : ภาวะตลาดหุ้นเกาหลีใต้:คอมโพสิตปิดบวก 14.12 จุด หลังนลท.คลายวิตกปัญหาในดูไบ

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้ นำโดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิพคอมพิวเตอร์และหุ้นกลุ่มที่มีทุนจดทะเบียนสูงใน ตลาดเช่นหุ้นซัมซุง อิเล็กทรอนิก์ และหุ้นแอลจี ดิสเพลย์ ขณะเดียวกันนักลงทุนไม่มีปฏิกิริยาต่อความเคลื่อนไหวของดูไบ เวิลด์ ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้

โดยดัชนีคอมโพสิตไต่ระดับขึ้น 14.12 จุด หรือ 0.91% ปิดที่ 1,569.72 จุด มีปริมาณการซื้อขายที่ 297.4 ล้านหุ้น มูลค่า 4.4 ล้านล้านวอน (3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

นักวิเคราะห์กล่าวว่า นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเรื่องวิกฤตการณ์หนี้สินในดูไบ เวิลด์ หลังจากที่ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกาศจัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อ เสริมสภาพคล่องให้กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศ

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มยานยนต์ปิดเคลื่อนไหวในแดนบวกถ้วนหน้าทั้งหุ้นฮุนได มอเตอร์ และหุ้นเกีย มอเตอร์

หัวข้อ ข่าวดูไบ ข่าวต่างประเทศ ข่าวการเงิน ข่าวการลงทุน
Continue Reading...

Bangkok Post : No debt guarantee, say Dubai leader



No debt guarantee, say Dubai leaders - Thai investment in emirate only $140m

The Dubai government disclaimed responsibility for the debts of its Dubai World conglomerate yesterday, crushing earlier assumptions by creditors that the Arab emirate would guarantee its liabilities.

"Creditors need to take part of the responsibility for their decision to lend to the companies," said Abdulrahman al-Saleh, Dubai's finance director-general.

"They think Dubai World is part of the government, which is not correct."

United Arab Emirates stocks plunged yesterday as investors waited for clarity on Dubai's request for a six-month delay on repaying billions of dollars in debt issued by Dubai World and and its Nakheel unit, developer of three huge palm tree-shaped islands.

"The government is the owner of the company, but since its foundation it was established that the company is not guaranteed by the government," Mr Saleh explained on Dubai Television.

"It deals with all parties on this basis and it borrows based on ... its projects and not the guarantee of the government."

Mr Saleh said market reaction to last Wednesday's announcement by Dubai World was exaggerated.

"The restructuring is a wise decision that is in the interest of all parties in the long term but might bother creditors in the short term," he declared.

The standstill agreement would affect about $5.7 billion of debt due to mature before the end of May.

Asian markets closed mostly higher yesterday as investors welcomed reports over the weekend that the United Arab Emirates' central bank would provide liquidity to UAE banks.

The Stock Exchange of Thailand index rose 1.28%, gaining 8.70 points to close at 689.07 points. Trading was moderate with 19.88 billion baht worth of stock trading hands.

Hong Kong gained 3.25% yesterday, Seoul rose 2.04% and Tokyo rose 2.91%.

The SET index lost 0.78% on Friday as most world markets tumbled on concern that Dubai World was seeking to delay $60 billion in debt payments.

But Dubai stocks dropped 7.3% yesterday and Abu Dhabi fell 8.3% as trading resumed after a four-day break for the Eid holiday. The two markets have shed about $10 billion of their market capitalisation.

Trading almost froze in both markets amid high offers to sell and negligible offers to buy. The Dubai market registered only 37.5 million dirhams (US$10.2 million) in turnover - about 10% of the average daily trade this year.

"This was expected because markets have panicked over exaggerated reports in the western media," said analyst Hamam al-Shamaa of Al-Fajr Securities.

"We expect to see many foreign portfolios withdrawing from the market. Their exit obviously terrifies local investors. I do not expect investors to enter the market. Tomorrow will most likely be a similar day."

The markets start another four-day holiday on Wednesday.

The Dubai World property unit Nakheel, builder of the iconic Palm Jumeirah artificial island, added to the gloom by asking yesterday to suspend trading of its sukuks, or Islamic bonds, listed on the Dubai-based NasdaqDubai exchange. A key loan affected by Dubai World's planned debt moratorium is a Nakheel issue of $3.5 billion in sukuks scheduled to mature on Dec 14.

Dubai's property market has fallen by 50% from its peak as growth has collapsed amid the global credit crunch and recession.

In any case, the domestic impact of the Dubai crisis is expected to be limited.

Suchart Sakkankosone, a senior official of the Bank of Thailand, said total Thai investment in Dubai amounted to only $140 million.

Dheerasak Suwannayos, president of the Islamic Bank of Thailand, said that if the Dubai debt woes are protracted, it could hurt efforts by Thailand to launch sukuk bonds.

Thailand had hoped to raise up to 100 billion baht from sukuk bonds aimed at Middle Eastern investors in the second half of 2010.

Source: Dubai news, Dubai World, United Arab Emirate (UAE), Financial news, Investment news at Bangkok Post.
Continue Reading...

เดลินิวส์ : ดู.. ดู๊.. ดู.. ดูไบเวิลด์

หลายคนคงเคยได้ไปเห็นกับตา หรือได้รับ forward mail บอกเล่าความยิ่งใหญ่อลังการของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร เบิร์จ ดูไบ (Burj Dubai) ที่ครองตำแหน่งอาคารสูงที่สุดในโลกเวลานี้ หรือ หมู่เกาะต้นปาล์ม (Palm Islands) อันเป็นเกาะที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างของมนุษย์ หาใช่เกิดเองตามธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างน่าอัศจรรย์อีกมากมาย ที่ผุดขึ้นราวกับเนรมิตท่ามกลางอากาศอันแสนร้อนระอุของทะเลทราย

อันที่จริง ดูไบซึ่งเป็น 1 ใน 7 รัฐที่รวมตัวกันเป็น สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ (UAE) ไม่ ใช่รัฐที่ร่ำรวยที่สุดแต่อย่างใด ทรัพยากรสำคัญคือน้ำมันก็มีน้อยที่สุด แต่กลับเป็นรัฐที่มีคนรู้จัก เคยได้ยินกิตติศัพท์ชื่อเสียงมากกว่ารัฐอื่น ๆ

เพราะนอกจากสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่มากมายแล้ว อย่างน้อย ก็จากคำเรียกประเภทของ น้ำมันดิบดูไบ ที่ใช้เป็นราคาอ้างอิงของน้ำมันดิบในบ้านเรามานาน (ทั้งที่ความจริง ราคา น้ำมันดิบดูไบ ที่เราใช้อ้างอิงอยู่นี้ เป็นราคาที่ ตลาดสิงคโปร์ ไม่ใช่ที่ดูไบ..!)

ว่ากันว่า ชื่อเสียงของดูไบ เกิดขึ้นจากความมีหัวเป็นนักธุรกิจของ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิต อัล มาคทูม (Shiekh Mohammed bin Rashid Al Maktoum) เจ้าครองนครรัฐดูไบ ซึ่งเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีของนครรัฐแห่งนี้ และเป็นรองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย

โครงการอย่าง หอคอยระฟ้า เบิร์จ ดูไบ และหมู่เกาะต้นปาล์ม ก็ล้วนเป็นการลงทุนของบริษัทดูไบเวิลด์ ซึ่งเป็นของรัฐบาลทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ดูไบยังวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางการค้าและธุรกิจของตะวันออกกลาง มีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัย ร้านค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ สำนักงานการค้า การลงทุน ท่าเรือพาณิชย์ และอื่น ๆ มากมาย ไม่ต่างกับสิงคโปร์แห่งตะวันออกกลางนั่นทีเดียว

ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิต อัล มาคทูม ยังหอบเงินทุนข้ามน้ำข้ามทะเลไปซื้อทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาอีกนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จนถึงหลังวิกฤตที่ราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ในอเมริกาถูกลงมาก ก็ยังซื้อไม่หยุด..

สัญญาณเตือนว่าดูไบกำลังจะย่ำแย่ ไม่ได้เกิดเฉพาะจากการขาดทุนในสินทรัพย์ที่ไปลงทุนในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แม้แต่ในดูไบเอง ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่บูมขึ้นผิดปกติ ก็เริ่มฝ่อแฟบลงตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยตกลงไปถึงเกือบ 50%

โครงการ ต่าง ๆ ที่ผุดขึ้น เริ่มกลายเป็นฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ เหมือนที่เคยเกิดตอนปี 2540 ที่ประเทศไหนสักประเทศ แถว ๆ นี้ยังไงก็ไม่รู้..!

ตอนนี้ บรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก ต่างวิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานา ว่า ดูไบเวิลด์จะพ่นพิษรุนแรงแค่ไหน โดยหลายคนตั้งความหวังไว้ว่า อาบูดาบี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ UAE จะยื่นมือเข้ามาช่วยโอบอุ้ม..

ความจริงแล้ว อาบูดาบี กับดูไบ รวมทั้งอีก 5 รัฐที่เหลือของ UAE ต่างเป็นอิสระแยกจากกัน ตอนที่ดูไบกำลังบูม บรรดารัฐเพื่อนบ้านต่างจับตามองอย่างอิจฉาตาร้อน ระคนหมั่นไส้นิด ๆ แต่พอเกิดปัญหาขึ้นก็คงอดที่จะเข้ามาช่วยกอบกู้ไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะเกรงว่าบาดแผลนั้นจะลุกลามมาถึงตัวเองด้วย..

สำหรับบ้านเรา ธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงและอาจจะถูกกระทบบ้าง คงไม่ใช่น้ำมัน แต่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีอย่างน้อยสองรายที่เคยเข้าไปรับงานในดูไบ ได้แก่ เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) และ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD)

ทั้งสองบริษัทออกมาชี้แจงแล้วว่า ขณะนี้ไม่ได้ทำงานในดูไบแล้ว แต่มีหนี้เก่าที่ยังไม่ได้รับชำระประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่มาก และได้ตั้งสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

ตอนนี้ ที่คนไทยบางกลุ่มกำลังรอลุ้นอยู่ ก็คงจะมีเพียงเรื่องเดียว คือ ปัญหาของแขกดูไบ จะมีผลอย่างไรกับ อดีตผู้นำรัฐบาล ที่หลบลี้หนีภัยไปอาศัยอยู่แถว ๆ นั้นหรือไม่..?!

โดย คุณนายทอม email: khunnaitom@gmail.com

ที่มา ข่าวดูไบ ข่าวสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ (UAE) ข่าวการเงินการลงทุน ข่าวต่าวประเทศ จาก เดลินิวส์ออนไลน์
Continue Reading...

กรุงเทพธุรกิจ : นักวิเคราะห์ฟันธง 'ดูไบ' ยังไม่พ้นวิกฤติ

รัฐบาลสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ เสนอให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ภาคธนาคาร เป็นขั้นตอนแรกในการคลายความกังวลที่ว่าบริษัทสำคัญ 2 แห่ง ผิดชำระหนี้

รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เสนอ ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ภาคธนาคาร ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกในการคลายความกังวลที่ว่า บริษัทสำคัญ 2 แห่ง ของนครรัฐดูไบผิดนัดชำระหนี้ และอาจกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่นักวิเคราะห์มองว่าการที่ธนาคารกลางยูเออี ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเป็นมาตรการที่ต้องทำ และเป็นแค่การดำเนินการในขั้นต้นเท่านั้น

นายราจ มัดฮา นักวิเคราะห์ภาคธนาคารของบริษัท อีเอฟจี เฮอร์มีส กล่าวว่า สิ่งที่ยูเออีทำ ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย และขณะนี้ คณะกรรมาธิการการคลังสูงสุดของดูไบ กำลังประชุมกัน เพื่อกำหนดนโยบายรับมือวิกฤตการณ์ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการประกาศนโยบายที่ชัดเจนออกมา

ตลาดก็มีแนวโน้มที่จะกังวลกับเรื่องนี้ต่อไป

วิกฤติหนี้ดูไบกลายเป็นข่าวที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก เมื่อรัฐบาลดูไบ ประกาศเมื่อวันพุธ (25 พ.ย.) เลื่อนกำหนดการชำระหนี้หลายพันล้านดอลลาร์ของบริษัทดูไบ เวิลด์ และบริษัทนัคฮีล ซึ่งเป็นกิจการอสังหาริมทรัพย์สำคัญในเครือ โดยนัคฮีลเป็นผู้พัฒนาเกาะรูปปาล์ม ที่ได้รับความสนใจจากคนดังและเศรษฐีทั่วโลก

ดูไบ เวิลด์ มีหนี้สิน 59,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนสิงหาคม ถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในยอดหนี้สินทั้งหมดของรัฐบาลดูไบที่ระดับ 80,000 ล้านดอลลาร์ โดยนักลงทุนต้องการทราบว่าการพักชำระหนี้นาน 6 เดือนของดูไบ เวิลด์ และนัคฮีลครั้งนี้ จะเกิดจากความสมัครใจหรือไม่สมัครใจของเจ้าหนี้ ซึ่งถ้าหากเจ้าหนี้ไม่มีโอกาสเลือกในเรื่องนี้ ตลาดก็จะมองว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าวถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้

อย่างไรก็ตาม การเลือกให้ความช่วยเหลือแก่บางบริษัทของดูไบ อิงค์ ซึ่งเป็นเครือข่ายอุตสาหกรรมที่มีรัฐบาลดูไบ ร่วมถือครองกรรมสิทธิ์อยู่ แทนที่จะให้ความช่วยเหลือแบบครอบคลุมในวงกว้าง อาจถือเป็นการเตือนให้นักลงทุนตระหนักถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากมองว่าอาบูดาบี ซึ่งเป็นนครรัฐที่มีความอนุรักษนิยมสูงกว่าดูไบ มีสถานะเหมือนเป็นโครงข่ายความคุ้มครองสำหรับดูไบ

ในสายตาของสื่อมวลชนท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกิจการของรัฐบาล ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อวิกฤตการณ์นี้มากนักในช่วงแรก และหันมาวิพากษ์วิจารณ์สื่อต่างชาติ ว่า ทำให้เหตุการณ์นี้ดูร้ายแรงเกินความเป็นจริง อาทิเช่น หนังสือพิมพ์อัล บายาน ระบุว่า ดูไบเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมสำหรับจุดหมายทางการลงทุน ส่วนหนังสือพิมพ์กัลฟ์ นิวส์ ระบุว่า กระแสความไม่พอใจจากทั่วโลก ที่มีต่อการปรับโครงสร้างของดูไบ เวิลด์ เป็นสิ่งที่รุนแรงเกินความเป็นจริง

ราคาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดดูไบ อาจดิ่งลงอีก 20-30% และจะมีความกังวลมากยิ่งขึ้นในการหาช่องทางระดมทุน หลังจากดูไบเลื่อนเวลาชำระหนี้ของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ นอกจากนี้ การลดการจ้างงานอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สำหรับภาคที่อยู่อาศัยด้วย

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ ของภูมิภาคตะวันออกกลาง ตอกย้ำให้เห็นถึงการขาดความโปร่งใสในเศรษฐกิจภูมิภาคนี้ และตอกย้ำความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงตลาดรัสเซีย กรีซ ไปจนถึงเม็กซิโก

นักวิเคราะห์ กล่าวว่า การที่ข่าวนี้ออกมาในช่วงก่อนวันหยุด เนื่องในเทศกาล Eid al-Adha ของชาวมุสลิม การขาดการสื่อสารกับนักลงทุนในช่วงก่อนหน้านี้ และการขาดแคลนรายละเอียดเกี่ยวกับแผนแก้ปัญหา ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลลบต่อความน่าเชื่อถือของดูไบ

ส่วนมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ให้ความเห็นว่า ดูไบอาจสูญเสียสถานะการเป็นศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และอาจสูญเสียสถานะของศูนย์กลางการค้าและการบริการ อีกทั้ง ยังดับฝันของดูไบที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการธนาคารในภูมิภาค หลังจากมีรายงานว่าดูไบอาจรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอาบูดาบี ซึ่งเป็นเมืองที่มั่งคั่งร่ำรวยจากการขายน้ำมัน

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส คาดว่าหนี้สินของดูไบอาจเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นหนี้เสียราว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยบริษัทนัคฮีล ซึ่งเป็นผู้พัฒนาย่านคฤหาสน์หรูหราบนหมู่เกาะเป็นรูปต้นปาล์ม ที่มีชื่อเสียงของดูไบ เวิลด์ มีหุ้นกู้อิสลามในวงเงิน 3,500 ล้านดอลลาร์ ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 14 ธันวาคม และมีตราสารหนี้ในวงเงิน 3,600 ล้านเดอร์แฮม (980 ล้านดอลลาร์) ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 13 พฤษภาคม 2553

ด้านนางทิเซียนา โบนาพาเซ นักเศรษฐศาสตร์ของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) มองว่าวิกฤติหนี้ที่เกิดขึ้นกับดูไบ เวิลด์ และบริษัทในเครือที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือดูไบ ตอกย้ำถึงความเปราะบางในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในเอเชียส่วนใหญ่จะฟื้นตัวแบบรูปตัววี

เอสแคป คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะเติบโต 6.3% ในปีหน้า หลังจากตอบสนองต่อวิกฤติเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้นโยบายการคลังที่รัดกุม หรือการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับผลพวงจากวิกฤติที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายงานของเอสแคปฉบับนี้ ระบุว่า การฟื้นตัวในระยะยาวของภูมิภาคยังคงขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลประเทศ ต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ที่จะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเวลาที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเกิดภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ และแสวงหากลไกใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจแทนที่ความต้องการจากกลุ่มเศรษฐกิจตะวันตก ที่นับวันจะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

ที่มา ข่าวการเงิน ข่าวการลงทุน ข่าวต่างประเทศ ข่าวดูไบ ข่าวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี UAE) จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Continue Reading...

กรุงเทพธุรกิจ : รัฐบาลดูไบระบุ ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบหนี้ดูไบเวิลด์

รัฐบาลดูไบ เผยว่า รัฐไม่มีหน้าที่รับผิดชอบหนี้สินของดูไบเวิลด์ ทำลายความหวังของบรรดาเจ้าหนี้ที่คิดว่ารัฐบาลจะรับประกันหนี้สิน

นายอับดุลราห์มาน อัล ซาเลห์ อธิบดีกระทรวงพาณิชย์ของดูไบ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ดูไบทีวี หลังจากตลาดหลักทรัพย์ดูไบปิดทำการแล้วว่า เจ้าหนี้ต้องรับผิดชอบจากการตัดสินใจปล่อยสินเชื่อ คนมักคิดว่าดูไบเวิลด์เป็น ส่วนหนึ่งของรัฐบาล ความจริงแล้วไม่ใช่รัฐบาลเป็นเจ้าของก็จริง แต่กลุ่มบริษัทนี้บริหารกิจการและทำธุรกรรมเองมาโดยตลอด ไม่เคยได้รับการรับประกันจากรัฐบาล แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะยังคงชำระคืนหุ้นกู้ของนัคฮีลหรือไม่ นายซาเลห์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

ด้านดูไบเวิลด์ออก แถลงการณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่เป็นข่าวว่า จะปรับโครงสร้างหนี้ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 858,000 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นหนี้ของบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ 2 แห่ง ได้แก่ นัคฮีล และลิมิทเลส แต่ไม่รวมบริษัทอื่นในเครืออย่างดีพีเวิลด์ เจเบลอาลีฟรีโซน และอิสติตห์มาร์เวิลด์ เพราะฐานะการเงินมั่นคง ก่อนหน้านี้ตลาดประเมินยอดหนี้ที่จะปรับโครงสร้างว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.947 ล้านล้านบาท)

นายดาฮี คัลฟัน ทามิม ประธานคณะกรรมการงบประมาณดูไบ กล่าวว่า รัฐบาลมีหนี้สินเพียง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 330,000 ล้านบาท) เท่านั้น อย่านำไปปะปนกับหนี้บริษัทใด ๆ แต่นักวิเคราะห์ของบองก์ เซาดี ฟรานซี เครดิต์ อกริโคล์ กรุ๊ป เห็นว่ารัฐบาลพยายามแยกแยะ แต่ยิ่งสร้างความไม่ชัดเจน

ที่มา ข่าวการเงิน ข่าวการลงทุน ข่าวต่างประเทศ ข่าวปัญาหาการเงินดูไบ จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Continue Reading...

30 พฤศจิกายน 2552

ประชาชาติธุรกิจ : "ดูไบ เวิลด์" What a wonderful world

ข่าว ร้าย เกี่ยวกับ ดูไบ เวิลด์ ทำให้บรรดาเจ้าหนี้นอนไม่หลับ กองหนี้ ภายใต้ฟองสบู่ มากกว่า หรือ น้อยกว่า แสนล้านดอลลาร์ ไม่มีใครตอบได้ ? แต่ย้อนกลับไป อาณาจักร ดูไล เวิล์ด ที่เติบโต ราวกับ เสกสวรรค์ ให้ไปอยู่กลางทะเลทราย ย่อมไม่ธรรมดา อย่างแน่นอน นี่คือ What a wonderful world

ข่าวร้าย เกี่ยวกับ ดูไบ เวิลด์ ทำให้บรรดาเจ้าหนี้นอนไม่หลับ กองหนี้ ภายใต้ฟองสบู่ มากกว่า หรือ น้อยกว่า แสนล้านดอลลาร์ ไม่มีใครตอบได้ ? แต่ย้อนกลับไป อาณาจักร ดูไล เวิล์ด ที่เติบโต ราวกับ เสกสวรรค์ ให้ไปอยู่กลางทะเลทราย ย่อมไม่ธรรมดา อย่างแน่นอน นี่คือ What a wonderful world

ดูไบ ภายใต้การบริหารของ "ชีคโมฮาเหม็ด" ดูไบถูกพลิกโฉมให้เป็นศูนย์กลางการเงินและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของ โลก โดยอาศัยการอัดฉีดเงินมหาศาลเข้าสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค พร้อมยกเว้นภาษี เพื่อทำให้ดูไบกลายเป็นที่พักผ่อนสำหรับคนดังและมหาเศรษฐี หัวใจของการเปลี่ยนแปลงคือ "ภาพลักษณ์" และการเติบโตทุกอย่างล้วนเกิดจาก "หนี้" ทั้งสิ้น

ดูไบประสบความสำเร็จในการดึงผู้ซื้อมาจากทั่วโลก ส่งให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในบางเขตในช่วงปี 2546-2550 พุ่งขึ้นถึงสี่เท่า แต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ราคาอสังหาริมทรัพย์ในดูไบกลับดิ่งแรงถึง 70% ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงัก ต้องลดขนาดแผนสร้างปาล์มไอส์แลนด์ แห่งที่ 3 ขณะที่พักโครงการอีกกว่า 400 โครงการ ที่มีมูลค่ารวมกัน 300 พันล้านดอลลาร์เช่นกัน

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการเติบโตอย่างพรวดพราดของดูไบในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดจากพลังขับเคลื่อนสำคัญอย่าง "ดูไบ เวิลด์" บริษัทโฮลดิ้งของรัฐบาลดูไบ ที่มีสุลต่านอะห์เหม็ด บิน สุลาเย็ม เป็นประธานบริษัท มีการลงทุนหลากหลายทั้งในภาคอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง โลจิสติกส์ และทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ

ดูไบ เวิลด์ มีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ เช่น นาคีล เจ้าของโครงการดังอย่าง "เดอะ เวิลด์" หรือหมู่เกาะ 300 เกาะที่เรียงรายเป็นทวีปต่าง ๆ ของโลก และเกาะรูปต้นปาล์ม ขณะที่ลิมิตเลส เป็นเจ้าของโครงการต่าง ๆ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาเลเซีย เวียดนาม ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และรัสเซีย

ขณะที่อิสทิธมาร์ เป็นบริษัทลงทุนทางการเงิน ที่มีการลงทุนในบริษัทกว่า 50 แห่ง ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรม การเงิน และสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งนี้การลงทุนในหุ้นของบริษัทนี้มีมูลค่าเกิน 2.6 พันล้านดอลลาร์ ในตลาดหุ้นต่าง ๆ ตั้งแต่อเมริกาเหนือไปจนถึงตะวันออกไกล

ส่วนในธุรกิจท่าเรือและต่อเรือ บริษัทโฮลดิ้งยักษ์ใหญ่เป็นเจ้าของดีพี เวิลด์ หนึ่งในบริษัทบริหารท่าเรือรายใหญ่ที่สุดของโลก และดูไบ ดราย ด็อคส์ ที่ทำธุรกิจซ่อมเรือ ต่อเรือ และธุรกิจทางทะเลอื่น ๆ

นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของธุรกิจ "เตจารี" ตลาดออนไลน์แบบบีทูบี สำหรับธุรกิจในตะวันออกกลาง "อีโคโนมิค โซนส์ เวิลด์" ผู้จัดหาโซลูชั่นสาธารณูปโภคด้านโลจิสติกส์และ อุตสาหกรรม "ดูไบ มัลติ คอโมดิตี้ส์ เซ็นเตอร์" ที่ตั้งขึ้นเพื่อปั้นดูไบเป็นฮับการซื้อขายสินค้าคอมโมดิตี้ด้วย

ที่มา ข่าวดูไบเวิลด์ ข่าวการเงิน ข่าวต่างประเทศ จาก ประชาชาติธุรกิจ
Continue Reading...

ประชาชาติธุรกิจ : ดูไบ เวิลด์ ป่วน ! ประกาศยืดหนี้ เรตติ้งทุนเอมิเรตส์รูดแตะ "จังก์บอนด์"

จากกลุ่ม ทุนอาหรับที่ภาคภูมิใจกับคำขวัญ "พระอาทิตย์ไม่เคยตกที่ดูไบ เวิลด์" กลายเป็นอาณาจักรหนี้ท่วม 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และอยู่ระหว่างเจรจาขอขยายเวลาการไถ่ถอน ออกไปจากกำหนดเดิมในช่วงกลางปีหน้า

สำนักงานการคลังของรัฐบาลท้อง ถิ่น ดูไบ รัฐสำคัญ 1 ใน 7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แถลงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า บริษัทดูไบ เวิลด์ กลไกการลงทุนหลักของรัฐ เตรียมเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อขอชะลอการชำระหนี้หุ้นกู้และพันธบัตรอิสลามออกไปก่อน อย่างน้อยถึงวันที่ 30 พฤษภาคมปีหน้า ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงหนี้ในรูปพันธบัตรอิสลาม 3.52 พันล้านดอลลาร์ ออกโดยนาคีล บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ซึ่งมีกำหนดไถ่ถอนตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2552

ดูไบ เวิลด์ เป็น 1 ใน 3 กลไกการลงทุนสำคัญของรัฐ ทำงานคู่ขนานดูไบ โฮลดิ้ง และบรรษัทเพื่อการลงทุนแห่งดูไบ (Investment Corporation of Dubai) นอกเหนือจากมีบริษัทลูกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว บริษัทลูกอื่น ๆ ได้แก่ดีพี เวิลด์ และอิสติธมาร์ บรรษัทเงินทุน ที่มีการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ในสาขาบริการการเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค จนถึงภาคอุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์

การขอขยายเวลาการชำระหนี้เป็นก้าวแรกที่จะนำไป สู่การปรับโครงสร้างธุรกิจในดูไบ เวิลด์ ซึ่งเคยชี้แจงเมื่อเดือนตุลาคมว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุน การดำเนินงานได้มากถึง 800 ล้านดอลลาร์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า และนำไปสู่การปรับลดกำลังคน 15% เหลือประมาณ 70,000 คน

แรงกระเพื่อม ของการตัดสินใจขอขยายเวลาการชำระหนี้ โดยนอกเหนือผลกระทบต่อตลาดหุ้น และตลาดการเงินในประเทศ สถาบันจัดอันดับระหว่างประเทศ ทั้งมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ได้ปรับลดเรตติ้งความน่า เชื่อถือทางการเงินของบริษัทต่าง ๆ หลายแห่งที่มีสายสัมพันธ์ธุรกิจเกี่ยวข้องกับรัฐดูไบ

มูดีส์ฯได้ปรับ ลด อีมาร์ พร้อพเพอร์ตีส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริษัทเจเบล อาลี ฟรี โซน ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรม บริษัทดีไอเอฟซี อินเวสต์เมนต์ และบริษัทดูไบ โฮลดิง คอมเมอร์เชียล โอเปอเรชั่น กรุ๊ป ลงสู่ระดับต่ำกว่า "น่าลงทุน" หรือที่เรียกกันว่าระดับของพันธบัตรขยะ (Junk bond) แต่ดีพี เวิลด์ ผู้ให้บริการท่าเรือรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง บริษัทลูกของดูไบ เวิลด์ การประปา และการไฟฟ้าดูไบ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ระดับ Baa2 แต่สูงกว่าระดับพันธบัตรขยะ 2 ขั้น

ขณะที่เอสแอนด์พีปรับลด เรตติ้งบริษัทในกลุ่มแรก รวมถึงดีพี เวิลด์ ลงมาเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่สูงกว่าระดับ "ไม่น่าลงทุน" อยู่ 3 ขั้น เหนือระดับพันธบัตรขยะ โดยมีตั้งแต่ระดับ BBB+ จนถึง BBB-

สำหรับนักลงทุนที่มีความเสี่ยง ผูกพันอยู่กับดูไบ เวิลด์ เริ่มวิตกมากขึ้น เนื่องจากทางการดูไบไม่ได้เปิดเผยว่าจะชำระหนี้กว่า 9 พันล้านดอลลาร์ ที่กำลังจะครบกำหนดไถ่ถอนในอีก 4 ปีนี้อย่างไร และเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ดูไบ เวิลด์ ได้กู้ยืมเงินจากธนาคารของรัฐบาลอาบู ดาบี เป็นจำนวน 5 พันล้านดอลลาร์ หรือครึ่งหนึ่งของวงเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่ ชี้ค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม ผู้ครองนครรัฐดูไบ วางแผนระดมทุนภายในสิ้นปีนี้

ข้อมูลจากดอยช์แบงก์พบว่า ดูไบมีหนี้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอน 4.3 พันล้านดอลลาร์ และอีก 4.9 พันล้านดอลลาร์ จะครบกำหนดไถ่ถอนในไตรมาสแรกของปี 2553 ซึ่งเป็นทั้งหนี้จากการออกพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้บริษัทเอกชน โดยคณะกรรมการการคลังดูไบได้จ้างดีลอยต์ให้รับผิดชอบการปรับโครงสร้างหนี้ ให้ดูไบ เวิลด์

ภายใต้โฮลดิ้งของดูไบ เวิลด์ ธุรกิจในเครือที่มีปัญหามากที่สุด ได้แก่ นาคีล และลิมิตเลส ซึ่งจับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ โครงการสำคัญที่เป็นที่รู้จัก คือ เกาะรูปปาล์ม ที่สร้างโดยฝีมือมนุษย์ และโครงการขุดคลองความยาว 75 กิโลเมตร โดยจากมูลหนี้ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ดูไบ เวิลด์ แบกรับภาระอยู่ เป็นหนี้ที่เกิดจากนาคีล มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์

ที่มา ข่าวการเงิน ข่าวการลงทุน ข่าวต่างประเทศ ข่าวดูไบเวิลด์ Dubai World จาก ประชาชาติธุรกิจ
Continue Reading...
 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template