ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวฟิลิปปินส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวฟิลิปปินส์ แสดงบทความทั้งหมด

26 พฤศจิกายน 2552

ประชาไท : องค์กรสื่อ ร่วมประณามเหตุสังหารหมู่ นักข่าว-ชาวบ้านในฟิลิปปินส์ ล่าสุดพบศพ 57 ราย

พบผู้เสียชีวิตจากการสังหารหมู่ในฟิลิปปินส์แล้ว 57 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักข่าวกว่า 20 ราย คาดเหตุขัดแย้งการเมืองโดยฝีมือกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนและ SEAPA ร่วมประณาม ชี้การเพิกเฉยต่อผู้กระทำผิด เปิดทางแก่ความรุนแรงในฟิลิปปินส์มาก่อนหน้านี้แล้ว

เหตุสังหารหมู่ในฟิลิปปินส์ โยงความขัดแย้งทางการเมือง

23 พ.ย. 2009 เว็บไซต์ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน รายงานว่ามีผู้สื่อข่าว 12 คน ถูกสังหารที่เขตมากินดาเนา (เกาะทางตอนใต้ของมินดาเนา) โดยฝีมือกลุ่มติดอาวุธ รวมถึงตำรวจสองนาย ที่มีความเกี่ยวพันกับนักการเมืองท้องถิ่นที่สนับสนุนประธานาธิบดี กลอเรีย อาร์โรโย นอกจากนักข่าวแล้วยังมีประชาชนอีก 30 คนถูกสังหาร เหยื่อบางรายถูกตัดหัว

โดยล่าสุด (25 พ.ย.) เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ GMA News ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ฟิลิปปินส์รายงานว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว 57 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง รวมทั้งมีนักข่าวร่วมอยู่ด้วยมากกว่า 20 ราย และสถานที่สังหารคือหมู่บ้านซัลมาน

อันดาล อัมพาทวน จูเนียร์ นายกเทศมนตรีของเขตการปกครองหนึ่งในจังหวัดชารัฟ อากัค นำมือปืน 50 คน รวมถึงตำรวจที่ชื่อว่า ดีเคย์ ลักพาตัวผู้ที่ถูกสังหารเหล่านี้ขึ้นรถไป ผู้ที่ถูกลักพาตัวเป็นผู้สนับสนุนเอสมาเอล มานกูดาดาตู คู่แข่งทางการเมืองของกลุ่มตระกูลอัมพาตวน ก่อนเกิดการสังหารหมู่ขึ้นดังกล่าวในอีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา

ผู้สนับสนุนมานกูดาดาตูที่ถูกลักพาตัวขึ้นรถไปนั้น มีนักข่าวรวมอยู่ด้วย ซึ่งรถที่พวกเขานั่งไปในทีแรกกำลังจะไปที่สำนักงานการเลือกตั้ง เพื่อกรอกเอกสารลงสมัครเลือกตั้ง แต่ถูกกลุ่มมือปืนสกัดเอาไว้ เพราะไม่ต้องการให้พวกเขาทำเช่นนั้น ผู้เสียชีวิตในนั้นมีภรรยาของมานกูดาดาตู น้องสาว และญาติคนอื่น ๆ ของเขารวมอยู่ด้วย การสังหารหมู่ในครั้งนี้เชื่อว่ามีลูกชายของนายกเทศมนตรีร่วมลงมือด้วย

ในเว็บไซต์ของ GMA ยังได้ทำแผนที่และลำดับเวลาของเหตุการณ์สังหารหมู่ 23 พ.ย. ไว้ โดยเริ่มจากเวลา 9:00 น. มีขบวนรถของ มานกูดาดาตู เดินทางออกเมืองบูลวนเพื่อไปลงสมัครการเลือกตั้ง โดยมีผู้สื่อข่าว ทนายความ และญาติของเขาตามไปด้วย ต่อมาในเวลา 10:30 น. ขบวนรถก็ได้เผชิญกับกลุ่มของคนที่มีอาวุธ และเครื่องมือสื่อสารทั้งหลายถูกตัดการใช้งาน

เวลา 11:00 น. กองทัพฟิลิปปินส์ก็เริ่มออกค้นหาเหล่าผู้ที่ถูกลักพาตัว และในราวชั่วโมงเดียวกันนั้น ตัวประกันก็ถูกพาตัวออกจากรถไปยังเนินเขาใกล้ ๆ ราว 2 ก.ม. จากถนนหลัก มีรถแบ็คโฮที่ใช้ขุดเพื่อหมายฝังศพหมู่ จากนั้นจึงมีการสังหารตัวประกันและนำทั้งศพและรถฝังลงในหลุมที่ขุดไว้

จนกระทั่งราว 3:00 น. กองทัพก็ไปถึงจุดเกิดเหตุที่มีการฝังศพ และกลุ่มผู้กระทำการก็พากันหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว เหลือศพที่ยังไม่ได้ฝังอีกราวยี่สิบศพ และพาหนะอีกบางส่วน

ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน เรียกร้องรัฐบาลแสดงท่าทีต่อเหตุการณ์
ทางองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนให้ความเห็นว่า การสูญเสียนักข่าวมากมายขนาดนี้ภายในวันเดียวไม่เคยมีมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ของสื่อใหม่ โดยทางองค์กรยังได้แสดงความเสียใจและความเห็นใจผู้สื่อข่าวทุกคนในฟิลิปปินส์ ทั้งยังรู้สึกตระหนกกับการสังหารหมู่ดังกล่าว

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน กล่าวอีกว่า "พวกเราขอประณามวัฒนธรรมการไม่ลงโทษคนผิดและความรุนแรงในฟิลิปปินส์อยู่เนื่อง ๆ โดยเฉพาะในมินดาเนา ในคราวนี้ พวกอันธพาลคลั่งความรุนแรงที่ทำงานให้กับนักการเมืองฉ้อฉล ได้ทำให้เกิดการนองเลือดโดยไม่มีสาเหตุ พวกเราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคออกมาแสดงท่าทีต่อเหตุการณ์ครั้งนี้"

SEAPA ชี้ลัทธิผู้มีอิทธิพลและการเพิกเฉยต่อผู้กระทำผิด เป็นสาเหตุของความรุนแรง
"ลัทธิผู้มีอิทธิพลเป็นโรคภัยที่เกิดจากความไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นบรรยากาศหลอกหลอนสังคมของชาวฟิลิปปินส์ รวมถึงสื่อและประชาธิปไตยของพวกเขามาอยู่ทุกวัน กับสภาพที่เป็นพิษเป็นภัยเยี่ยงนี้ รัฐบาลควรออกมาแสดงความรับผิดชอบ" - SEAPA

สมาพันธ์ผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAPA) ส่งแถลงการณ์ผ่านทางอีเมล์ เพื่อประณามการลักพาตัวและสังหารหมู่ชาวฟิลิปปินส์รวมถึงนักข่าวในเขตมากินดาเนา

โดยในแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาเชื่อว่าเหตุนองเลือดในครั้งนี้มาจากความขัดแย้งทางการเมืองจากทั้งสองฝ่าย ทางสื่อและรัฐบาลก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยความรุนแรงในครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงที่สุดในหลายสิบปีที่ผ่านมา

ทางองค์กร SEAPA จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ดำเนินการยุติความรุนแรงและนำตัวผู้ทำการฆาตกรรมมาลงโทษ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้เหล่าผู้นำในประเทศออกมาแสดงความรับผิดชอบและหาหนทางแก้ไขสภาพการณ์อันเลวร้ายที่กดทับประชาธิปไตยของฟิลิปปินส์อยู่

ซึ่งแถลงการณ์ของ SEAPA ระบุอีกว่า เคยมีคนกว่าหลายร้อยคนรวมถึงนักข่าวที่จบชีวิตลง ก่อนหน้าเหตุการณ์ในมาอินดาเนา เหตุเหล่านี้เป็นผลพวงมาจาก การไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำความผิด รวมถึงลัทธิการช่วงชิงอำนาจของผู้มีอิทธิผล (Warlordism) โดยหากไม่สามารถนำตัวผู้บงการในเหตุฆาตกรรมครั้งนี้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ ผู้นำฟิลิปปินส์ก็จะถูกครหา

ผู้อำนวยการ SEAPA กล่าวว่า ฟิลิปปินส์มีอัตราการสังหารนักข่าวมากที่สุดในโลก ซึ่งรัฐบาลก็เพิกเฉย บ่ายเบี่ยง และไม่มีมาตรการใด ๆ กับเหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้ผู้ใช้ความรุนแรงไม่ถูกลงโทษ จนกลายเป็นภัยต่อชาวฟิลิปปินส์ทุกคน รวมถึงนักกิจกรรม นักการเมือง และสื่อ

องค์กรสิทธิชนพื้นเมืองและนักข่าวฟิลิปปินส์ ร่วมประณามการสังหารหมู่
นอกจากองค์กรสื่อจากต่างชาติแล้ว ผู้สื่อข่าวฟิลิปปินส์และองค์กรกลุ่มชาติพันธุ์ของฟิลิปปินส์ ก็ออกมาประณามการสังหารหมู่ในวันที่ 23 พ.ย. เช่นกัน

โดย เบเวอร์ลี่ ลองกิด หัวหน้าพรรคบัญชีรายชื่อคาทริบู ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในฟิลิปปินส์ บอกว่าทนายความสองคนที่ตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์นี้คือ คอนเซปซิออน บริซูลา และ ซินเธีย โอเควนโด เป็นผู้ที่ทำงานสนับสนุนสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะบริซูลาที่มีประวัติการต่อสู้เรื่องที่ดินมายาวนาน

ลองกิด ออกแถลงการณ์ร่วมกับสมาชิกพรรคว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้แสดงให้เห็นการละเลยไม่นำตัวคนผิดมาลงโทษ ที่ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลอาศัยจุดนี้ในการก่อการ ซึ่งผู้ที่อิทธิพลในที่นี้จงใจกล่าวถึงตระกูลอัมพาทวน

ในแถลงการณ์ยังได้ชี้ว่า ตระกูลอัมพาทวนน่าจะมีส่วนในการช่วยโกงการเลือกตั้งให้กับประธานาธิบดีอาโรโย่ และสมาชิกพรรคคนอื่น ๆ ทำให้เกิดการปกครองด้วยความหวาดกลัวของพวกอัมพาทวนในมาอินดาเนา ซึ่งมีรายงานว่าตระกูลอัมพาทวนเคยละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายครั้ง รวมถึงต่อชาวโมโรที่ต่อต้านอิทธิพลของตระกูลนี้ด้วย

ในคืนวันที่ 24 พ.ย. สหภาพผู้สื่อข่าวแห่งชาติฟิลิปปินส์ (NUJP) ร่วมทำพิธีจุดเทียนที่โบสท์บากิโอเพื่ออุทิศให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์

ก่อนหน้านี้ นอนอย เอสปิน่า รองประธานสหภาพ NUJP บอกว่า "รัฐบาลควรนำตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ในครั้งนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่แค่เพียงมือสังหาร แต่รวมถึงผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังด้วย ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม"

ในวันที่ 25 พ.ย. ผู้สื่อข่าวราว 70 คน จากหลายสื่อและหลายองค์กรของจังหวัดบูลาคาน ออกมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ของ มาร์เซลโล เอช เดล พิลาร์ รูปปั้นของนักหนังสือพิมพ์ผู้นำการปฏิวัติต่อต้านจักรวรรดิ์นิยมสเปน และเป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ ลา โซดาลิแดด ผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมล้วนสวมชุดดำ

กลุ่มนักข่าวของบูลาคานยังเรียกร้องให้รัฐบาลส่วนท้องถิ่นประจำจังหวัด รับรองความปลอดภัยของพวกเขาในการทำข่าวการเลือกตั้งในปี 2010 ที่จะถึงนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีนักข่าวและกลุ่มพลเมืองอื่น ๆ ในฟิลิปปินส์ที่ออกมารวมตัวประณามการสังหารหมู่และไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต

ที่มา แปลและเรียบเรียงจาก
Twelve journalists killed on Mindanao island in "dark day for press freedom",Reporter Without Border, 23-10-2009
The Maguindanao Massacre: a map and timeline, ANALYN PEREZ and TJ DIMACALI, GMANews.TV, 25-11-2009
Baguio journalists honor slain colleagues in Maguindanao, Philippines Inquirer, 25-11-2009
ที่มา ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังหารหมู่ฟิลิปปินส์ ข่าวต่างประเทศ จาก ประชาไท
Continue Reading...

CNN : Philippines politician to be questioned


Manila, Philippines (CNN) -- The son of a Philippines provincial governor is voluntarily turning himself in for questioning in the massacre of at least 57 unarmed civilians, a CNN affiliate reported Thursday.

Andal Ampatuan Jr. -- who is the mayor of Datu Unsay and the son of Maguindanao Governor Andal Ampatuan -- has agreed to face questioning, reported Patricia Evangelista of ABS-CBN.

Ampatuan was not identified by authorities as a suspect in the killings in the southern Philippines, though victims' survivors and local media reports had done so.

Philippines President Gloria Macapagal-Arroyo "is enraged by these barbaric acts," spokesman Cerge Remonde said. "She has literally thrown the full force of the law and has mobilized the security and police forces of the state to go after the perpetrators."
Read full story at CNN.com
Continue Reading...

25 พฤศจิกายน 2552

MCOT News : ฟิลิปปินส์กลายเป็นสถานที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้สื่อข่าว

มะนิลา 25 พ.ย.- ฟิลิปปินส์กลายเป็นสถานที่อันตรายที่สุดในโลกสำหรับบรรดาผู้สื่อข่าว หลังเกิดเหตุสังหารหมู่อย่างน้อย 57 ศพในสัปดาห์นี้

สมาพันธ์สื่อมวลชนระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานในเบลเยียมระบุว่า เหตุสังหารหมู่ในฟิลิปปินส์ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของนักการเมืองท้องถิ่น มีผู้สื่อข่าวรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 12 คน และเจ้าหน้าที่ด้านสื่อมวลชนอีก 8 คน พร้อมกันนี้ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย ให้การปกป้องคุ้มครองสื่อมวลชนให้มากขึ้น สมาพันธ์สื่อมวลชนระหว่างประเทศยังมีแผนจะส่งคณะสอบสวนเดินทางไปยังเกาะมินดาเนา ตอนใต้ฟิลิปปินส์ด้วย.-สำนักข่าวไทย

ที่มา ข่าวสังหารโหด ฟิลิปปินส์ ข่าวต่างประเทศ ข่าวอาชญากรรม จาก MCOT News.
Continue Reading...

24 พฤศจิกายน 2552

ASTV ผู้จัดการ : เหยื่อฆ่าหมู่ฟิลิปปินส์พุ่ง 46 ศพ บางรายถูกตัดแขนขา


ผู้นำฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ ภายหลังเกิดเหตุกลุ่มมือปืนสังหารหมู่ผู้คนไปถึง 46 คน โดยที่ได้พบศพเพิ่มเติมจากวันแรกอีกกว่า 20 ศพ นับเป็นเหตุรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่นครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ประธานาธิบดีกลอเรีย มากาปากัล อาร์โรโย ผู้นำฟิลิปปินส์ วัย 62 ปี วันอังคาร(24)ประกาศภาวะฉุกเฉินในจังหวัดมากินดาเนา และพื้นที่ใกล้เคียงทางตะวันตกของเกาะมินดาเนา ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ พร้อมสั่งการให้กองทัพฟิลิปปินส์ส่งทหารจำนวนหลายพันคนเข้าไปควบคุมสถานการณ์ หลังเกิดเหตุกลุ่มมือปืนนับร้อยคนบุกสังหารนักการเมืองและญาติมิตร ตลอดจนผู้สื่อข่าวในท้องถิ่นอย่างน้อย 46 คน จากปัญหาความขัดแย้งของนักการเมืองผู้มีอิทธิพล 2 กลุ่ม

“ เราจะดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อทำให้เหยื่อทั้งหมดได้รับความยุติธรรมโดยเร็ว โดยจะไม่ยอมให้มีสิ่งใดมาขัดขวางความพยายามของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในครั้งนี้ และเราขอยืนยันว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุจะต้องได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย” ผู้นำฟิลิปปินส์แถลง

ขณะเดียวกันโรนัลโด ปูโน รัฐมนตรีมหาดไทยฟิลิปปินส์ ออกมายืนยันว่า การสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดน่าจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยขณะนี้ทางตำรวจมีข้อมูลสำคัญหลายประการ ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง และข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มมือปืนที่ลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าอาจมีถึงประมาณ 100 คน อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะตอบว่า ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุสังหารหมู่ในครั้งนี้ คือ ดาตู อันดัล อัมปาตวน นักการเมืองผู้มีอิทธิพลซึ่งเป็นคู่แข่งกับกลุ่มผู้เสียชีวิตใช่หรือไม่

ที่มา ข่าวอาชญากรรม ข่าวต่างประเทศ ข่าวฟิลิปปินส์ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์ ภาพข่าวจาก The Manila Times.
Continue Reading...
 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template