ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

26 กุมภาพันธ์ 2553

ทักษิณบอกไม่ยอมถูกยึดทรัพย์หากบี้ให้ตาย ปี53เละตุ้มเป๊ะ

Suthichaiyoon.com : "ทักษิณ"ยืนยันหากอยากปรองดอง คนแอบสั่งการต้องเลิกสั่งการ ให้นิรโทษกรรม เลิกเอาชนะคะคาน ไม่ใช่ให้ยอมถูกยึดทรัพย์ ย้ำถ้าจะบี้กันให้ตายไปข้าง บอกได้เลยปี 2553 เละตุ้มเป๊ะ

โดยที่วานนี้ (22 ก.พ.) กลุ่มกรุงเทพ 50 พรรคเพื่อไทย นำโดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ หัวหน้ากลุ่ม และสมาชิกพรรคเพื่อไทย จัดเสวนาทิศทางประเทศไทยปี 2553 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.ปี 2540 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนา ส.ว.สรรหา

นายปานปรีย์ วิจารณ์นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยสรุปได้ว่า เงินกู้ผ่าน 8 แสนล้านบาท ที่อนุมัติไปแล้ว 4 แสนล้านบาท ซึ่งสร้างหนี้ให้กับประชาชน โดยนำมาใช้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือโครงการเมกะโปรเจคก็ไม่ผ่านการกลั่นกรองตามระบบราชการ ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังมีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการ มีเงินรั่วไหลจำนวนมาก

ทิศทางเศรษฐกิจปี 2553 ถ้ารัฐบาลยังบริหารจัดการภาคเศรษฐกิจอย่างไม่มีความชัดเจน ไม่มีเป้าหมาย มีแต่การจ่ายไม่มีการสร้างรายได้ หากไม่มีการทบทวนแก้ไข เศรษฐกิจก็จะไม่มีทางฟื้น และเวลานี้ไทยอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงมาก คือ อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นร้อยละ 4.1 รวมถึงเรื่องหนี้สาธารณะที่การกู้เงินทำให้หนี้พุ่งขึ้น ซึ่งต้องติดตามเพราะเป็นจุดอันตรายของไทยในอนาคต แต่หากรัฐบาลการบริหารจัดการเป็นภาคเศรษฐกิจก็ดีขึ้นได้

ส่วนเรื่องการเมืองเป็นตัวฉุด เศรษฐกิจเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ถ้ารัฐบาลไม่อยากให้การเมืองเป็นอุปสรรค ไม่ทำการเมืองให้นิ่งสมานฉันท์ แต่กลับทะเลาะเบาะแว้งกับอีกฝ่ายตลอดเวลาก็อย่าโทษการเมืองเป็นต้นเหตุ

"ทักษิณ" ชี้หากการเมืองไม่นิ่ง ศก.ดิ่ง

เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาหัวข้อเดียวกันผ่านวีดิโอลิงค์รวมทั้งเปิดใจถึงคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การเมืองไทยเล่นกันแรง สมัยก่อนจะไม่ข้ามเขตมาเรื่องเศรษฐกิจ แต่เดี๋ยวนี้ข้ามเขตมาเศรษฐกิจ จนถึงกระบวนการยุติธรรม ถ้าประเทศไทยยังไม่สามารถจะนิ่งเรื่องนี้ได้การลงทุนก็จะหายไป ผลงานเศรษฐกิจไตรมาส 4 ความจริงหากจีดีพีขึ้น ตัวเลขต้องขึ้น

แต่นี่ติดลบ เห็นชัดว่าความไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าลงทุน ยังอยู่กับเหตุการณ์การเมือง ซึ่งไตรมาส 1 ของปีนี้จะได้โมเมนตัมจากไตรมาส 4 แต่ครึ่งปีหลังเรามีปัญหาแน่นอน เพราะเศรษฐกิจโลกยังมีปัญหาอยู่ ต่างชาติก็บ่นเรื่องมาบตาพุด ว่านายกฯ แคร์เอ็นจีโอมากไป

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ม.190 ของรัฐธรรมนูญที่ตั้งขึ้นมา เพราะตอนที่ผมเป็นนายกฯ ได้เดินเรื่องเอฟทีเอไปหลายที่ ผลสุดท้าย ก็เอาตามผมหมด สุดท้ายก็ออก ม. 190 มาเพื่อเบรกผม ซึ่งมีทางที่จะแก้ไขได้แต่ต้องตัดสินใจมากกว่านี้ ที่นายปานปรีย์ พูดว่า 1.4 ล้านล้านเมกะโปรเจคของรัฐบาลนั้น เอามาจากเมกะโปรเจคผม เราตกลงจะชำระเงินต่างประเทศเป็นข้าวไม่ใช่เงิน

บ้านเราที่มันยุ่ง เพราะต้นเหตุเกิดจากไม่เดินตามกติกาที่เกิดจากคนมีบารมี เริ่มจากให้พรรคการเมืองบอยคอตการเลือกตั้งเริ่มจากยุบสภา เปรียบทหารว่า เป็นม้าที่ไม่ต้องฟังจ๊อกกี้ บีบให้ กกต.ลาออก หากไม่ออกก็ต้องจำคุก มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมให้องคมนตรีเดินสายสื่อ เสริมกำลังเงินให้พันธมิตร ให้พันธมิตรปลอมตัวยึดสนามบิน

ต้นเหตุเกิดจากการไม่พอใจผม กระบวนการสองมาตรฐานเต็มไปหมด รัฐบาลจึงไม่สนใจกระบวนการยุติธรรม เพราะเอื้อให้กับตัวเอง ถ้าคนไม่เข้าใจมิติยุติธรรม ใช้แต่มิติกฎหมาย ก็จะให้เกิดความไม่สงบสุขเกิดขึ้น

ชี้แก้รธน.ปีนี้แน่-ถอยหลังกว่านี้ไม่ได้

ผมเห็นว่าปี 2553 รัฐธรรมนูญ 2550 ถูกแก้แน่ จะถอยหลังกว่านี้ไม่ได้ ส่วนเรื่องความแตกแยกสีเหลือง สีแดง หากไม่มีความปรองดองบ้านเมืองคงแย่กว่านี้ ทางที่ดีที่สุด คือ สร้างความปรองดอง คนที่แอบสั่งการต้องเลิกสั่งการ อย่าคิดเอาชนะคะคานทางการเมือง

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ส่วนเรื่องเศรษฐกิจแม้จะกินบุญเก่ามาระยะหนึ่ง ขอเรียนว่า 4 ปีซ่อมของผมทำไปเรียบร้อยแล้ว ส่วน 4 ปีสร้างถูกทุบ วันนี้นักธุรกิจไทยยังโตไม่พอจึงต้องมียุทธศาสตร์ ส่งออกที่เราโตขึ้น แต่เป็นการโตส่งออกเข้าจีนอย่างเดียว และโตในอาเซียน ซึ่งจีนเป็นฟองสบู่เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จึงขจัดอย่างแรง ดังนั้น เศรษฐกิจไทย ปี 2553 ยังเข้าตำราทุนนิยมอยู่ ถ้ารัฐบาลยังไม่มียุทธศาสตร์ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจคงไปได้ยาก

ผู้ดำเนินการเสวนา ถามว่าใกล้จะถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์นอนหลับดีหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ยังนอนหลับ รู้ว่าผมและครอบครัวไม่ได้ทำอะไรผิด ทรัพย์สินมีมาก่อนเป็นนายกฯ ทั้งหมดนี้มาจากหุ้นตัวเดียว เมื่อเรามั่นใจว่าไม่เคยทำอะไรผิด ผู้พิพากษาส่วนใหญ่มีชื่อเสียงมานาน ถ้าเกิดมีการผิดเพี้ยน ผมก็เตรียมทางออกไว้โดยได้ปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ถ้าไม่ได้รับความยุติธรรม ต้องเสาะแสวงหากันเจอ ถ้ารังแกและกลั่นแกล้งกันเป็นสิ่งที่รับไม่ได้

เมื่อถามว่า ในช่วงระยะเวลานี้ และหลังตัดสิน มีเงื่อนไขอะไรที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ผมมั่นใจว่าคนเสื้อแดงรักสันติ เว้นแต่ว่ารัฐบาลส่งคนปลอมเข้าไปเหมือนเมื่อเหตุการณ์พัทยา หรือนำรถก๊าซไปจอดที่คิงเพาเวอร์ ถ้ารัฐบาลรักสันติด้วยก็ไม่มีอะไร

ยันคดีขึ้นศาลโลกได้ยกกรณีมาเลเซีย

ส่วนคำถามว่าหลังตัดสินคดีหากคิดว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจะนำขึ้นศาลโลกนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า คนวิจารณ์ไม่ได้เปิดตำราดูก็เข้าใจว่าเวิลด์คอร์ท เป็นเรื่องของสเตท ซึ่งสามารถขึ้นศาลโลกได้ และเคยมีกรณีอยู่แล้วที่ฟ้องรัฐบาลมาเลเซีย สิ่งที่เกิดขึ้น คือ คตส.ประกอบไปด้วยคนที่เป็นปฏิปักษ์กับผม เมื่อร้องขอให้เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน และยังมีหลักนิติธรรมสากล ต้องมีกระบวนการพิจารณาที่ผ่านสภา ไม่ใช่คณะปฏิวัติ และรัฐธรรมนูญปี 2550 ในบทนำเขียนว่าจะคุ้มครองสิทธิประชาชน และยอมรับพันธกรณีที่มีอยู่แล้วกับต่างประเทศ จึงแสดงให้เห็นว่าเรากำลังทำผิดต่อศาลโลก

เมื่อถามถึงข้อเสนอที่จะทำให้เกิด ความปรองดอง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า "เหตุเกิดจากอะไรก็ต้องดับที่นั่น หากจะยกเลิก เริ่มต้นกันใหม่ นิรโทษกรรม หันหน้าเข้าหากันทุกฝ่าย แต่ไม่ใช่ให้ผมยอมถูกยึดทรัพย์ ถ้าจะบี้กันให้ตายไปข้าง บอกได้เลยปี 2553 เละตุ้มเป๊ะ"

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template