ไทยรัฐ : กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กำลังก้าวรุดหน้าเต็มที่ คาดว่าพรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา แห่งพรรคชาติไทยพัฒนา จะสามารถ เสนอร่างขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อประธานรัฐสภาได้ ภายในไม่กี่วัน เพราะรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ได้พอแล้ว แต่การแก้ไขจะประสบความสำเร็จหรือไม่? จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา
แต่ เนื่องจากการขอแก้ไขครั้งนี้ แก้ไขเพียง 2 ประเด็น คือ มาตรา 94 เปลี่ยนการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. เป็นแบบเขตละ 1 คน และมาตรา 190 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศ ถูกมองว่าเป็นการแก้ไขเพื่อนักการเมืองเป็นด้านหลัก ถึงจะไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคอื่นๆ แต่ไม่ควรมองข้ามรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 อาจถูกตีความได้ว่าเป็น "การขัดกันแห่งผลประโยชน์"
มาตราดังกล่าว เขียนไว้ว่า ส.ส. และ ส.ว. "จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์" ผู้ที่ฝ่าฝืนอาจถูกยื่นถอดถอนได้ บทบัญญัติเรื่องนี้อาจเทียบเคียงได้กับมาตรา 177 ที่ห้ามรัฐมนตรีผู้เป็น ส.ส. ออกเสียงลงคะแนนในเรื่องที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่ง การปฏิบัติหน้าที่ หรือการมีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น
รัฐธรรมนูญทั้ง สองมาตรา อาจเป็นปัญหาต่อการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งของสมาชิกรัฐสภา รัฐมนตรี และรัฐบาล มากกว่ามาตรา 190 ด้วยซ้ำ เพราะการห้ามรัฐมนตรีลงมติใน "การมีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น" อาจมีปัญหาในการตีความ อะไรคือ "ส่วนได้เสีย" ที่ห้าม รัฐมนตรีออกเสียงลงคะแนน รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.จะออกเสียงลงคะแนน เพื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลได้หรือไม่?
รัฐบาลปัจจุบันเคยปรึกษาคณะ กรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับปัญหานี้ แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่แน่ใจในหลักปฏิบัติ รัฐมนตรีบางพรรค จึงไม่กล้าลงมติใน พ.ร.บ.งบประมาณของรัฐบาล เพราะกลัวจะถูกยื่นถอดถอน รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากท่วมท้น ไม่มีปัญหา แต่รัฐบาลที่มีเสียง "ปริ่มน้ำ" มีปัญหาแน่นอน เพราะถ้ารัฐมนตรีถูกห้ามลงมติในร่างกฎหมายสำคัญๆ เสียงหาย ไปกว่า 20 เสียง รัฐบาลก็ต้องแพ้และลาออก
เช่นเดียวกับมาตรา 122 คำว่า "การขัดกันแห่งผลประโยชน์" หรือผลประโยชน์ ทับซ้อน อาจถูกตีความได้อย่างกว้างขวางแบบ ครอบจักรวาล เช่น ส.ส.จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนเขตการเลือกตั้งให้เล็กลง เพื่อให้ตนเองมีโอกาสชนะเลือกตั้ง และไม่ให้พรรคเล็กสูญพันธุ์ เป็นการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่? ส.ส.จะทำได้หรือไม่? ถึงจะทำได้ก็อาจมี "หัวหมอ" ยื่นขอถอดถอน
รัฐธรรมนูญทั้งสองมาตราจึง มีปัญหาในการตีความ และอาจจะเป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา รัฐมนตรี และของรัฐบาล มากกว่ามาตรา 190 ที่พรรคร่วมรัฐบาลขอแก้ไข เพราะมาตรา 190 เขียนรายละเอียดวิธีการทำหนังสือสัญญาไว้ ครบถ้วน แม้รัฐบาลจะต้องเสียเวลาในการรับฟังความคิดเห็นประชาชน และขอความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ไม่มีปัญหาต้องตีความเหมือนกับสองมาตรา.
ข่าว การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข่าวการเมือง จาก ไทยรัฐ
ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ
28 มกราคม 2553
ประเด็นที่มีปัญหายิ่งกว่า
Author: Admin.
| Posted at: 17:13 |
Filed Under:
ข่าวการเมือง,
ไทยรัฐ,
รัฐธรรมนูญ
|
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
0 comments:
แสดงความคิดเห็น