ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ

11 ธันวาคม 2552

เสื้อแดงสดุดีทักษิณ เปิกเวทีถวายพระพรบังหน้าปลุกทวงอำนาจคืน'ราษฎร'!



ไทยโพสต์ : "ทักษิณ" โฟนอินนำเสื้อแดงถวายพระพรในหลวง แต่เหิมงัดธรรมนูญการปกครองชั่วคราวมาตรา 1 ทวงอำนาจคืน "ราษฎร" เพราะกำลังถูกปกครองตามใจชอบ หลายองค์กรใช้อำนาจตามสั่ง ทำให้ "ปชต." ไทยอ่อนเปลี้ย ขู่หากไม่เป็นธรรมความวุ่นวายจะมีต่อไป ท้าแน่จริงเลือกตั้งใหม่หากเพื่อไทยชนะเอา รธน.40 คืนมาแล้วจะเอาฉบับปี 50 ไปไว้ที่ไหนก็เอาไป อ้างยึดมั่นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขณะที่ลิ่วล้อโจมตีคนเสื้อสีชมพู รับจ้างมาถวายความจงรักภักดี

ท่ามกลางพสกนิกรชาวไทยที่เข้าร่วมงานเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณถนนราชดำเนิน กลุ่มคนเสื้อแดงได้เริ่มทยอยเข้าร่วมชุมนุมในบริเวณพื้นที่เดียวกันตั้งแต่ เช้าวันพฤหัสบดีตามที่แกนนำได้นัดหมายไว้ โดยอ้างว่าเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และฉลองวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม ทั้งนี้ กลุ่มเสื้อแดงได้ตั้งเวทีบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หันหน้าไปทางฝั่งสนามหลวง พร้อมติดตั้งจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่รอบอนุสาวรีย์ฯ โดยมีการ์ดสวมเสื้อดำค่อยรักษาความปลอดภัย ซึ่งในช่วงเที่ยงวันกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางมาร่วมชุมนุมหนาแน่นขึ้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบคึกคักกว่าเดิม

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปิดถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่หอศิลป์สมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เรื่อยมาจนถึงสี่แยกคอกวัว ทั้งนี้ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามแผนกรกฎ 52 โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการตำรวจนคร (ผบก.น.) ดูแลเรื่องการตั้งจุดตรวจจุดสกัดรอบพื้นที่การชุมนุม

สำหรับ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ และ พล.ต.ต.เอื้อพงษ์ โกมารกุล ณ นคร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้รับผิดชอบดูแลงานฝ่ายสืบสวน ส่วน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด ผู้บังคับการตำรวจจราจร ให้ดูแลรับผิดชอบด้านงานจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมกำลังดูแลความเรียบร้อยของกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ 10 กองร้อย และกำลังสนับสนุนอีกจำนวน 10 กองร้อย

ส่วนบริเวณทางเข้า-ออกทั้งสองฝั่ง จะมีหน่วยรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมคอยตรวจบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัว สมาชิก นปช.แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อป้องกันข้อครหาว่านำคนต่างด้าวเข้าร่วมชุมนุม อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าการตรวจหลักฐานดังกล่าวเป็นไปอย่างหละหลวม ไม่ได้ตรวจเข้มหรือจริงจังแต่อย่างใด

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พร้อมด้วยอดีตทหารพรานจากค่ายปักธงชัย จ.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงว่า ทหารพรานที่มาดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมครั้งนี้มีประมาณ 200 คน ซึ่งทหารพรานเหล่านี้ปลดประจำการเป็นพลเรือนแล้ว แต่นำชุดทหารพรานมาแต่ง

"และที่มีแม่ทัพนายกองบอกว่าถ้าวันนี้ทหารพรานออกมาจะขอลาออก วันนี้ท่านต้องลาออกจากผู้บัญชาการทหารบก เพราะทหารพรานมาตามสัญญา ซึ่งการออกมาครั้งนี้จะไม่มีการปะทะหรือรบกับใคร เพราะเขาออกมาเพื่อป้องกันม็อบน้ำเงินมาสร้างความวุ่นวาย และที่ผมออกมาเพราะ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทยเป็นห่วงว่าทหารพรานจะมายิงกับทหารหลัก จึงสั่งผมว่าดูให้ดี" เสธ.แดงกล่าว

พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า ขอเรียนถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกโดยตรงในฐานะเพื่อนว่า ท่านแปลเจตนาของตนผิด เพราะท่านหูเบาไปฟังสื่อเอเอสทีวีที่คอยเสี้ยม กลายเป็นว่าตนไปปลุกปั่นทหารพรานออกมาเพื่อรบกับทหารหลัก อยากรู้ว่านายสุริยะใส กตะศิลา เป็นผู้บังคับบัญชา ผบ.ทบ.หรืออย่างไร ความจริง ผบ.ทบ.ต้องหนักแน่น เพราะท่านเป็นผู้บังคับบัญชาตน และตนไม่เคยอคติ ท่านจำได้หรือไม่ว่าเราเป็นเพื่อนวิ่งเล่นด้วยกันมา

"ตู่"ซัด"เนวิน"จัดตั้งป่วน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานจากพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงในจังหวัดบุรีรัมย์ว่ามีการขนคน ขึ้นรถบัสของบริษัทนิโคลทัวร์ จำนวน 4 คัน โดยแจกเสื้อแดงและเหล็กแป๊บให้ ดังนั้นจึงอยากเตือนนายเนวินว่าอย่านำกำลังดังกล่าวมาสร้างสถานการณ์การ ชุมนุมของคนเสื้อแดง เพราะวันนี้ไม่ใช่วาระไล่รัฐบาล แต่ในวันที่ 15 ธ.ค. แกนนำกลุ่ม นปช.ก็จะประชุมกำหนดท่าทีในการขับไล่รัฐบาลต่อไป

แกนนำกลุ่มเสื้อแดงบอกว่า เวลา 19.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะวิดีโอลิงค์นำประชาชนถวายพระพร จากนั้นในเวลา 20.00 น. แกนนำ นปช.ก็จะสลับกันขึ้นปราศรัย โดยจะสลายการชุมนุมในเวลา 24.00 น.หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หากมีอะไรเกิดขึ้นเราก็จะชุมนุมยืดเยื้อ

"นายเนวินควรนำกำลังดังกล่าวไปร่วมงานที่ลานพระบรมรูปฯ แทน เพราะก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้ อบต.ให้ใช้งบประมาณแห่งละ 6 หมื่นบาท ระดมคนใส่เสื้อสีชมพู พร้อมแจกกระเป๋าพรรคภูมิใจไทยให้มาร่วมงานวันพ่อที่นายเนวินเป็นคนจัดให้ อยากจะบอกว่าการจัดการของนายเนวินเป็นเรื่องการเมืองโดยตรง และกรณีที่ออกมาระบุว่าจะปกป้องสถาบันทำให้ประชาชนทั่วไปรู้สึกหนาว เพราะก่อนหน้านี้นายเนวินปกป้องนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึง พ.ต.ท.ทักษิณก็เจ๊งเพราะนายเนวินทั้งหมด" นายจตุพรกล่าว

ช่วงบ่ายโมง บนเวทีปราศรัย ผู้ปราศรัยส่วนใหญ่นอกจากจะสดุดีในความดีของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ยังมีเนื้อหาบางตอนหมิ่นเหม่ เช่น การปราศรัยของนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำชมรมคนขับแท็กซี่และแนวร่วมเสื้อแดง ตอนหนึ่งว่า พี่น้องที่เขาใส่เสื้อชมพู เอาเงินไปให้เพื่อมาถวายความจงรักภักดี แต่ตอนนี้ข้างหลังได้ถอดเสื้อมาสวมเสื้อสีแดงแล้ว ต่างไปจากเสื้อแดง ไม่มีใครบังคับให้มา ไม่ต้องมาจ้าง กูมาเอง

นอกจากนี้ กวีประจำกลุ่มเสื้อแดง นามว่า "ไม้ หนึ่ง ก.กุนที" ยังอ่านบทกวีตอนหนึ่งว่า..เราต้องการประชารัฐทั้งระบบ อีกไม่นานสีแดงจะไชโย

ต่อมาเวลา 18.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย หลังจากนั้น นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำเสื้อแดงอีกราย ได้ขึ้นทำหน้าที่โฆษกบนเวที โดยชี้แจงถึงเหตุผลในการชุมนุมว่า 1.เพื่อถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เพราะคนเสื้อแดงก็เป็นพสกนิกรของพระองค์เช่นกัน 2.เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งเสื้อแดงจัดกิจกรรมทุกที่ เพื่อต้องการรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นมีการอภิปรายเรื่องปัญหาและทางออกของรัฐธรรมนูญไทย โดยมีนายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.ปี 40 และนายอุดม มั่งมีดี อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา โดยเนื้อหาการอภิปรายนั้น ผู้อภิปรายชี้ว่า การรัฐประหารเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และการยึดสนามบินต้องได้รับโทษประหารชีวิต แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากมวลชนคนเสื้อแดงมากนัก เนื่องจากผู้อภิปรายมีน้ำเสียงราบเรียบและอ่านตามสคริปต์ไปด้วย

"แม้ว"ทวงคืนอำนาจราษฎร

จากนั้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ขึ้นมาเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษหนีคุก 2 ปี โฟนอินด้วยระบบวิดีโอลิงค์มายังกลุ่มผู้ชุมนุม โดย พ.ต.ท.ทักษิณใส่สูทผูกไทสีแดง กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญของประเทศไทย ที่ได้รับรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเมื่อ 77 ปีที่แล้ว ซึ่งเรามี พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว มาตรา 1 ระบุไว้ว่า อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎร

วันนี้คนกลุ่มน้อยมีพลังและอำนาจ แต่คนเสื้อส่วนใหญ่ พี่น้องลำบาก เพราะประชาธิปไตยไม่มั่นคง การเมืองไม่มั่นคง การเมืองเป็นกระบวนการเจตนาต่อรอง แต่หากประชาธิปไตยไม่มั่นคงมันหนักมาก เพื่อนญี่ปุ่นผมเคยบอกว่าประเทศไทยเหมือนจะมีประชาธิปไตยที่มั่นคง แต่ข้อเท็จจริงไม่มั่นคงเลย เช่นที่ฝรั่งเศส อิตาลี การเมืองก็ไม่มั่นคง หลายที่การเมืองเขาไม่มั่นคง แต่ประชาธิปไตยเขามั่นคง แล้วไม่มีทหารถือปืนออกมา

ส่วนประชาธิปไตยไทย ไม่ต้องพูดถึง อ่อนเปลี้ยเสียขา นี่คือความเป็นจริงของสังคมไทย เดิมทีมั่นคง แต่การเมืองไม่มั่นคง ไปจัดตั้งเอาพรรคประชาธิปตย์ขึ้นมา ทำให้ประชาธิปไตยไม่มั่นคงด้วย เพราะไม่ปฏิบัติตามกติกา ดังนั้นเราจะหวังความสันติสุขยาก เพราะประชาธิปไตยเราอ่อนแอ เต็มไปด้วยการคอรัปชั่น ปล้นกลางวันแสกๆ ทุจริตรุนแรงมาก

เพราะองค์กรอิสระทำหน้าที่สองมาตรฐาน ไม่ทำหน้าที่อย่างที่ควรทำตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งนักการเมือง ทหาร พันธมิตรฯ ผิดก็ต้องดำเนินคดี ไม่ใช่สองมาตรฐาน นี่แหละเรียกว่าไม่ทำหน้าที่

"วันนี้ 10 ธันวาคม เรารำลึกรัฐธรรมนูญฉบับแรก มาตรา 1 เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยของสากลโลก ทฤษฎีต่างๆ ทั่วโลกมาจากหัวใจของมาตรา 1 ที่ระบุว่า อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย หมายถึงเป็นของประชาชน แต่วันนี้ราษฎรทั้งหลายของไทยกำลังถูกปกครองตามใจชอบ มีองค์กรต่างๆ ออกมาใช้อำนาจมากมาย ใช้อำนาจตามสั่ง ไม่ได้ใช้กติกาที่ถูกต้องตามกฎหมายที่แท้จริง ต้องทำตามคำสั่ง มีธง บ้านเมืองถึงวุ่นวาย และจะยังวุ่นวายต่อไปอีกหากไม่เลิก 2 มาตรฐาน และไม่มีความเป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคม"

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า "วันนี้ชาติช้ำพอหรือยังที่ไล่บี้คนคนเดียว แต่ผมก็รู้สึกชินแล้ว ขอให้คืนประชาธิปไตยให้ประชาชน เอาความเป็นธรรมคืนสังคม เอาศักดิ์ศรีคืนประเทศชาติ หากกลัวผมไม่ต้องทำขนาดนี้ แม้วันนี้ผมเร่ร่อนต่างชาติ แต่ยังฟังภาษาไทยได้ชัด ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์หรือมาพูดจากัน ผมยังพูดจาได้ชัด

วันนี้ประชาชนทุกข์มากแล้ว พอหรือยัง ไม่ต้องมาไล่บี้ผมมาก ผมพูดรู้เรื่อง หากจะพูดให้รู้เรื่องก็มาพูดกันให้รู้เรื่อง ผมยังห่วงประชาชน อยากช่วยประเทศไทย แม้อยู่ต่างประเทศผมก็ยังช่วยได้ แต่อย่ามาบอกว่าให้หยุดพูดกับคนเสื้อแดง หากจะคืนประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ ให้ประชาชนคุยกับผมได้ทุกเมื่อ

"แม้ว"ท้าเลือกตั้งใหม่

อดีตนายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้เลือกตั้งสิครับ ไหนบอกว่าคะแนนกำลังนำ ถ้าเพื่อไทยชนะ เอารัฐธรรมนูญปี 2540 คืนมา แล้วเอาฉบับปี 50 เอาไปไหนก็เอาไป เอาไปขึ้นหิ้งก็เอาไป แล้วแก้ไขเพื่อให้อำนาจเป็นของราษฎรเสียที ย้ำว่าเราต้องการประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ และ 3 อำนาจ ตุลาการ บริหาร นิติบัญญัติ จะต้องมีการถ่วงดุลอย่างเหมาะสม และยึดโยงไปที่อำนาจราษฎร ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุด หลักต้องอยู่ตรงนี้

"พอได้แล้วกับอำนาจนอกระบบ ขอให้ขึ้นมาอยู่บนดินทั้งหมด อยู่ในอำนาจในระบบ แล้วสังคมจะเดินได้ ไม่เช่นนั้นประเทศจะลำบาก"

หลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณได้นำมวลชนคนเสื้อแดงจุดเทียนชัยถวายพระพรและร้องเพลงสดุดีมหาราชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. พ.ต.ท.ทักษิณได้ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ (เอสเอ็มเอส) ไปยังสมาชิกในเครือข่าย Thaksinlive เนื่องในวันรัฐธรรมนูญว่า "ปี 2475 รัฐธรรมนูญให้อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย ปี 52 ราษฎร??"

นอกจากนี้ ยังทวิตข้อความผ่านเว็บบล็อก Twitter.com ว่า "วันนี้เป็นวันรัฐธรรมนูญ ทำให้นึกถึงมาตรา 1 ธรรมนูญการปกครองฯ 2475 ที่บอกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว ราษฎรคือผู้ถูกปกครอง"

สำหรับ พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 นั้น ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และเป็นฉบับแรกของประเทศไทย ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2475 หลังจากคณะราษฎรได้กระทำการยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 และเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ก่อนที่จะมีการพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรในวันที่ 10 ธันวาคม ปีเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 10 ธันวาคม 2475 มีเนื้อหาที่แตกต่างออกไปจากธรรมนูญการปกครองฉบับชั่วคราว โดยมาตรา 1 ระบุว่า "สยามประเทศเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ ประชาชนชาวสยามไม่ว่าเหล่ากำเนิดหรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน" ส่วนมาตรา 2 ระบุว่า "อำนาจอธิปไตยย่อมมาจากปวงชนชาวสยาม พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุข ทรงใช้อำนาจแต่โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้"

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันตั้งแต่ต้นแล้วว่าต้องการที่ชุมนุมโดยสงบ ดังนั้นรัฐบาลก็เฝ้าระวังเฉยๆ คิดว่าบรรยากาศของบ้านเมืองในขณะนี้คงไม่ควรที่จะมีใครที่คิดจะทำอะไร ที่จะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น ส่วนกรณีของทหารพรานตนไม่ทราบว่าจริงเท็จอย่างไร โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้เข้าไปพูดคุยกับทหารพรานมาเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนที่ไปชมงานเฉลิมฉลองกับ กลุ่มผู้ชุมนุม นายอภิสิทธิ์บอกว่า เราก็พยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยงให้ถึงที่สุด โดยการงดกิจกรรมต่างๆ ในวันที่ 10 ธ.ค. และให้เริ่มกิจกรรมอีกครั้งในวันที่ 11 ธ.ค. เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงทำให้เกิดการกระทบกระทั่งหรือปะทะกัน

จวกเสื้อแดงทำเสียบรรยากาศ

เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมยืดเยื้อต่อไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ทราบว่าทำไมเขาต้องพูดให้บรรยากาศเสียด้วย เดือนนี้เป็นเดือนที่ทุกคนต้องการให้เป็นเดือนมหามงคลมีแต่ความสุข รัฐบาลก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยมาตลอด อยากให้ผู้ชุมนุมคำนึงถึงจุดนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงไม่ชุมนุมยืดเยื้อ เพราะเขาก็พยายาม พูดแค่ว่าถ้ามีเงื่อนไขอะไรต่างๆ ก็อาจจะชุมนุมยืดเยื้อ แต่รัฐบาลไม่เป็นฝ่ายที่สร้างเงื่อนไขอยู่แล้ว

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เท่าที่ได้รับรายงานพบว่ามีผู้ชุมนุมประมาณ 7,000 คน โดยเป็นเครือข่ายที่จัดตั้งมาเป็นขาประจำ แต่การชุมนุมไม่สมควร เพราะอยู่ในช่วงคนไทยเฉลิมฉลองให้ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดงานของรัฐบาลยังไม่สิ้นสุด แต่ก็ยังมีการชุมนุมขึ้นอีก ไฟจัดแสดงก็ยังมีติดอยู่ต่อเนื่อง เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการชุมนุม แต่เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิ์ ก็ห้ามไม่ได้

นายบุญจงกล่าวถึงกรณีที่นายจตุพรระบุว่านายเนวินขนคนจังหวัดบุรีรัมย์แฝงตัว สวมเสื้อแดงและเหล็กแป๊บมาชุมนุมว่า เป็นการพูดเท็จทั้งสิ้น และก็ให้ร้ายคนอื่น เพราะการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่ละจังหวัดก็จะมาชมการแสดงด้วย ซึ่งวันที่ 10 ธันวาคม ก็เป็นคิวของจังหวัดบุรีรัมย์พอดี ซึ่งจังหวัดอื่นก็มาร่วมงานด้วย ไม่มีการถือแป๊บมาอย่างที่แกนนำเสื้อแดงบอก แต่มาด้วยความจงรักภักดี

เขากล่าวถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ประกาศชุมนุมใหญ่ในเดือนมกราคมว่า เพราะสภาจะเปิดประชุมวันที่ 21 มกราคม โดยจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ กลุ่มเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยจึงพยายามโหมทั้งนอกในในสภาแบบคู่ขนานในการ ชุมนุมขับไล่รัฐบาล ซึ่งเวลานั้นจะเป็นช่วงเข้มข้นของการเมืองทั้งในและนอกสภา

รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า วอร์รูมติดตามสถานการณ์ได้สรุปผลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ณ เวลา 18.00 น. ว่า มีผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 8,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือและภาคอีสาน

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งกรรมการสอบโทษทางวินัย พล.ต.ขัตติยะ ว่า กองทัพบกได้ตั้งคณะกรรมการสอบเอาผิดวินัยแก่ พล.ต.ขัตติยะ โดยมี พล.ท.มาโนช เปรมวงศ์ศิริ รองเสนาธิการทหารบก เป็นประธานกรรมการสอบ ซึ่งการสอบวินัยครั้งนี้มีกรอบความผิดใหญ่อยู่ 2 เรื่อง คือ 1.การลาราชการไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรณีที่เดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

2.การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์กองทัพและผู้บังคับบัญชา ซึ่งคณะกรรมการของกองทัพบกได้สรุปผลการสอบเสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้ว ซึ่งอำนาจการตัดสินใจสั่งลงโทษ พล.ต.ขัตติยะ ตามที่คณะกรรมการของกองทัพบกสรุปผลการกระทำผิด เป็นอำนาจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้พิจารณาตัดสินตามระเบียบกระทรวงกลาโหม

"ในส่วนทหารระดับชั้นนายพลนั้นไม่มีโทษทางวินัย เพราะถือเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพ สามารถมีวิจารณญาณคิดเองได้ ดังนั้น เมื่อกระทำความผิดจึงใช้การว่ากล่าวตักเตือนก่อน แต่หากทหารชั้นนายพลยังมีกระทำความผิดอีก จะถูกดำเนินคดีโทษทางอาญาของศาลทหาร ซึ่งเป็นกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลทหาร เพื่อพิจารณาโทษตามความผิด" พ.อ.สรรเสริญกล่าว

ทั้งนี้ พล.ต.ขัตติยะเคยถูกกองทัพบกตั้งคณะกรรมการสอบมาก่อนหน้านี้ แล้วมีการให้รับทราบไว้แล้วว่า พล.ต.ขัตติยะจะไม่ให้สัมภาษณ์พาดพิงกองทัพอีก ซึ่งเป็นการว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งคณะกรรมการสอบครั้งนี้ก็ได้มีการนำเรื่องนี้มาไว้ในการพิจารณาโทษความ ผิดด้วย โดยทั้งหมดกองทัพบกได้ส่งเรื่องนี้ให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้ว.

ที่มา ขุมนุมเสื้อแดง นปช. ทักษิณ ข่าวการเมือง จาก ไทยโพสต์

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

 

ASTV ผู้จัดการ News

กรุงเทพธุรกิจ - ข่าวหน้าแรก

เกาะติดสื่อ ตามข่าวร้อน Copyright © 2009 WoodMag is Designed by Ipietoon for Free Blogger Template