คมชัดลึก : หุ้นไทยร่วง 16 จุด รับคำสั่งศาลระงับลงทุน 65 โครงการมาบตาพุด ตลท.สั่ง 5 บริษัทแจงความเสียหาย ธปท.ห่วงลงทุนชะงักฉุดจีดีพี 0.2% ด้านแบงก์เร่งประเมินความเสียหายของสินเชื่อ รับมีผลกระทบต่อการลงทุนของเอกชนในระยะยาว
ภายหลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ระงับโครงการลงทุน 65 โครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่านักลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้เทขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับลดลงมาปิดตลาดที่ 693.51 จุด ลดลง 16.50 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 28,708.11 ล้านบาท ซึ่งนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ,266.51 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 860.92 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 824.18 ล้านบาท
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ได้สั่งให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) 5 แห่ง ที่มีโครงการลงทุนในมาบตาพุด ได้แก่ บมจ. ปตท., บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม, บมจ. ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น, บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย และบมจ.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ประเมินผลกระทบด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่ามีมูลค่าความเสียหาย หรือผลกระทบอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ว่ามากน้อยเพียงใด
“ยอม รับว่าคำสั่งศาลส่งผลให้นักลงทุนกังวล เห็นได้จากดัชนีหุ้นไทยผันผวนมาก จึงขอให้นักลงทุนประเมินข่าวสารให้รอบด้านและรอฟังข้อมูลที่ชัดเจนก่อน ตัดสินใจลงทุน" นางภัทรียากล่าว และว่า นอกจากนี้ ต้องรอผลของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ซึ่งหากสรุปได้เร็วเชื่อว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หากปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดยัง คลุมเครือและมีการระงับโครงการ จะทำให้เอกชนชะลอการลงทุน ซึ่งจะมีผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือ ทำให้จีดีพีลดลง 0.2% ตามที่ ธปท.เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้
ขณะที่นายพงษ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการส่วนแบบจำลองและประมาณการเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยคือ ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และปัญหากรณีมาบตาพุด ซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลจะจัดการปัญหาต่างๆ ได้ และหากไม่มีอะไรเกิดขึ้น การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะติดลบราว 3% และขยายตัว 3.3% ในปีหน้า
ด้านนายสุรศักดิ์ ดุษฎีเมธา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ประเมินผลกระทบจากโครงการลงทุนในมาบตาพุดไว้ ว่า จะมีผลกระทบต่อสินเชื่อในหลักพันล้านบาท ทั้งสินเชื่อในรูปของเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อโครงการ แต่ที่สำคัญคือ ผลกระทบในระยะยาวที่จะมีผลต่อการลงทุนเอกชนตามมา เพราะโครงการเหล่านี้ผ่านการอนุมัติการลงทุนจากรัฐบาลแล้ว จึงอาจเกิดคำถามตามมาได้
“เชื่อว่าในที่สุดแล้ว โครงการเหล่านี้จะต้องทำให้ถูกต้องตามกระบวนการ แต่กระทบในระยะยาวแน่นอน เพราะผู้ประกอบการอาจเกิดคำถามว่า 65 โครงการเหล่านี้ผ่านกระบวนการภาครัฐมาได้อย่างไร ตอนนี้ศาลมีความชัดเจนแล้ว เหลือแต่ภาครัฐจะเอาอย่างไร หากต้องปิด แล้วการจะเปิดใหม่ต้องปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานใดจะเป็นผู้กำหนด” นายสุรศักดิ์กล่าว
ที่มา ข่าวการลงทุน ข่าวสิ่งแวดล้อม ข่าวปัญหามาบตาพุด จาก คมชัดลึก
ข่าวเด่น ข่าวร้อนวันนี้ : กรุงเทพธุรกิจ
03 ธันวาคม 2552
คมชัดลึก : ชี้ขาดมาบตาพุดขย่มการลงทุนหุ้นไทยร่วง16จุด
Author: Admin.
| Posted at: 00:09 |
Filed Under:
ข่าวการเงิน,
ข่าวสิ่งแวดล้อม,
คมชัดลึก,
มาบตาพุด
|
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
0 comments:
แสดงความคิดเห็น