ก.ตร.ไฟเขียวบอร์ดกลั่นกรองชุดใหม่ เดินหน้าถกโผนายพลไม่สน “ปุระชัย-พิชิต “ วอล์กเอาต์ ที่ทั้งสองยังยันในหลักการต้องมี ผบ.ตร.ตัวจริง ตามหลักการ ด้าน “ปุระชัย” ปฏิเสธไม่ได้ฝากให้ลูกชายเป็นตำรวจ ขณะที่โผนายตำรวจเกือบล่ม ที่ประชุมถกเครียดตำแหน่งเจ้าพ่อนครบาล ท้ายสุด”เทพเทือก”ชี้ขาด ดันสุดๆ ”สัณฐาน ชยนนท์ “ ไม่สนเสียงคัดค้าน ส่วน”อดิเทพ ปัญจมานนท์” ม้ามืดนั่งสันติบาลหลังจากการประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบ.ตร. ลงไปถึงระดับผู้บัญชาการต้องล่มมาเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมานายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เป็นประธานการประชุมก.ตร. เพื่อพิจารณาตำแหน่งที่ปรึกษา สบ10 เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. ของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ขยับเป็นรอง ผบ.ตร. และพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบ.ตร. ลงไปถึงระดับผู้บัญชาการ ที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.เป็นผู้เสนอบัญชีรายชื่อ
อย่างไรก็ตามเมื่อการประชุมก.ตร.เริ่มต้น ได้มีก.ตร.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้นเพียง 4 คน คือ นายชัยเกษม นิติศิริ นายสีมา สีมานันท์ พล.ต.อ.อำนวย ดิษฐกวี และนายสมศักดิ์ บุญทอง
ปุระชัย-พิชิตวอล์กเอาต์
และภายหลังการประชุม ก.ตร. เริ่มต้นไม่ถึงชั่วโมง ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ และพล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ ก.ตร.ได้เดินออกจากที่ประชุม โดยร้อยตำรวจเอกปุระชัย กล่าวว่า เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วย ที่จะมีการแต่งตั้งโดยยังไม่มีการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตัวจริง
ปุระชัย-พิชิตวอล์กเอาต์
และภายหลังการประชุม ก.ตร. เริ่มต้นไม่ถึงชั่วโมง ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ และพล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ ก.ตร.ได้เดินออกจากที่ประชุม โดยร้อยตำรวจเอกปุระชัย กล่าวว่า เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วย ที่จะมีการแต่งตั้งโดยยังไม่มีการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตัวจริง
อีกทั้ง 13 เสียงส่วนใหญ่ของ ก.ตร. เห็นชอบให้มีการใช้คณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจ หรือ บอร์ดกลั่นกรองใหม่ ที่มีนางเบญจวรรณ สร่างนิทร เป็นประธาน จึงขออนุญาตประธาน ก.ตร. ออกจากที่ประชุม โดยไม่ร่วมพิจารณาต่อ
เนื่องจากเห็นว่า เป็นการพยายามใช้เสียงส่วนใหญ่ที่ไม่ชอบด้วยหลักการ และเหตุผลเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง จึงไม่ขอร่วมรับผิดชอบ และที่ผ่านมา พล.ต.อ.พิชิตก็ได้แสดงความเห็นว่า บอร์ดกลั่นกรองนั้น มีจำนวนเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งไม่เหมาะสม ซึ่งตนก็เห็นด้วยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ควรหารือกันในที่ประชุม
แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเวียนหนังสือว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งตนก็ไม่ได้ยึดติดในเรื่องตัวบุคคล แต่เรื่องนี้เคยมีปัญหาก็ควรนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา แม้เสียงส่วนใหญ่จะเห็นด้วย แต่จะให้ตนไปสนับสนุน มันผิดหลักการ มันทำไม่ได้ โดยเฉพาะตนสอนวิชารัฐศาสตร์ ด้วยก็ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง
พร้อมปฏิเสธเป็นตัวป่วนการประชุม และไม่ใช่การกระทำเพื่อปกป้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะท่านก็เกษียณไปแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของหลักการ เป็นเรื่องของคุณธรรม
ปุปัดไม่เคยฝากลูกเข้าตร.
ส่วนการเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง ก.ตร.บางคน โดยระบุว่า ตนใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบสมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2547 – 14 มกราคม 2548 เพื่อช่วยเหลือให้บุตรชายรับราชการตำรวจ ไม่เป็นความจริง และไม่ทราบว่า เป็นการตอบโต้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องเด็กฝากจาก ก.ตร.หรือไม่
“ ตอนนั้น ลูกชายได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์ 6 เดือน ได้มาปรึกษากับผมว่า จะไปยื่นใบสมัครเป็นตำรวจ โดยต้องการสายงาน ด้านฟิสิกส์ ตามที่เขาจบมา แม้ผมเองก็มีความรู้ในระบบงานตำรวจดีว่าคืออะไร แต่ไม่ได้สนับสนุน เพราะคิดว่า ลูกชายโตแล้ว ก็คงไม่ได้ไปกำหนดชีวิตลูกชาย แม้เขาจะแต่งงานกับใครก็ไม่ได้เข้าไปก้ายก่าย แต่ก็ได้กำชับว่า ทำอย่างไรก็ได้แต่อย่าให้ผมไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แม้ว่าตอนนั้นผมเป็นประธาน ก.ตร. ก็ไม่มีอำนาจในการรับคนมาเป็นข้าราชการตำรวจ เพราะในตำแหน่งนายร้อย จะเป็นอำนาจของผบ.ตร. และวันแรกที่ลูกชายเข้าทำงานเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2548 ผมก็เดินทางไปหาภรรยาที่ประเทศ นิวซีแลนด์ ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย”
พร้อมปฏิเสธเป็นตัวป่วนการประชุม และไม่ใช่การกระทำเพื่อปกป้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะท่านก็เกษียณไปแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของหลักการ เป็นเรื่องของคุณธรรม
ปุปัดไม่เคยฝากลูกเข้าตร.
ส่วนการเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง ก.ตร.บางคน โดยระบุว่า ตนใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบสมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2547 – 14 มกราคม 2548 เพื่อช่วยเหลือให้บุตรชายรับราชการตำรวจ ไม่เป็นความจริง และไม่ทราบว่า เป็นการตอบโต้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องเด็กฝากจาก ก.ตร.หรือไม่
“ ตอนนั้น ลูกชายได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์ 6 เดือน ได้มาปรึกษากับผมว่า จะไปยื่นใบสมัครเป็นตำรวจ โดยต้องการสายงาน ด้านฟิสิกส์ ตามที่เขาจบมา แม้ผมเองก็มีความรู้ในระบบงานตำรวจดีว่าคืออะไร แต่ไม่ได้สนับสนุน เพราะคิดว่า ลูกชายโตแล้ว ก็คงไม่ได้ไปกำหนดชีวิตลูกชาย แม้เขาจะแต่งงานกับใครก็ไม่ได้เข้าไปก้ายก่าย แต่ก็ได้กำชับว่า ทำอย่างไรก็ได้แต่อย่าให้ผมไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แม้ว่าตอนนั้นผมเป็นประธาน ก.ตร. ก็ไม่มีอำนาจในการรับคนมาเป็นข้าราชการตำรวจ เพราะในตำแหน่งนายร้อย จะเป็นอำนาจของผบ.ตร. และวันแรกที่ลูกชายเข้าทำงานเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2548 ผมก็เดินทางไปหาภรรยาที่ประเทศ นิวซีแลนด์ ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย”
อย่างไรก็ตามการประชุม ก.ตร.ก็ยังคงดำเนินต่อไปแม้ ร.ต.อ.ปุระชัยและพล.ต.อ.พิชิต ได้เดินออกจากที่ประชุม พร้อมทั้งให้นำบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจทั้ง 2 บัญชี ที่ผ่านการกลั่นกรองของสมัย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ เป็นรักษาการ ผบ.ตร. และบัญชีกลั่นกรองชุดนายสมศักดิ์ บุญทอง มาพิจารณาร่วมกัน และรับรองรายชื่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองรายชื่อตำรวจ หรือบอร์ดกลั่นกรองชุดใหม่
โดยมอบหมายให้นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ในฐานะ ประธานบอร์ดกลั่นกรองคนใหม่ เป็นผู้ดำเนินการพิจารณาทันที ก่อนที่ประชุมก.ตร.จะพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายอีกครั้งในวันเดียวกัน โดยให้การแต่งตั้งระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงผู้บัญชาการให้แล้วเสร็จ จากนั้นจะมีการพิจารณาแต่งตั้งระดับรองผู้บัญชาการถึงผู้บังคับการให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้
มีรายงานว่าที่ประชุมก.ตร.ได้เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. ถึง ผบช. ทั่วประเทศแล้ว
มีรายงานว่าที่ประชุมก.ตร.ได้เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. ถึง ผบช. ทั่วประเทศแล้ว
สำหรับจำนวนของคณะกรรมการ ก.ตร. โดยรวมประธานก.ตร.ด้วย จะมีจำนวน 22 คน ก่อนหน้านี้ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิได้ลาออกไป 1 ท่าน และขณะนี้ยังไม่มีการตั้งทดแทน และได้มี ก.ตร. ขาดประชุม 4 ท่าน วอล์กเอาต์ 2 ท่าน และมีตำแหน่งผบ.ตร. รองผบ.ตร.อีก 2 ท่าน ที่เกษียณอายุราชการโดยไม่มีการตั้งแทน ทำให้เหลือจำนวนคณะกรรมในห้องประชุม 12 คน ซึ่งไม่เป็นปัญหาในการพิจารณาโผแต่งตั้งโยกย้ายแต่อย่างใด
บอร์ดกรองผ่านทุกโผเว้นผบช.น.
ในส่วนการพิจารณาของบอร์ดกลั่นกรอง ได้มีมติให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา (สบ.10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร . เป็น รอง ผบ.ตร.และตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ.10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. มี พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา
ระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. มี พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันท์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผบช.ศ. นรต.รุ่นที่ 28 พล.ต.ท.บรรจง ตันศยานนท์ จตร.(สบ.8) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส.เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประชิน วารี จตร.(สบ.8) เป็น รอง จตช.(สบ.9) พล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ ผบช.นรป. (สบ 8) เป็น รอง หน.นรป. (สบ 9)
บอร์ดกรองผ่านทุกโผเว้นผบช.น.
ในส่วนการพิจารณาของบอร์ดกลั่นกรอง ได้มีมติให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา (สบ.10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร . เป็น รอง ผบ.ตร.และตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ.10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. มี พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา
ระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. มี พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันท์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผบช.ศ. นรต.รุ่นที่ 28 พล.ต.ท.บรรจง ตันศยานนท์ จตร.(สบ.8) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส.เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประชิน วารี จตร.(สบ.8) เป็น รอง จตช.(สบ.9) พล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ ผบช.นรป. (สบ 8) เป็น รอง หน.นรป. (สบ 9)
ระดับ ผบช. มี พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู สามีนางศิริวรรณ หรือ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ปราศจากศัตรู เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นั่ง ผบช.ก. ที่เดิม พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.3 ลูกชาย พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น อดีต อ.ตร. ขยับมาเป็น ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 เพื่อนร่วมรุ่น นรต. 25 ของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.อยู่ที่เดิม พล.ต.ต.เดชาวัต รามสมภพ รอง ผบช.3 เป็น ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.เฉลิมชัย จงศิริ รอง ผบช.ภ.4 นรต.รุ่น 25 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.ปทีป เป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 น้องชาย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตเลขาธิการ คมช. อยู่ที่เดิม
พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศารทูล ผบช.ภ.6 คนสนิท พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อยู่ที่เดิม พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง ผบช.น. นายตำรวจติดตาม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็น ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พิทักษ์ จารุสมบัติ รอง ผบช.สตม. พี่ชายนายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำกลุ่มพญานาค พรรคเพื่อแผ่นดิน เป็น ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. คนสนิท พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ตร.เป็น ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผบช.ศชต. นั่งที่เดิม
พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส.เป็น น้องชายนายสุวัฒน์ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส.อยู่ที่เดิม พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามอบายมุข และมีผลงานจับกุมยาเสพติด ขยับเป็น ผบช.ส พล.ต.ต.ตรีทศ รณฤทธิ์วิชัย รอง ผบช.ส. เป็น ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณรงค์ ศิริสุนทร ผบช.ตชด. หัวหน้าสำนักงาน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. อยู่ที่เดิม และพล.ต.ต.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รอง ผบช.ก.ตร. หัวหน้าสำนักงาน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. เป็น ผบช.สตม.
พล.ต.ต.จงเจตน์ อาวน์เจนพงศ์ รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) เป็นนายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.สตม. เป็น ผบช.ศ. พล.ต.ต.ไตรรัตน์ อมาตยกุล นรป. (สบ 7) เป็น ผบช.นรป. (สบ 8) พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เป็น จเรตำรวจ (สบ 8)
พล.ต.ต.จงเจตน์ อาวน์เจนพงศ์ รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) เป็นนายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.สตม. เป็น ผบช.ศ. พล.ต.ต.ไตรรัตน์ อมาตยกุล นรป. (สบ 7) เป็น ผบช.นรป. (สบ 8) พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เป็น จเรตำรวจ (สบ 8)
ส่วนตำแหน่ง ผบช.น: ที่มีการเสนอ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.ภ.8 นรต.28 คนสนิทนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ อดีต สว.คอมมานโด กองปราบปราม เป็น ผบช.น. โดยมีชื่อ พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง จตร. (สบ.8) นรต.รุ่น 30 มือสืบสวนปราบปราม คนสนิทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.เจตต์ มงคลหัตถี ผบช.กมส. เป็นตัวเบียด แต่ ก.ตร.ได้ทักท้วงเรื่อง พล.ต.ท.สัณฐาน และ พล.ต.ท.เจตต์ โดยมีการสนับสนุน พล.ต.ท.รชต แต่มี พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.ค้านเรื่อง พล.ต.ท.รชต จนต้องแขวนรายชื่อ ผบช.น.เข้าสู่การพิจารณาในการประชุม ก.ตร. ซึ่งนายสุเทพ ในฐานะประธานก.ตร.เป็นผู้ชี้ขาด คาดว่ายังคงเลือก พล.ต.ท.สัณฐาน เป็นผบช.น.
พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ระบุว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจครั้งนี้ แม้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะต้องตอบสังคม และประชาชนให้ได้ โดยการประชุมบอร์ดกลั่นกรองครั้งที่แล้ว ได้มีการรับหลักเกณฑ์เรื่อง การเลื่อนตำแหน่ง จากรอง ผบช. ขึ้น ผบช. จาก 2 ปี เป็น 4 ปี และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ครบหลักเกณฑ์ในส่วนของ 4 ปี มีจำนวน 26 คน ซึ่งได้พิจารณาไปแล้ว ยืนยันว่า ผลของการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับนายพลครั้งนี้ จะไม่ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา
ที่มา ข่าวแต่งตั้งนายตำรวจ ข่าวการเมือง จาก ประชาทรรศน์
0 comments:
แสดงความคิดเห็น